คุณธรรมและความขยันหมั่นเพียร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 9 เดือนกันยายน หน้า 93
หน้าที่ 93 / 126

สรุปเนื้อหา

กันยายน ๒ ต ออกเพราะเขามีจิตใจเหมือนกัน จิตอยู่ในระดับเดียวกัน จึงอ่านกันได้ ดร.คาร์เว่อร์ได้แสดงออกมาให้เห็นชัดว่า เขามี สันโดษ และมี ความมักน้อย อยู่ด้วย เพราะเขาพอใจ แต่ในสิ่งที่เขามีอยู่จริง ๆ แม้เขาจะมีสมบัติอยู่เพียง สองสามชิ้นก็ตาม เขาก็ไม่ปรารถนาจะได้สิ่งอื่นมาอีก เมื่อพิจารณาในเรื่อง โลภ ก็แสดงชัดว่า เขามีอย่าง เบาบางมาก เหตุนี้เองเขาจึงเป็นผู้มีปัญญา คิดอะไร ๆ ก็เห็นความจริงได้ถูกต้อง ความไม่พะวงถึงเรื่องใด ๆ เช่นไม่คิดอยากได้อะไรมาเป็นสมบัติอีก ย่อมทำให้ ปัญหาชีวิตที่จะต้องแก้มีน้อยลง ไม่ต้องใช้เวลาสำหรับ แก้ปัญหาชีวิตมากนัก เปิดโอกาสให้ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา สะสมกำลังได้เต็มที่ ไม่มีเรื่องใดมา ตัดทอน งานที่ยากสำหรับคนอื่นเขาก็สามารถ ทำให้ลุล่วงไปได้อย่างง่ายดาย และดีกว่าใ

