ข้อความต้นฉบับในหน้า
จนต้องลืมตา พอลืมตาอาการนั้นก็หายไป
เมื่อเห็นว่าหายดีแล้วก็หลับตาใหม่ อาการ
สมดันก็เกิดขึ้นอีก พยายามอดทนจนท้องแข็ง
เป็นดาบ ไม่ยอมแพ้ ประมาณ ๑ ชั่วโมงอาการ
จึงค่อยทุเลาเบาบางลง
วันนั้นยังไม่กล้าถามสาเหตุจากคุณยาย
คิดว่าเป็นเรื่องธาตุแปรปรวนธรรมดา
พอไปนั่งสมาธิกับคุณยายอีกเป็นครั้งที่
๒ ก็มีอาการอย่างเต็มอีก จึงถามท่าน ท่าน
ตอบเหมือนเห็นด้วยตาเปล่า และรู้เห็นความ
เป็นอยู่ของอาตมามาโดยตลอด ท่านบอกว่า
"คุณฝึกไสยศาสตร์มามาก อาจารย์
เก่า ๆ เขาไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนทาง เขามาขวาง
ไว้
อาตมาตกใจคิดไม่ถึงว่าจิตไสยศาสตร์
จะย้อนมาทำร้ายอาตมาได้ถึงขนาดนี้ จึงถาม
ท่านว่า
เลย
"ยังงี้ผมไม่แย่หรือ” ท่านตอบเฉียบขาด
“จะเอาธรรมะก็ต้องสละชีวิต พระ
พุทธเจ้าท่านก็ทำอย่างนี้ คุณกล้าไหมล่ะ”
อาตมาลังเล แหม... นี่ต้องถึงเป็นถึงตาย
กันเชียวหรือ แต่พอมองหน้าคุณยาย เห็น
สายตาอันเต็ดเดี่ยวแฝงไว้ด้วยความเมตตา
ของท่านแล้ว ก็ตัดสินใจทันที
“กล้าครับ
วันนั้น กลับมาฝึกสมาธิต่อที่บ้านพักกับ
คุณไชยบูลย์ อาการจุกแน่นก็กลับมาอีก ได้
อาศัยคุณไชยบูลย์พูดให้กำลังใจ จึงอดทนฝึก
ไปเรื่อย ๆ ต่อเมื่อคุณยายคุมนั่งสมาธิให้หลาย
ครั้งเข้า อาการดังกล่าวจึงทุเลาเบาบางลง
จนดูเหมือนจะหายขาด แต่คุณยายบอกว่า
“ยังไม่หายขาดหรอก ยายแก้ให้ได้แค่นี้
ส่วนที่เหลือนั้นเป็นเพราะคุณยังเสียดายวิชา
มารอยู่ แต่คุณจะไม่ขลังอีกแล้ว เพราะทั้งหมด
ที่คุณเรียนมาเป็นประเภทมนต์ในธรรม ไม่ใช่
ธรรมบริสุทธิ์ ต่อไปนี้ต้องหมั่นนั่งสมาธิให้
มาก ๆ
คงจะจริงอย่างคุณยายว่า เพราะอาตมา
กันตพน ๒๔๓
เคยฝึกวิชามารจนทำได้ผลสำเร็จจริงอย่าง
อาจารย์สอนทุกอย่าง และไม่เคยคิดจะเอาไป
ทําร้ายใคร มีแต่จะช่วยคน จึงคิดว่านั่นเป็น
ของดี ทำให้นึกเสียดายอยู่ลึก ๆ ส่วนการ
ปฏิบัติธรรมของอาตมาขณะนั้น ยังไม่ก้าวหน้า
เท่าที่ควร ที่อยากเห็นนรกเห็นสวรรค์ก็ไม่เห็น
สักที ลังเลลังละ รักของใหม่เสียดายของเก่า
อยู่นั่นแล้ว
ในช่วงก่อนที่คุณไชยบูลย์จะพามาพบ
คุณยาย อาตมาพยายามพูดอวดอ้างความ
วิเศษของวิชามารให้คุณไชยบูลย์ฟังบ่อย ๆ
ก็อย่างที่บอกแล้ว ตั้งใจจะเอาท่านเป็นลูกศิษย์
เหนือฟ้ายังมีฟ้า
อย่างไรก็ดี ยังรู้สึกผิดสังเกตว่า ในการ
แสดงฤทธิ์ครั้งใด ถ้ามีคุณไชยบูลย์อยู่ด้วย
ครั้งนั้นเป็นทำไม่สำเร็จทุกที น้ำมันในกระทะ
ทอดกล้วยแขกร้อน ๆ เคยเอามือจุ่มลงไปได้
