พุทธศาสนาและบทบาทของสตรี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 9 เดือนกันยายน หน้า 31
หน้าที่ 31 / 126

สรุปเนื้อหา

พระไตรปิฎกบาลีของเราเล่าเรื่อง นิครนถ ผู้หญิงทำบุญด้วยการอดอาหาร พวกผู้ชายก็ นาฏบุตรไว้หลายตอนด้วยกัน แต่บทบาท ความสำคัญนั้นดูไม่เด่นชัด ในชั้นคัมภีร์ อรรถกถาที่เขียนในลังกา ภาพพจน์ของ นิครนถ์ ค่อนข้างจะเหมือนตัวตลก นอกจาก จะเป็นนักบวชที่ไม่นุ่งผ้าแล้ว ยังท่าอะไร ตลก ๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งไม่อาจมาเทียบรัศมี กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราได้ แต่ความจริงก็มีอยู่ว่า เช่นนั้นเป็น ศาสนาที่มีอิทธิพลสูงศาสนาหนึ่ง ซึ่งค่านิยม นั้นแพร่กระจายไปในสังคมอินเดียในยุคพุทธกาล อย่างมาก เช่นเรื่องอหิงสาอย่างสุดโต่งจนไม่ กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด การไม่ยอมนุ่งผ้าแม้แต่ ชิ้นเดียว หรือการอดอาหารจนตายเพื่อจะได้ ไปเกิดในสวรรค์หรือไปนิพพาน เช่นนั้นภายหลังแตกเป็น ๒ นิกายใหญ่ คือ พวกที่คมภรณ์ (แปลตามศัพท์ว่า ผู้มี ท้องฟ้าเป็นอ

