ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปให้กับพ่อแม่ของเขาด้วย ซึ่งก็เป็นประโยชน์
อย่างมาก แต่ว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นการ
ไปซื้ออาหารกลางวันให้ หรือเอาเงินไปแจก
เด็ก แนวปฏิบัติที่พระองค์ท่านพระราช
ทานมาคือ การเอาเมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์การ
เกษตรไปแจกให้เขาทำเอง เป็นการให้
เขาทำอาหารของเขาขึ้นมาเอง โดยนำ
ความรู้ที่ได้ไป ไปปลูกพืชผักผลไม้ แล้ว
ก็ทำอาหารกลางวัน เมื่อมีผลิตผลทางการ
เกษตรขึ้นมาแล้ว สมเด็จพระเทพฯก็พระราช
ทานอุปกรณ์ทำครัวเป็นต้นว่า หม้อ จาน
น้ำมันพืช เพื่อให้เขาสามารถประกอบอาหารได้
จากโรงเรียนที่เราทดลองก็ได้ผลดีคือ ครู ต.ช.ด.
กับพวกนักเรียนเขาก็ช่วยกันทำ เขาช่วยกัน
จริง ๆ ค่ะ ตั้งแต่การเตรียมดินปลูกผัก ซึ่งเขา
ช่วยทำงานอย่างสนุกสนานนะคะ และเด็ก ๆ
ก็ชอบ เป็นการออกกำลังกายไปด้วย ความรู้ก็
ได้ จากจำนวนที่ทดลองก็ได้ผลดี เขาสามารถ
นำพืชผักมาประกอบอาหารกลางวันได้ ครั้ง
แรก ๆ บางโรงเรียนก็อาทิตย์ละวัน ต่อมาเพิ่ม
เป็นสัปดาห์ละสองวันสามวันหรือทุกวัน แล้ว
แต่สภาพแวดล้อมของแต่ละโรงเรียน ถ้ามีน้ำดี
ดินดีละก็ พืชผลก็พลอยได้ผลดีไปด้วย เรา
เริ่มทำโครงการมาแต่ปี ๒๕๒๓ หลังจากนั้น
ประมาณหนึ่งปี ก็ขยายโครงการนี้ไปภาคอื่น
ด้วยแต่ว่ายังอยู่ในขอบเขตของโรงเรียน ต.ช.ด.
ซึ่งก็มีประมาณ ๒๐๐ โรงเรียนทั่วประเทศ
เมื่องานขยายมากขึ้น กรมส่งเสริมการเกษตร
เข้ามาช่วย....
...ความจริงครู ต.ช.ด. ก็ต้องทำหน้าที่
หลายอย่างอยู่แล้วนะคะ โดยจะต้องดูแล
ไหนทางบ้านเมือง ประเทศชาติ ไหนจะต้อง
สอนหนังสือ และต้องมาทำงานด้านการ
เกษตรอีก แต่เขาก็มีความตั้งอกตั้งใจทำงาน
และได้ผลดีด้วย พอเริ่มมีปีที่สอง เราก็มี
การจัดอบรมให้ความรู้ครู ต.ช.ด.จัดวิทยากร
มาให้ความรู้ทางด้านเกษตร ทางด้านจัดการ
การสอน ให้การแนะนำเลยว่าควรทำเป็น
ตารางว่าเดือนนี้ปีนี้ควรปลูกอะไร เพราะต้อง
๕๔ กัลยาณมิตร
อาศัยสภาพดินฟ้าอากาศด้วย นอกจากนั้น
เราก็ยังจัดหาวิทยากรมาให้ความรู้ ด้านแปร
รูปอาหาร การถนอมอาหารควบคู่กันไปด้วย
เป็นงานที่ทำง่าย ๆ ในถิ่นทุรกันดารที่สามารถ
หาเครื่องไม้เครื่องมือทำได้
เป็นต้นว่า
การดองผัก การถนอมอาหารแบบ ง่าย ๆ
คือสอนให้เขามีความรู้พื้นฐาน ว่ามีผลิตผล
อย่างนี้แล้วควรทำอย่างไร หรือผลิตผลนี้มี
วิตามินอะไรบ้าง ให้คุณค่าทางอาหารอย่างไร
ซึ่งเราให้การอบรมอยู่เสมอ สมเด็จพระเทพฯ
ก็ได้เสด็จฯ ไปเป็นองค์ประธานเปิดทุกครั้ง
ซึ่งการที่ท่านเสด็จฯ นี้ ครูและนักเรียนได้กำลัง
ใจกันมาก มีความกระตือรือร้นที่จะแสดงผล
งาน....
