ข้อความต้นฉบับในหน้า
วางใจเบา ๆ เหมือนนึกหน้าแม่ เหมือนนึกบ้าน แล้วอาการที่ว่าจะหายไป
ถาม มาวัดประมาณ ๖-๗ ครั้ง นั่งสมาธิติดต่อกันเกือบทุกวัน คือเว้นไปเพียง ๒ วัน
วนแรกเห็นเหมือนดวงอาทิตย์ วันต่อมาเห็นเหมือนไฟฉายมีเมฆบัง มีคนมาบอกว่าให้เลิกนั่ง
สมาธิเพราะจะเสียสติ จึงไม่แน่ใจว่าจะปฏิบัติอย่างไรดี
ตอบ ฝึกต่อไปเถอะลูกเอ๊ย เวลากำหนดนิมิตดวงแก้วหรือองค์พระก็ตาม ชัดหรือไม่ชัด
ก็ขอให้กำหนดต่อไป กำหนดเบา ๆ ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งนั้น ถ้าเห็นนิมิตหรืออะไรอยู่นอกตัว
ไม่เอา ถ้าอยู่ในตัวลอยขึ้นมาที่ศูนย์กลางกาย เออ จับเอาไว้ให้มั่น ประคองให้อยู่ที่ศูนย์กลางกาย
ตลอดเวลา การฝึกสมาธิเป็นการฝึกให้มีสตินะลูก มิใช่ฝึกให้เสียสติ
แผ่เมตตา
...จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีทุกข์กายทุกข์ใจเลย....
ถาม ไม่เคยทำจิตให้สงบในการนั่งสมาธิได้เลย นั่งสมาธิทีไร จะต้องฟุ้งซ่านเสมอ
แต่ถ้านั่งสงบจิตแผ่เมตตา รู้สึกจะทำได้ดี เพราะอะไรคะ
ตอบ การแผ่เมตตาที่คุณทำนั้นน่ะ ก็ถือว่าเป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งอยู่แล้วมันทำให้ใจ
ชุ่มชื่น ทำให้ใจสงบ แต่ว่ามันยังไม่ตั้งมั่นเท่าที่ควรจะเป็น คราวต่อไปพอแผ่เมตตาใจชุ่มดีก็กำหนด
นิมิตเป็นองค์พระเป็นดวงแก้วไปเลย อย่างนั้นจึงจะใช้ได้
ขึ้นอยู่กับความสามารถ
พระอรหันต์ยังรู้ไม่เท่ากันเลย
ถาม ผู้เข้าถึงธรรมกายจะสามารถรู้การดับวันตายของสัตวโลกหรือไม่
ตอบ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเขา คือถ้าทำซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกระทั่งชำนาญก็เห็น
แต่ในการทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ยังมีอีกว่า ตัวมีความชำนาญเท่าไหร่ อยากจะอธิบายให้ดูนิดนึง ผู้ที่
ฝึกสมาธิจนกระทั่งกำหนดดวงแก้วหรือองค์พระได้ชัดเจน ก็ฝึกอยู่ทุกวันนี่แหละ แต่ว่ากำหนดได้ ๆ
นี้ ก็แค่กำหนดได้ ใจสงบไหม? ก็สงบตามส่วน แต่ว่าอีกคนกำหนดได้แล้ว พยายามเอาใจสอด
เข้ากลางเรื่อยไป นอกจากกำหนดได้แล้วความใสความสว่างของดวงแก้วในตัวมีมากกว่าอีกคน
หนึ่ง เพราะฉะนั้นคน ๒ คนกำหนดดวงแก้วเหมือนกัน แต่อีกคนหนึ่งพอเห็นดวงแก้วแล้ว ก็สักแต่
รักษาดวงแก้วคงเดิมไว้ มองเห็นเอาไว้อย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นสมาธิไม่ก้าวหน้า อีกคนหนึ่งเห็นดวงแก้ว
แล้วเอาใจสอดเข้ากลางลึกเข้าไปเรื่อยไป เห็นดวงใหม่ชัดขึ้นใสขึ้นสว่างขึ้น สว่างจนกระทั่ง
ยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยง สว่างจนกระทั่งเหมือนอย่างเอาดวงอาทิตย์มาเรียงเต็มท้องฟ้า คนแรก
กับคนหลัง ก็มีความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน
แม้ผู้ที่เข้าถึงพระธรรมกาย ก็ความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการฝึก บางท่านอาจ
จะรู้วันตายของตัวเอง แม้พระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลก็มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่เรารู้จักชื่อ
เพียง ๘๐ รูป แล้วรูปที่เราคุ้นมากคือ พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร ทำไมเราจึงรู้จักท่านกัน
มาก ก็เพราะว่าท่านฝึกมากกว่าคนอื่น เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ท่านยังฝึกซ้ำแล้ว
ซ้ำอีก หนักเข้า ๆ จนกระทั่งความชำนาญความสว่างไสวมากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้น
ปัญญาของท่าน ฤทธิ์ของท่าน จึงมากกว่าผู้อื่น เราก็เลยรู้จักท่าน แล้วท่านทำประโยชน์ใน
พระพุทธศาสนาเยอะแยะ ส่วนองค์อื่นเมื่อเข้าถึงพระธรรมกายปราบกิเลสในตัวเองหมด
แล้ว ท่านก็เอาแค่นั้นแหละ การรู้การเห็นของท่านก็เอาแค่ตัวรอด พระอรหันต์ยังรู้เห็นไม่เท่ากัน
เลย ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์เพิ่งเข้าถึงพระธรรมกายใหม่ ๆ ก็รู้เห็นไม่เท่ากันนะ
กันยายน ๒๕๐๑
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๖๓