โดยมือไม่พองไม่ร้อน วันนั้นกลับร้อนฉ่าจน
ไม่กล้าเอามือจุ่มลงไป
สงสัยว่าคุณไชยบูลย์มีอะไรดี วันหนึ่ง
จึงคิดประลองฤทธิ์เอากับคุณไชยบูลย์โดยตรง
ได้นัดคนที่บ้านธรรมประสิทธิ์ไปดูว่าจะเสก
ปรอทใส่มือคุณไชยบูลย์ แต่ปรอทจะไม่เป็นพิษ
ใด ๆ แก่ร่างกาย วันนั้นนอกจากจะทำไม่
สำเร็จแล้ว ยังถูกคุณไชยบูลย์อบรมเข้าให้อีก
คุณยายบอกพวกนี้เป็นเดรัจฉาน จนเลิกคิดใช้วิชามารพวกนี้กับคุณไชยบูลย์อีก
วิชา ไม่เคยเรียน ชอบเรียน
แต่วิชาพระพุทธเจ้าท่านว่า
เขาจะเสกก็เสกไป เราก็อยู่เฉย ๆ
ทำใจให้ใส ๆ ไว้ที่ศูนย์
กลางกาย แล้วก็ภาวนาว่า
“ไม่ให้เข้า ไม่ให้เข้า” ก็ไป
ทําตามท่านแนะปรอทก็เข้าไม่ได้
แต่ท่านไม่สนใจเลย กลับชี้ให้เห็นโทษว่าวิชา
เหล่านี้เป็นเดรัจฉานวิชา จะทำความเดือดร้อน
ให้ภายหลัง แล้วสรรเสริญวิชาที่คุณยายจะสอน
ให้ทุกวัน อาตมาก็สนใจเฉพาะเรื่องนรก
สวรรค์เท่านั้น ในใจก็นึกอยู่ว่า “น้องมันไม่เชื่อ
เพราะยังไม่เห็นฤทธิ์เรา ต้องหาโอกาสแสดง
ฤทธิ์ให้ดูให้ได้” เพราะฉะนั้นขณะฝึกสมาธิกับ
คุณไชยบูลย์ จึงมักแฉลบลงข้างทางเรื่อยไป
ครั้นนานวันเข้าก็ไม่พูดอวดอย่างเดียว
พยายามแสดงฤทธิ์ให้คุณไชยบูลย์เห็นกับตา
อยู่เรื่อย ๆ ถึงยกให้เป็นอาจารย์แล้ว ก็ยัง
หวังว่า ถ้าอาจารย์ชอบใจวิชาของศิษย์ ศิษย์
ก็จะสอนให้
ต่อไป
วันหลังไปถามคุณไชยบูลย์ตรง ๆ ว่า
มีอะไรดี คุณไชยบูลย์เล่าให้ฟังว่า ก็ไม่มีอะไร
วันนั้นก่อนมา ได้ไปกราบคุณยายขอวิชาไป
ป้องกันตัว คุณยายบอกวิชาพวกนี้เป็นเดรัจฉาน
วิชา ไม่เคยเรียน ชอบเรียนแต่วิชาพระพุทธเจ้า
ท่านว่าเขาจะเสกก็เสกไป เราก็อยู่เฉย ๆ ทำใจ
ให้ใส ๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็ภาวนาว่า
“ไม่ให้เข้า ไม่ให้เข้า” ก็ไปทำตามท่านแนะ
ปรอทก็เข้าไม่ได้ แล้วท่านก็บอกว่า วิชามาร
พวกนี้สู้วิชาพระพุทธเจ้าไม่ได้หรอก
ตอนนั้นก็เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ยังคิดว่า
วิชามารนี้เก่งอยู่ แต่ที่ทำไม่สำเร็จเพราะตัวเรา
ไม่เก่งเอง ก็เลยพาคุณไชยบูลย์ไปพบอาจารย์
สอนวิชามารของอาตมาเพื่อประลองฤทธิ์กัน
เอง แต่อาจารย์ก็แสดงฤทธิ์ไม่ออก หน้าเสีย
เหมือนกัน
ตั้งแต่นั้นมา ก็เลยเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์
ว่าวิชาของพระพุทธเจ้าดีกว่า และยังรู้เพิ่มเติม
ว่าวิชามาเรทําให้ตกนรกได้ เลยเลิกใช้วิชามาร
เด็ดขาด ยกตำราทั้งหมดมาให้คุณยายอาจารย์
เผาทิ้ง
อ่านต่อฉบับหน้า
กัลยาณมิตร
Kalyanamitra.org