สิ่งที่ได้รับ...เมื่อออกไป
ติดตามผลงาน
“เราใช้เวลาช่วงวันอาทิตย์ออกไปติด
ตามผลงานดูว่า เขามีปัญหาอะไรกันบ้าง บาง
ครั้งไปถึงเขาก็บอกว่า เมล็ดพันธุ์หว่านไปแล้ว
มันไม่ขึ้น หรือว่าเมื่อปลูกผักแล้วตายหมด
เราก็ค่อย ๆ แนะนำว่า ควรจะแก้ปัญหาอย่างไร
หรืออย่างปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ ตอนหลังนี้กรม
ชลประทานเข้ามาช่วย เพราะบางแห่งนะคะ
ลำบากมากเหมือนกัน ดินมันเหมือนมีแต่หิน
ต.ช.ด. ก็เอาปัญหาเหล่านี้มาพูดกัน แนะนำกัน
ไประหว่างอบรม สิ่งที่ประทับใจนะคะ คือ
เด็กนักเรียนซึ่งครั้งแรกที่เราไปเยี่ยมรู้
สึกว่าเขาหงอยเหงา ถึงเวลาก็มาโรงเรียน
ไม่มีอะไรผูกพันใจ แต่หลังจากที่เราได้
ทำโครงการแล้ว เวลาว่างแทนที่เด็ก ๆ
จะไปวิ่งเล่น เขากลับไปตักน้ำรดน้ำผักกัน
รู้สึกว่าทำให้แกรับผิดชอบและสนุกสนาน
ร่าเริงขึ้น ซึ่งพระราชดำรินี้ของสมเด็จพระ
เทพฯ นับว่าวิเศษมาก อย่างโรงเรียนตาม
ชนบทเช่นนี้ ก็ครู ต.ช.ด. แทบไม่ค่อยมี
เวลาสอนอยู่แล้ว เพราะต้องทำหน้าที่ป้องกันประ
เทศชาติด้วย แต่เมื่อมีโครงการนี้เข้าไป เด็ก ๆ
ได้ความรู้มีความสนุกสนานเพลิดเพลินเข้า
ไปด้วย ไม่ต้องสอนเขามาก เด็ก ๆ มีความ
กระตือรือร้นที่จะทำ อันนี้เป็นความประทับ
ใจคือ ได้เห็นเด็ก ๆ รู้จักช่วยเหลือตัวเอง
แล้วก็มีความขยันหมั่นเพียร มีความกระ
ตือรือร้นช่วยครูทำงาน...
ความประทับใจอีกอย่างคือ เวลาที่
ต.ช.ด. ต้องไปทำงานอยู่ตามหมู่บ้านไกล ๆ
อย่างนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับ
ต.ช.ด. ก็มีนะคะ แต่ไม่ลึกซึ้ง แต่ เมื่อมีโครง
การนี้เข้าไป ครูก็ให้เด็กได้นำผลิตผลพืช
ผักกลับบ้านไปฝากพ่อแม่ พ่อแม่ได้รับ
พืชผลที่ลูกของตนปลูกเองก็มีความปลาบ
เราก็ต้องแก้ปัญหาให้เขา เมื่อมีการอบรมครู ปลื้มนะคะ เอาไปทำอาหารทานกัน เป็นการ
กันยายน ๒๕๐๑