การทำงานและการฝึกสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 9 เดือนกันยายน หน้า 62
หน้าที่ 62 / 126

สรุปเนื้อหา

เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่คุณถูกกล่าวร้าย ก็ไม่ควรเดือดร้อนอะไร ทำตามที่พระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงทำให้ดูเป็นแบบแผน ก้มหน้าก้มตาทำความดีต่อไป ไม่สนใจต่อคำนินทาว่าร้ายนั้น เพราะยิ่งเรามัวห่วงกังวลอยู่ก็ยิ่งทำให้เสียสุขภาพจิต เสียเวลาเปล่า เมื่อเราตั้งใจทำความดีไม่หยุดยั้งเช่นนี้ วันหนึ่งคนทั้งโลกก็จะทราบความจริงเห็นความดี ของเราเอง หรือแม้จะไม่มีใครเห็น ตัวเราเองก็เห็นความดีของตัวเราเอง เราก็ไม่มีอะไรจะตำหนิ แหนงใจตนเอง มีแต่ความปีติยินดีทุกครั้งที่นึกถึงความดีที่เราเคยทำเอาไว้ ผู้มีราตรีเดียว บุคคลเช่นนี้ ย่อมประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน ถาม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้มีราตรีเดียว” นั้นแปลว่าอะไรครับ ตอบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลใดทำความเพียรไม่เกียจคร้าน ทั้ง กลางวันกลางคืน บุค

หัวข้อประเด็น

- การทำงานและการฝึกสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่คุณถูกกล่าวร้าย ก็ไม่ควรเดือดร้อนอะไร ทำตามที่พระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงทำให้ดูเป็นแบบแผน ก้มหน้าก้มตาทำความดีต่อไป ไม่สนใจต่อคำนินทาว่าร้ายนั้น เพราะยิ่งเรามัวห่วงกังวลอยู่ก็ยิ่งทำให้เสียสุขภาพจิต เสียเวลาเปล่า เมื่อเราตั้งใจทำความดีไม่หยุดยั้งเช่นนี้ วันหนึ่งคนทั้งโลกก็จะทราบความจริงเห็นความดี ของเราเอง หรือแม้จะไม่มีใครเห็น ตัวเราเองก็เห็นความดีของตัวเราเอง เราก็ไม่มีอะไรจะตำหนิ แหนงใจตนเอง มีแต่ความปีติยินดีทุกครั้งที่นึกถึงความดีที่เราเคยทำเอาไว้ ผู้มีราตรีเดียว บุคคลเช่นนี้ ย่อมประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน ถาม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้มีราตรีเดียว” นั้นแปลว่าอะไรครับ ตอบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลใดทำความเพียรไม่เกียจคร้าน ทั้ง กลางวันกลางคืน บุคคลนั้นแหละชื่อว่า เป็นผู้มีราตรีเดียว ในเชิงปฏิบัตินั้น ผู้มีราตรีเดียวหมายถึงว่า ๑. เมื่อมีงานในหน้าที่มาถึงแล้ว ก็ไม่ยอมผัดวันประกันพรุ่งไว้เมื่อนั่น เมื่อนี่ ทำให้งาน คั่งค้าง เสียหาย เช่นเดียวกับคนเกียจคร้าน ๒. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเน้นว่า ไม่ว่าเราจะทำงานในทางโลกหรือทางธรรมก็ตาม จะต้องไม่เป็นคนที่ห่วงหน้าพะวงหลัง คือจะไม่เอาเรื่องความสำเร็จในอดีตมายึดถือให้เกิดความ ประมาทลำพองใจ หรือเอาความล้มเหลวมาทำให้ท้อถอย เพราะเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีทางเรียกกลับคืนมาอีก และสถานการณ์ต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไป แล้วไม่ได้ซ้ำอีก ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่เอาเรื่องในอนาคตมากังวลจนเกินเหตุ ทำให้เป็นทุกข์กินเปล่า โดยข้อเท็จจริงแล้ว เรื่องต่าง ๆ อาจจะไม่หนักหนาสาหัสอย่างที่เราหลงกังวลหรือคิด เพ้อฝันมากเกินไป จนกลายเป็นคนเพ้อเจ้อ เพราะที่จริงเรื่องในอนาคตที่เราสร้างมโนภาพไว้ มันอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อกิจธุระใด ๆ มาถึง ไม่ว่ากิจนั้นจะเล็ก-ใหญ่เพียงใดก็ตาม เมื่อได้ วางแผนรัดกุมพอสมควรแล้ว ก็ให้ทำด้วยความรอบคอบ ทำให้เต็มที่ ดีที่สุด ราวกับคนที่ จะมีชีวิตเหลืออยู่เพียงวันเดียวเท่านั้น คือจะทำงานทุกอย่างแบบฝากฝีมือ เอาชีวิตเป็น เดิมพันแล้วงานนั้นจะสำเร็จได้ดีโดยอัตโนมัติ ถ้าเป็นงานทางโลกก็จะได้รับผลเป็นอัศจรรย์ เป็นงานชิ้นโบแดง เป็นอนุสรณ์ แก่คนรุ่นหลังทีเดียว ถ้าเป็นงานทางธรรม ก็จะสามารถฝึกตัวจนเข้าถึงพระธรรมกาย บรรลุมรรคผล นิพพานได้โดยง่ายดาย ฝึกสมาธิ วางใจเบา ๆ ประคองดวงนิมิตไว้ที่ศูนย์กลางกาย ถาม ขณะที่กำลังทำสมาธิประคองดวงแก้ว รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ทำให้ต้อง ผ่อนลมหายใจแล้วทำให้ดวงแก้วหายไป จะทำอย่างไรดีครับ ตอบ วางใจเบา ๆ ซักนิดนึงนะ พอใจเริ่มเป็นสมาธิน่ะถูกแล้ว ลมหายใจมันหยุดนิ่ง ไปเลย ขอให้วางใจเบา ๆ แล้วมันจะหายอึดอัด แล้วดวงแก้วจะชัดขึ้น ค่อย ๆ ประคอง เมื่อนั่งจน ชำนาญเราก็จะรู้ว่า แม้ไม่หายใจก็ไม่ตาย แล้วมันจะค่อย ๆ สว่างโพลงขึ้นมาด้วย ค่อย ๆ ทำไปนะ ๖๒ กัลยาณมิตร Kalyanamitra.org กันยายน ๒๔๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More