หัวข้อประเด็น

- คุณธรรมและความขยันหมั่นเพียร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กันยายน ๒ ต ออกเพราะเขามีจิตใจเหมือนกัน จิตอยู่ในระดับเดียวกัน จึงอ่านกันได้ ดร.คาร์เว่อร์ได้แสดงออกมาให้เห็นชัดว่า เขามี สันโดษ และมี ความมักน้อย อยู่ด้วย เพราะเขาพอใจ แต่ในสิ่งที่เขามีอยู่จริง ๆ แม้เขาจะมีสมบัติอยู่เพียง สองสามชิ้นก็ตาม เขาก็ไม่ปรารถนาจะได้สิ่งอื่นมาอีก เมื่อพิจารณาในเรื่อง โลภ ก็แสดงชัดว่า เขามีอย่าง เบาบางมาก เหตุนี้เองเขาจึงเป็นผู้มีปัญญา คิดอะไร ๆ ก็เห็นความจริงได้ถูกต้อง ความไม่พะวงถึงเรื่องใด ๆ เช่นไม่คิดอยากได้อะไรมาเป็นสมบัติอีก ย่อมทำให้ ปัญหาชีวิตที่จะต้องแก้มีน้อยลง ไม่ต้องใช้เวลาสำหรับ แก้ปัญหาชีวิตมากนัก เปิดโอกาสให้ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา สะสมกำลังได้เต็มที่ ไม่มีเรื่องใดมา ตัดทอน งานที่ยากสำหรับคนอื่นเขาก็สามารถ ทำให้ลุล่วงไปได้อย่างง่ายดาย และดีกว่าใคร ๆ ในเวลานั้น สมตามที่พระศาสดาของเราได้ทรงสอน ไว้ว่า ให้สาธุชนจึงขัดเกลาอาสวกิเลสเพื่อบรรลุถึง ปัญญาอันสูงสุด น อาจมีข้อค้านว่า ถ้าคนมีสันโดษเสียหมดแล้ว ก็จะพากันเกียจคร้าน ไม่ประกอบการงานเท่าที่ควร ยกย่องกันว่าเป็นเลิศในเชิงศิลปะแล้ว ก็มักเป็นงานที่ นายช่างได้เสียสละแรงให้โดยมิได้คิดอย่างอื่น นอกจาก เพื่องานอย่างเดียวเท่านั้น ผลงานที่เกิดขึ้นด้วยโลก กับที่เกิดขึ้นด้วยความเสียสละจึงต่างกันดังกล่าวมานี้ คนที่ไม่ชอบทำงาน แล้วก็อ้างว่าตนมีสันโดษนั้น ไม่เป็นความจริง ที่ถูกเป็นเพราะเกียจคร้านต่างหาก ความเกียจคร้านเกิดจากความโง่เขลา ไม่สามารถ เห็นโทษของความเกียจคร้านได้ ส่วนสันโดษเกิดเป็น คุณธรรมประจำตัวบุคคลได้ เพราะปัญญา คือใช้ปัญญา เล็งทะลุ พบความจริงในประโยชน์แห่งการปราศจากโลก เห็นความไม่จำเป็นที่จะต้องมีโลภมาสนับสนุนความเพียร แสวงหาทรัพย์ ไม่สนใจและไม่อยากได้ทรัพย์ที่ได้มาด้วย โลภ แลเห็นถ่องแท้ว่า โภคทรัพย์ที่ได้มาจากโลกจะไม่ ยืนอยู่นานและจะไม่งอกเงย ทรัพย์ที่ได้มาด้วยมีสันโดษ ควบคุมเท่านั้น จึงจะยืนยงและงอกเงยตลอดไป เหตุ แห่งความเกียจคร้านกับเหตุแห่งสันโดษจึงไม่เหมือนกัน เลย ที่กล่าวก่อนเกิดจากความโง่เขลา ตรงกันข้ามที่ กล่าวหลังเกิดจากปัญญา อิทธิพลแห่งปัญญาจะ บันดาลให้ประกอบการงานแต่ที่เป็นคุณฝ่ายเดียว จะไม่ ทำให้เกียจคร้านตามที่เข้าใจกันง่าย ๆ นั้นเลย เพราะคน ก่อนอื่นขอให้นึกถึงพุทธพจน์ซึ่งสนับสนุนทั้งสันโดษและ ที่ถึงด้วยปัญญานั้นย่อมสามารถแลเห็นชีวิตทั้งในด้านดี ความเพียรไว้ในลักษณะตัดสินธรรมของพระพุทธศาสนา ถ้าสันโดษทำให้เกียจคร้าน ก็แปลว่าพุทธพจน์ใน ลักษณะตัดสินธรรมนั้นขัดกัน แต่ไม่เคยมีใครพบว่า พุทธพจน์ที่ไม่ลงรอยกันมีอยู่ที่ตรงไหน มีแต่ผู้ที่ไม่เข้าใจ แล้วก็เห็นผิดไปเองทั้งนั้น นี่ก็เป็นการเข้าใจผิดอีกข้อหนึ่ง เหมือนกัน อีกประการหนึ่งในลักษณะตัดสินธรรมซึ่งมี อยู่แปดประการนั้น ถ้ายกประการหนึ่งประการใดออกเสีย ที่เหลืออยู่ก็จะไม่เป็นพุทธศาสนาอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ถ้าเราไม่ยอมรับประการหนึ่งประการใดเพียง ประการเดียว เช่นไม่ยอมรับสันโดษเป็นต้น ก็เท่า กับไม่ยอมรับพุทธศาสนาทั้งหมดทีเดียว คนที่ขยันประกอบการงานนั้น ไม่จำเป็นจะต้องมี โลภมากระตุ้นเสมอไป ความขยันหมั่นเพียรอาจเกิดขึ้น จากทางตรงกันข้ามคือ จากความเสียสละก็ได้เหมือนกัน คนที่หมั่นโดยต้องอาศัยโลภมาสนับสนุน ก็เหมือนกับคน ที่กล้าด้วยอาศัยฤทธิ์สุรา ดังที่เรียกกันว่าสุราพาไป นั่นเอง การประกอบกรรมด้วยโลก แม้จะกอบโกย ทรัพย์สินมาได้มาก ก็จะไม่เป็นประโยชน์และถาวรนัก ขอให้ดูวัตถุที่เก่าแก่โบร่ำโบราณ จะเห็นว่า ชิ้นใดที่ และชั่ว จะเห็นว่าชีวิตที่เป็นโมฆะย่อมเสียเปล่า เพราะ เกียจคร้านไม่ทำอะไรไว้ให้เป็นคุณแก่ตนในปัจจุบัน และไม่ทิ้งร่องรอยแห่งการกระทำไว้ให้คนข้างหลังเห็น เกิดมาแล้วก็เท่ากับไม่เคยเกิดมาในโลกเลย ไม่มีประวัติ ไม่มีรอยการกระทำไว้ให้ปรากฏ ส่วนชีวิตด้านดีกลับ ตรงกันข้าม การขยันหมั่นเพียรในทางที่ชอบธรรม ย่อมเป็นประโยชน์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เมื่อผู้ ประกอบกรรมล่วงลับไปแล้ว ประวัติศาสตร์ก็จะจารึกไว้ หรือมีร่องรอยอันเป็นอนุสรณ์ไว้ให้คนภายหลังเห็น อยู่ตลอดไป ชีวิตทั้งสองด้านนี้ โปรดพิจารณาดูว่า คนมีปัญญาจะเลือกทางด้านใด ก็มีแต่ทางด้านก็เท่านั้น ที่เขาจะเลือก เพราะฉะนั้นที่ว่าสันโดษทำให้คนเกียจ คร้านนั้นจึงเป็นการกล่าวที่ผิดมากทีเดียว ตัวอย่างจริง ที่ปรากฏขึ้นแล้ว ก็คือ ดร.คาร์เวอร์ (ถึง ดร.วอชิงตัน ก็เหมือนกัน แต่หนังสือเล่มนี้กล่าวเฉพาะ ดร.คาร์เวอร์ คนเดียว จึงไม่ปรากฏเรื่องของ ดร.วอชิงตัน เว้นแต่ที่ เกี่ยวข้องกันเท่านั้น) ผู้ซึ่งไม่อยากได้อะไรนอกจากที่มีอยู่ เท่านั้น แต่เขาก็ไม่เกียจคร้าน กลับหมั่นขยันยิ่งกว่า คนอื่น ๆ เสียอีก และเขาได้ทำประโยชน์ไว้ให้เป็นอันมาก 1 กัลยาณมิตร ๘๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More