ชีวประวัติปูชนียภิกขุ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 9 เดือนกันยายน หน้า 46
หน้าที่ 46 / 126

สรุปเนื้อหา

มุ่งมาบวชเมื่อครบกำหนด “เมื่อตอนบวชก็อายุครบบวช พอบวชแล้วก็ ก็ไม่ ศึกษามาตลอด คิดอยู่ในสมณเพศเลย แรก ๆ ได้สนใจเท่าไหร่ ๓-๔ พรรษาแรกก็ไม่ค่อยได้มีอะไร เป็นหลัก เพราะอยู่ต่างจังหวัด พอพรรษาที่ ๕ ก็หา วัด มีญาติที่เขาบวชก็พามาอยู่ที่วัดโสธร ฉะเชิงเทรา กว่าจะเข้ามาวัดไตรมิตรก็เข้าปีที่ ๒๐-๒๑ แล้ว” ขอถวายพระพร “ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณา ธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้สึกว่าพระองค์ จะทุ่มเททั้งชีวิต จิตใจ ให้กับประชาชนอย่างมาก ขอถวายพระพรให้พระองค์จงทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นหลักของประเทศชาติและ พระศาสนายั่งยืนสืบต่อไป ขอถวายพระพร” ชีวประวัติปูชนียภิกขุ สมณศักดิ์ พระศรีปริยัติโมลี นามและฉายา เก๋ง อาสโภ ชาติกาล ชาติภูมิ อายุกาล อุปสมบท วิทยฐานะ จําพรรษา ศาสนกิจ ๙ กุม