หัวข้อประเด็น

- พุทธศาสนาและบทบาทของสตรี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระไตรปิฎกบาลีของเราเล่าเรื่อง นิครนถ ผู้หญิงทำบุญด้วยการอดอาหาร พวกผู้ชายก็ นาฏบุตรไว้หลายตอนด้วยกัน แต่บทบาท ความสำคัญนั้นดูไม่เด่นชัด ในชั้นคัมภีร์ อรรถกถาที่เขียนในลังกา ภาพพจน์ของ นิครนถ์ ค่อนข้างจะเหมือนตัวตลก นอกจาก จะเป็นนักบวชที่ไม่นุ่งผ้าแล้ว ยังท่าอะไร ตลก ๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งไม่อาจมาเทียบรัศมี กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราได้ แต่ความจริงก็มีอยู่ว่า เช่นนั้นเป็น ศาสนาที่มีอิทธิพลสูงศาสนาหนึ่ง ซึ่งค่านิยม นั้นแพร่กระจายไปในสังคมอินเดียในยุคพุทธกาล อย่างมาก เช่นเรื่องอหิงสาอย่างสุดโต่งจนไม่ กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด การไม่ยอมนุ่งผ้าแม้แต่ ชิ้นเดียว หรือการอดอาหารจนตายเพื่อจะได้ ไปเกิดในสวรรค์หรือไปนิพพาน เช่นนั้นภายหลังแตกเป็น ๒ นิกายใหญ่ คือ พวกที่คมภรณ์ (แปลตามศัพท์ว่า ผู้มี ท้องฟ้าเป็นอาภรณ์ หรือผู้ที่ไม่นุ่งผ้า) กับ พวกเศวตมภรณ์ (ผู้ที่นุ่งผ้าขาว) เคยมี บันทึกว่า ในการแตกกันครั้งนั้น ผู้เคร่งอหิงสา ทั้งหลายต่างใช้ก้อนหินปาใส่กันจนหัวร้าง ข้างแตกไปตาม ๆ กันทีเดียว สิ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อพุทธศาสนาสูญ ไปจากอินเดียนั้น พวกเชนยังรวมตัวกัน เป็นกลุ่มก้อนแน่นหนาไม่สูญหายไปเหมือนกับ ชาวพุทธเรา สาเหตุนั้นยังไม่มีใครทราบ แน่นอน แต่มีนักวิชาการบางคนสันนิษฐานว่า เชนไม่สูญหายไปจากอินเดียเพราะมีโครงสร้าง ของสังคมที่แน่นกว่า โดยถือว่า “สงฆ์” นั้น มิได้มีเฉพาะบรรพชิตเพียงอย่างเดียว แต่รวม เอาฆราวาสเข้าไปด้วย และมีข้อกําหนด สําหรับฆราวาสหลายประการด้วยกัน หัวใจหลักอย่างหนึ่งในสังคมฆราวาส เชนคือ การแบ่งหน้าที่กันชัดเจนระหว่างหญิง กับชาย ผู้หญิงนั้นทำหน้าที่อดอาหารใน เทศกาลต่าง ๆ ว่ากันว่า เช่นมีวิธีการอด อาหารถึงสิบกว่าอย่าง ตั้งแต่อย่างเบา ๆ เช่น อดมื้อเดียว หรือสองมื้อ ไปจนถึงขั้นอุกฤษฎ์ คืออดอาหารจนตาย ในขณะที่พวก กันยายน ๒๕๐ ทําบุญด้วยการถวายเงินทองให้กับวัด และ ด้วยเหตุที่เชนมีคำสอนห้ามประกอบอาชีพ ทางกสิกรรม ฆราวาสผู้ชายของเชนจึงไปเอาดี ทางด้านการค้าขาย จนเป็นพวกที่คุมอำนาจ ทางเศรษฐกิจของอินเดีย พวกหนึ่ง ถ้าว่ากันตามหลักจิตวิทยาแล้ว การ แบ่งหน้าที่กันระหว่างชาย-หญิงของฆราวาส เชนเหล่านี้ เหมาะสมกับธรรมชาติของมนุษย์ อย่างยิ่ง เพราะผู้หญิงมีความคิดอ่านในทาง อนุรักษ์นิยมมากกว่าชายอยู่แล้วโดยธรรมชาติ การที่ให้ผู้หญิงมาอดอาหาร ก็เท่ากับเป็น การรักษาแบบแผนของการประพฤติธรรมของ ทุกครั้งก็ทรงสามารถกลับใจโจรและอันธพาล เหล่านั้นให้มาบวชได้ทั้งหมด จัดว่าเป็นพระ พุทธเจ้าในอุดมคติของพวกเฟมินิสต์ทีเดียว ในศตวรรษที่ ๒ (พ.ศ. ๑๑๐๐) พุทธศาสนาในอินเดียรับอิทธิพลอย่างสูงจาก ลัทธิตันตระ ของฮินดู ซึ่งเป็นลัทธิที่บูชา เทพเจ้าหญิง มีการประกอบพิธีด้วยการใช้ เวทมนต์คาถาการเสพกามและการดื่มสุรา เพื่อบรรลุเป้าหมายในสิ่งที่ตนต้องการ คือการ ตรัสรู้ธรรมพุทธศาสนาแบบนี้เรียกตัวเองว่า วัชรยาน หรือ มันตระยาน ในศตวรรษที่ 6 ได้เข้าไปเผยแพร่ใน ทิเบต ทำให้พุทธศาสนาในทิเบตทุกนิกายมี สาระของวัชรยานอยู่ไม่ใช่น้อย และหลังจากที่ ทิเบตถูกกองทัพจีนเข้ายึดครอง (พ.ศ. ๒๕๕๙) พระลามะจำนวนมากได้อพยพเข้าสู่ยุโรปและ ศาสนาเชนไว้ได้มาก สำหรับผู้ชายของเช่นนั้น เมื่อมีการทำบุญ เจ้าภาพจะได้รับการยกย่อง กันอย่างมาก มีการติดป้ายประกาศเกียรติคุณ ซึ่งเป็น อเมริกา สร้างความตื่นตัวแก่สังคมตะวันตก ให้รู้กันอย่างแพร่หลายในสังคม เรื่องที่ถูกกับจริตของผู้ชาย โดยเฉพาะเช่น ผู้เป็นนักธุรกิจ รายการสุดท้ายจบลงด้วยการอ่าน บทความของนักวิชาการหญิงคนหนึ่ง เป็นผู้ที่ ได้เข้าไปค้นคว้าเรื่องประวัติพระพุทธเจ้าใน พุทธศาสนาของทิเบต พุทธประวัติฉบับนี้ ต่อพุทธศาสนาอย่างมาก ในทิเบตพระภิกษุที่มีคนนับถือมาก ๆ ก็ได้รับการยกย่องเป็นพระพุทธเจ้าด้วยกัน ทั้งนั้น พระพุทธเจ้าของเราเป็นที่รู้จักกันใน นามของศากยมุนี ซึ่งไม่มีความสำคัญอะไร เท่าใดนัก ถ้าเทียบกับพระโพธิสัตว์ เช่น ค่อนข้างพิสดารเพราะเรื่องราวทั้งหมดกลับ มันชูศรี อวโลกิเตศวร หรือ นางตารา (เทพ ตาลปัตรกับฉบับที่เราเคยเรียนกัน แทนที่จะ มีพระพุทธเจ้าเป็นผู้ชายกลับเป็นผู้หญิงแทน เรื่องตอนต้น ๆ คล้ายกับจะถอดออกมาจาก พุทธประวัติ ผิดกันแต่ว่าเปลี่ยนตัวเอก แทน ที่จะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะกลับเป็นพระนาง พิมพา เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากมีพระประสูติกาล แล้ว พระนางได้ทรงพิจารณาเห็นทุกข์ของ สังขาร และได้เสด็จออกทรงผนวชในคืนวันนั้น โดยทรงแอบหนีออกจากวัง ทิ้งพระสวามีให้ บรรทมอยู่กับพระโอรส ภายหลังจากออกบวช พระนางก็ได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัม พุทธเจ้าออกโปรดสัตว์โลกทั่วไป ในท้องเรื่องนั้น พระนางถูกโจรปล้น ถึง ๓ ครั้ง และถูกข่มขืนถึง ๓ ครั้ง แต่ ธิดาที่คอยช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้น ทุกข์ของสังสารวัฏ) ก่อนจบบทความนักวิชาการหญิงท่าน นี้ก็ได้ประกาศตนว่า จะต่อสู้อย่างสุดชีวิต เพื่อให้พุทธศาสนาในตะวันตกมีความเท่าเทียม กันระหว่างสตรีและบุรุษในทุกรูปแบบ ใน ขณะที่ปฏิญาณตนอยู่นั้น สายตาเธอจ้องเขม็ง มาที่อาตมา เหมือนกับว่าเป็นต้นเหตุของ ความกดขี่ทางเพศทั้งปวงในพุทธศาสนา อาตมาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรในขณะนั้น ได้แต่นึกในใจว่า “ขอให้แม่เจ้าประคุณทั้ง หลายจงเจริญ ๆ เถิด” ๆๆ อ่านต่อฉบับหน้า กัลยาณมิตร ๒๙ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More