ข้อความต้นฉบับในหน้า
บัว
"ดอกไม่ใดก็ดูเหมือนจะไม่มีค่าควรต่อการบูชา
พระผู้ทรงฌาณ สัพพัญญูเจ้า เท่าดอกบัว”
ความเชื่อเช่นนี้มีมานานนับเนื่องตั้งแต่ก่อน
พุทธกาล มาจนกระทั่งปัจจุบัน ว่าดอกบัวเท่านั้นจึง
จะถือเป็นดอกไม้สูงค่า สำหรับบูชาพระพุทธเจ้า หรือ
พระผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์พระองค์ใด และไม่ใช่ว่า บัว จะ
มีบทบาทอยู่แต่เฉพาะการไว้ใช้เป็นบาทบูชาเท่านั้น
แต่ยังมีอิทธิพลมากมายปะปนอยู่ในวรรณกรรมภาษา
ถือเป็นสิ่งเปรียบเทียบอุปมาอุปมัยกับความบริสุทธิ์
ของใจ ความงามของผิวพรรณ วงพักตร์ รูปตา รูปกาย
กลิ่นกาย และมือเท้า ของทั้งหญิงสาว กับทั้งของพระ
ผู้ได้รับการสรรเสริญว่าเป็นผู้เลิศในทางใด ๆ แล้วแต่ว่า
ผู้ประพันธ์หรือกวีจะกำหนดให้
บัวกินสาย หรือบัวสาย
เป็นบัว "บานกลางคืน”
อีกชนิดหนึ่ง สังเกตที่
ใบบัวอุบลชาติจะแผ่อยู่
บนผิวน้ำ และที่ก้านดอก
ก้านใบจะค่อนข้างอ่อน
เรียบ ไม่แข็งระคาย
เหมือนบัวหลวง บัวชนิดนี้
เติบโตในธรรมชาติของ
เขตร้อนทั่วไป คนไทยเก็บ
สายบัวมากินเป็นอาหาร
ตั้งแต่โบราณ
สัตตบุษย์ บัวหลวงสีขาว
ดอกซ้อน ทรงป้อม ต้อง
แสงอาทิตย์ก็คลี่กลีบดอก
แย้มบานท้าทายหมู่แมลง
จะมีกลีบดอกซ้อนเรียง
ตัวอัดแน่น มีเกสรมาก
มายเรียงรอบฝักอ่อน ฝัก
เป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ
รูปทรงกรวยหงาย มีหลอด
บรรจุเมล็ดจำนวนมาก
อยู่ภายในดอกบัวหลวง
ปกติจะมีขนาด ประมาณ
๖-๑๒ นิ้ว บานเฉพาะ
กลางวัน กลางคืนจะหุบ
บัวหลวง หรือปทุมชาติ
ชนิดดอกรา (ไม่ซ้อน)มี
ชนิดสีขาวและสีชมพูอ่อน
เป็นบัวอีกสองชนิด ใน
ตระกูลปทุมชาติ ซึ่งใน
เขตเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ ได้ชื่อว่าเป็น
เมืองแม่ของบัวปทุมชาติ
ทีเดียว เพราะมันจะเจริญ
แพร่พันธุ์ออกไปได้อย่าง
รวดเร็วเสียยิ่งกว่าพืชบน
พื้นดินอีก เราจึงพบบัว
หลวงโดยเฉพาะชนิด
ดอกรานี้อยู่ทั่วไปตามห้วย
หนอง คลอง บึงที่มีน้ำ
ใสสะอาด