หัวข้อประเด็น

- ชีวประวัติปูชนียภิกขุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มุ่งมาบวชเมื่อครบกำหนด “เมื่อตอนบวชก็อายุครบบวช พอบวชแล้วก็ ก็ไม่ ศึกษามาตลอด คิดอยู่ในสมณเพศเลย แรก ๆ ได้สนใจเท่าไหร่ ๓-๔ พรรษาแรกก็ไม่ค่อยได้มีอะไร เป็นหลัก เพราะอยู่ต่างจังหวัด พอพรรษาที่ ๕ ก็หา วัด มีญาติที่เขาบวชก็พามาอยู่ที่วัดโสธร ฉะเชิงเทรา กว่าจะเข้ามาวัดไตรมิตรก็เข้าปีที่ ๒๐-๒๑ แล้ว” ขอถวายพระพร “ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณา ธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้สึกว่าพระองค์ จะทุ่มเททั้งชีวิต จิตใจ ให้กับประชาชนอย่างมาก ขอถวายพระพรให้พระองค์จงทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นหลักของประเทศชาติและ พระศาสนายั่งยืนสืบต่อไป ขอถวายพระพร” ชีวประวัติปูชนียภิกขุ สมณศักดิ์ พระศรีปริยัติโมลี นามและฉายา เก๋ง อาสโภ ชาติกาล ชาติภูมิ อายุกาล อุปสมบท วิทยฐานะ จําพรรษา ศาสนกิจ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ บ้านนาปรือ ตำบลเนินหอม อำเภอ เมือง จังหวัดปราจีนบุรี ๔๗ ปี พรรษา ๒๗ ๙ กรกฎาคม ๒๕๐๔ ณ วัดนาปรือ จังหวัดปราจีนบุรี พระครูวิจิตรสุดา รังการ วัดหลวงปรีชากูล เป็นพระ อุปัชฌาย์ ป.ธ. ๔, พ.ม., ศษ.บ. วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธ วงศ์ กรุงเทพฯ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยา ราม อาจารย์สอนปริยัติธรรม สำนัก เรียนวัดไตรมิตรวิทยาราม ช่วยงาน เลขานุการ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ๔๖ กัลยาณมิตร พระเมธีปริยัตยาภรณ์ (บุญชุม อคฺคธมฺโม ป.ธ.๙) รับบริจาค หาปัจจัยมาใช้จ่ายในกิจกรรมต่าง ๆ ส่วน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพฯ อายุ ๔๕ ปี พรรษา ๒๔ กลั่นจากปัญญา มาสู่ตำรา และคู่มือปริยัติศึกษา “หนังสือที่อาตมาเขียนได้พิมพ์แจกอภินันทนา การไปทั่วประเทศแล้ว อาตมาทำตั้งแต่ประโยค ๓ ถึงประโยค 5 ความคิดที่จะทำ อาตมาก็เห็นว่าตนได้ เรียนได้ศึกษามา มีแนวคิดที่จะเป็นประโยชน์สำหรับ คนอื่น โดยได้รับความอุปถัมภ์เป็นอย่างดีจากพระ ธรรมวิมลโมลี ก็เป็นที่ปลื้มใจได้ว่าพระผู้ใหญ่ผู้เป็นหัว เรี่ยวหัวแรงของพระศาสนาได้ไว้วางใจอาตมา พอผล งานออกมาก็ภูมิใจว่า งานนี้ได้รับการต้อนรับจากพระ ภิกษุสามเณรทุกวัด หนังสือนี้เป็นหนังสือประเภทประกอบการ ศึกษา เพราะเห็นว่านักเรียนปริยัติธรรมควรจะได้รู้แนว ของการสอบสนามหลวงว่า ออกข้อสอบอย่างไร วินิจฉัยอย่างไร ก็อาศัยไอเดีย (Idia) จากท่านเจ้า คุณพระธรรมวิมลโมลีท่านว่า น่าจะทำอย่างนี้ ท่านให้ ความคิดมา เช่น คู่มือสัมพันธ์ประโยคป.ธ.๓, ป.ธ.๔, ป.ธ.๕ และ ป.ธ.๖ โชคดีว่าพอแจกหมดไปก็ได้รับการ อุปถัมภ์ให้พิมพ์ขึ้นใหม่อีกตลอด นอกจากนั้นตอนนี้ก็ยังทำหน้าที่ในส่วนงาน พระธรรมจาริกช่วยหลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธิวงศมุนี เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ) ท่านเป็นประธาน คณะกรรมการพระธรรมจาริก โดยประจำอยู่ส่วนกลาง เชื่อมประสานระหว่างฝ่ายราชการกับทางพื้นที่ อาตมาก็ช่วยอยู่แผนกเลขานุการ บริหารงานด้านการ งานวัดก็มีงานสอนพระปริยัติธรรมเป็นหลัก ก็ทำอย่าง นี้มา” ความในใจที่อยากจะบอก “พระสงฆ์เราบางครั้งมีความอึดอัดอยู่อย่าง หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการมองมาจากพระผู้ใหญ่ก็ดีหรือว่า จากญาติโยมก็ดี ท่านคาดหวังต้องการให้พระ ทุกองค์เก่งทุกอย่าง ซึ่งตามความเป็นจริงก็ผิด สภาวะของมนุษย์ปุถุชนหรือบุคคลธรรมดา การที่จะให้เก่งทุกอย่าง ดีทุกอย่าง ก็รู้สึกอึดอัด ใจกับพวกเราที่เป็นผู้ทำงาน จึงไม่ค่อยสบายใจ แต่โยมอยากให้พระเก่งทุกอย่าง เมื่อต้องการก็ให้ทำ อย่างนั้นอย่างนี้ เราชอบใจอย่างนี้ เราก็ต้องทำอย่างนี้ พอได้ทำอย่างที่ตั้งใจ อย่างอื่นไม่ทำเขาก็ว่าไม่สมศักดิ์ ศรี เป็นเจ้าคุณทำไมทำอย่างนี้ไม่ได้ เป็นความอึดอัด ใจที่คิดไม่ถึง อย่างอาตมาชอบสอนหนังสือกับเขียน หนังสือ ชอบไปในแง่ของตำราเพราะอาตมาเรียนมา ด้านนี้ อะไร ๆ ก็ไม่ประทับใจเท่าความประทับใจใน พระผู้ใหญ่ที่วัดเบญจมบพิตรฯ ที่ให้ความเป็นกันเอง เป็นเรื่องที่แปลกวัดเบญจมบพิตรฯ มีพระผู้ใหญ่ถึง ๑๓- ๑๔ รูป ยังสามารถอยู่ด้วยกันได้เป็นกลุ่ม ทำงานไม่ ข้ามขั้นกัน ไม่แยกพวกกัน เวลาผิดพลาดอะไรหรือมี ข้อบกพร่องก็จะบอกกัน หรือเตือนผู้น้อย นี่ถ้าเราผิด พลาดก็ติเตียนกันเลย คงจะหมดกำลังใจและทำให้คน ทำงานเสียใจไปก็ได้ เรื่องผิดนั้นบางครั้งนึกไม่ถึง ท่านก็ให้เกียรติให้โอกาสเรา จึงมีโอกาสที่จะเสนอข้อ คิดใหม่ ๆ เข้าไป” ด้วยเดชะพระบารมี “ช่วงนี้เป็นวโรกาสที่ในหลวงทรงเจริญพระ ชนมพรรษาครบ ๕ รอบ การคัดเอาบุคคลพิเศษที่ช่วย เหลือประเทศชาติ ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองและ มีประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ให้เข้ารับพระราชทาน สมณศักดิ์โดยตั้งเกณฑ์เอาเปรียญธรรม ๙ ประโยค ไปจำนวน ๙ รูป เป็นพิเศษนี้ก็ดีใจที่ได้รับพระราช ทานมาก็คงจะถวายสนองพระมหากรุณาฯด้วยการ พยายามท่าสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ และศาสนา อย่างเช่น งานพระธรรมจาริกก็ถือว่า เป็นไปในพระราชดำริ การเผยแพร่ อาตมาคงจะ สนองพระมหากรุณาฯได้ในด้านนี้ในฐานะพระสงฆ์ กันยายน ๒๔๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More