ข้อความต้นฉบับในหน้า
คาร์เว่อร์ไม่เคยขาดไปโรงสวดในวันอาทิตย์เลย
เพลงชื่อ “ฉันมีบ้านอยู่ในผานั้น” (I Gotta Home Inna
That Rock) เป็นเพลงหนึ่งที่เขาชอบ เป็นเพลงที่สิงอยู่ใน
ความรู้สึกของเขามากกว่าในความจำ เพลงนี้คือเพลงที่
มารดาผู้สูญหายไปนานแล้วได้ครวญให้เขาฟัง มันนิ่งอยู่
ในส่วนลึกแห่งหัวใจของเขา และพูดกับเขาถึงต้นตอ
แห่งพลังที่หลบซ่อนอยู่ พูดถึงพระเจ้าว่า “พระองค์อยู่
สูงมากจนเราไม่สามารถจะขึ้นไปสูงเหนือพระองค์ได้
9
๘๘ กัลยาณมิตร
ชาววิทยาลัยทัสคี
เคลื่อนที่ไปหาชาวไร่ชาวนา
โรงเรียนทัสคีก็มีดนตรีและการขับร้อง การ
พระองค์อยู่ต่ำเกินจนเราไม่อาจจะลงไปใต้พระองค์ได้
พระองค์กว้างใหญ่เหลือที่เราจะไปรอบพระองค์ได้”
พระเจ้าซึ่งได้ปล่อยให้รัถยานของพระองค์ “ไกวต่ำ
ลงมา” “เพื่อมาพบกับประชากรน้อย ๆ” ของพระองค์
วันอาทิตย์วันหนึ่ง ระหว่างที่เขาเดินกลับมายัง
ห้องประชุมการเกษตร หลังจากจบรายการของโรงสวด
แล้ว คาร์เวอร์หยุดที่ห้องนอนเพื่อจะพูดกับนิสิตคนหนึ่ง
ของเขา แต่นิสิตคนนั้นยังไม่กลับมายังห้องนอน ขณะนั้น
เป็นเวลาเย็นในฤดูใบไม้ผลิมีลมโชยมาด้วยกลิ่นหอม
พวกนิสิตฉวยโอกาสเอาเวลาว่างที่มีค่าชั่วครู่นี้ไปใช้
ดังที่ได้เคยทำกันเสมอมาแต่โบราณนับแต่ครั้งโสเครตีส
(Socrates) แรกเริ่มพบกับศิษย์ของเขาในห้องเรียน
สาธารณะที่กรุงโรม เมื่อคาร์เวอร์ออกมาเขาได้เหลือบ
ตามองดูเข้าไปใน “ห้องนั่งเล่น” ก็ไม่มีใครเหมือนกัน
แต่ได้สังเกตว่ามีปีอาโนตั้งอยู่ที่มุมหนึ่ง คาร์เวอร์จึงเดิน
ร้องเพลงอย่างนี้คาร์เว่อร์ไม่เคยได้ฟังมาก่อน ในเวลา เข้าไป เขาไม่ได้เล่นปีอาโนมาหลายเดือนแล้ว แม้ตั้งแต่ยัง
เย็นวันอาทิตย์นิสิตทั้งหลายไปประชุมกันในโรงสวด ไม่ได้มาทัสดีก็ก็ตาม หน้าที่อย่างอื่นเป็นเหตุให้เขาไม่มี
เสียงขับร้องของเขากลมกลืนผสมผสานกันอย่างเสนาะ เวลาเล่นดนตรี บัดนี้เขาได้นั่งลงและไล่นิ้วอย่างเบา ๆ
เพราะพริ้งราวกับจะทำให้ตะวันยอแสงข้างนอกห้อง
ต้องรอช้าอยู่ขณะหนึ่งและนกแท้ ๆ ก็ยังต้องนิ่งฟัง
ชื่อเสียงของ บูเก้อร์ ที. วอชิงตัน ได้ชักนำคนใหญ่คนโต
จำนวนมากให้มาที่โรงเรียน บางคนก็มาจากต่าง
ประเทศ เพื่อจะมาศึกษาสำหรับตนเองในทฤษฎีอัน
น่าฉงนสนเท่ห์ คือทฤษฎี “หัตถศึกษา” ของเขา คน
ไปมาตามแป้นเสียงเหล่านั้น
เวลามืดค่ำแล้วเขาก็คงยังเล่นอยู่เขาเก็บเล็ก
ผสมน้อยมาจากเพลงของ แฮนเดิ้ล (Handel) และ
เป็นเด็ลส์ซอห์น (Mendelssohn) ประสานเข้ากับเพลง
ศาสนาที่เขาเพิ่งได้ฟังมาเล็กน้อย เขาได้เล่นเพลงนำ
นิดหน่อย พลางหวนระลึกถึงนางมิลล์ฮอลแลนด์และ
ทั้งหลายเหล่านั้นบ้างก็มาในฐานผู้อยากรู้อยากเห็น ความหวังของเธอสำหรับตัวเขา เปล่าเลย เขามิได้เป็น
บ้างก็มาด้วยความรู้สึกถือตัวว่าเป็นผู้มาให้ความกรุณา “ศิลปิน” ตามที่คนทั้งหลาย ณ ซิมป์สันวิทยาลัยได้
มาให้ความอุปการะ ครั้นเขาได้ฟังเด็กที่เป็นบุตรทาส
ร้องเพลงอันมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ เก่าแก่ดังภูเขา ดื่ม
ลึกลงไปดุจดังความลึกของแม่พระคงคา และยกระดับ
ของจิตใจให้สูงส่งถึงแทบประตูของพระผู้เป็นเจ้า เมื่อ
เขาได้ฟังเพลงเหล่านั้นแล้ว ก็จากไปด้วยความเคารพ
และมีความสุขุมดีขึ้นกว่าเดิม
พยากรณ์ไว้ ที่นี่เขาเป็นเพียง “ชาวไร่ทางภาคใต้”
เป็นอาจารย์ในโรงเรียนที่ยากจนที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ
ความเป็นอยู่ เป็นผู้หมักผักหญ้าอย่าง “หมอยาสมุน
ไพร” เป็น “ช่างทาสีบ้านเรือน” ทำการทาโคลน
บนกำแพง ทั้งนี้เป็นเพราะเขาดำเนินชีวิตไม่สำเร็จผล
จึงเป็นผู้ที่ล้มเหลวกระนั้นหรือ เปล่าเลย ความมั่นใจ
กันยายน ๒๔๐๑
Kalyanamitra.org