โบสถ์หมายเลข ๑๗ ในซันชิประเทศอินเดีย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 12 หน้า 71
หน้าที่ 71 / 124

สรุปเนื้อหา

โบสถ์หมายเลข ๑๗ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในซันชิประเทศอินเดีย เป็นโบสถ์ในยุคคุปตะ คริสต์ศตวรรษที่ 4 ทำด้วยหิน ผนังเป็นผนังธรรมดา เหมือนโบสถ์ ของกรีกยุคต้น ประตูด้านหน้าเป็นประตูที่มี หลังคาซึ่งค้ำไว้ด้วยเสาหิน ไปตะกุยทรายเอาทองออกมาเป็นผง ยุคนั้น พวกกรีกปะปนระหว่าง คาบสมุทรอินเดียกับ อาระเบีย และ คาบสมุทรฝั่งอันดามันเสมอ และ Hero- dotus ซึ่งกล่าวถึง Further India ได้ อธิบาย คาบทะเลดังต่อไปนี้ Strabo เรียกว่า Tocharoi Ptolemy เรียกว่า Tachori Sanskrit เรียกว่า Tukhara คำ Tukhara นี้เรียกกันตั้ง แต่คริสต์ศตวรรษที่ P-L หรือเรียก เขตต่อเนื่องลงมาทางใต้สุด เขตปกครองโตคาริสถาน นามนี้คือพวก กุชชะ (กุชฉาน Kushans) สมณะ "ในภูมิภาคไกลสุดของอินเดียนั้น ส่วน เสียงเรียกว่า ตู โห โล

หัวข้อประเด็น

- โบสถ์หมายเลข ๑๗ ในซันชิประเทศอินเดีย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

(ภาพขวา) โบสถ์หมายเลข ๑๗ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในซันชิประเทศอินเดีย เป็นโบสถ์ในยุคคุปตะ คริสต์ศตวรรษที่ 4 ทำด้วยหิน ผนังเป็นผนังธรรมดา เหมือนโบสถ์ ของกรีกยุคต้น ประตูด้านหน้าเป็นประตูที่มี หลังคาซึ่งค้ำไว้ด้วยเสาหิน ไปตะกุยทรายเอาทองออกมาเป็นผง ยุคนั้น พวกกรีกปะปนระหว่าง คาบสมุทรอินเดียกับ อาระเบีย และ คาบสมุทรฝั่งอันดามันเสมอ และ Hero- dotus ซึ่งกล่าวถึง Further India ได้ อธิบาย คาบทะเลดังต่อไปนี้ Strabo เรียกว่า Tocharoi Ptolemy เรียกว่า Tachori Sanskrit เรียกว่า Tukhara คำ Tukhara นี้เรียกกันตั้ง แต่คริสต์ศตวรรษที่ P-L หรือเรียก เขตต่อเนื่องลงมาทางใต้สุด เขตปกครองโตคาริสถาน นามนี้คือพวก กุชชะ (กุชฉาน Kushans) สมณะ "ในภูมิภาคไกลสุดของอินเดียนั้น ส่วน เสียงเรียกว่า ตู โห โล ในคริสต์ ศตวรรษที่ ๒ ธรรมชาติมีความงดงามยิ่งและระบบการ ผลิตอุดมสมบูรณ์ที่สุด เพราะภูมิอากาศดี Tarn ระบุว่า พวกกรีกโบราณไม่ ยิ่งไกลไปทางตะวันออกเท่าใดก็ยิ่งมีสัตว์ ได้เช่นนี้ในปี C. 85B.C. เขาอธิบายว่า ใหญ่ขึ้นตามลำดับ สัตว์สองเท้าสี่เท้ามี มีหลายคำและสะกดดังนี้ หมดเว้นแต่ม้า ทองคำผลิตมาจากที่นี่ Thocarorum: Thodarorum: เขากล่าวว่า พวกกรีกสะกดน และมีเหลือเฟือ ทั้งนี้บางส่วนขุดเอา Thoclarorum: Toclarorum บางส่วนร่อนเอาจากลำน้ำ มีต้นไม้ที่มี ปุยนุ่ม และชนพื้นเมืองใช้เสื้อผ้าทำ จากต้นไม้เหล่านี้...” TAKOLA นักวิชาการทั้งปัจจุบันและเป็น บุคคลในประวัติศาสตร์ได้ขนานนาม โตคารีดังนี้ Apollodorus c. 100B.C. เรียกว่า Tocharoi นามด้วย TH และการเน้นอยู่ที่ตัว T และที่อ้างถึงมากคือ Thagouroi และ Thogara โตเลมีอ้างถึงเมืองนี้สำหรับ ชนชาติที่มาจากเมืองกัง เพื่อไปยังนคร เส-ลา นอกจากนี้ภาษาทิเบตเรียก Tho kar: Tho-gar: Phod-kar ซึ่งเขากล่าวว่า หากอาศัยรากทิเบตที่เรียกว่า Phod-kar แล้ว ก็จะทำให้ Pliny เรียกว่า โฟคาร์ (Focari) ซึ่งอยู่ดั้งเดิมในแคว้น เตอร์ - กิสถาน Focari นี้ดั้งเดิมเป็นศัพท์กรีก ของอาณาจักรเฮเลน - Tarn ได้อ้างเอกสารกรีกว่า Pliny อธิบายว่าพวกนี้ เป็นประชาชนสายสักกะ (ภาษาเปอร์เซียอ่านว่า ศากยะ (หมาย เหตุ - ผู้เขียน)) พวกศากยะข้ามเขต ลุ่มน้ำทนัย ดอนจากตะวันออกไปตะวันตกร่วมกับพวก ชนชาติเร่ร่อนอื่น ๆ ไปยังลุ่มแม่น้ำ Tanais Jaxartes ซึ่งเป็นเรื่องที่เชื่อว่า พลินนั้น ปะปนระหว่างคนสองพวกที่ข้ามจากตะวัน ออกไปตะวันตกหรือตะวันตกไปตะวันออก เรื่องนี้ไม่สําคัญนัก เพราะ Ptolemy มาแก้ไข โดยเขารู้จักคนพวกนี้ และเรียกว่าตะกั่วป่า Takopaioi โดย เขาระบุภูเขาว่าอยู่บริเวณเทือกเขา Alexandrovski ทางทิศตะวันตกของ ทะเลสาบที่เรียกว่า Issyk Kul โดยบริเวณ นี้ยังมีการแบ่งกลุ่มเป็นพวกโตคาร ด้วยสี สรุปได้ว่าทั้งโตเลมีและพลิน รู้จัก คนเหล่านี้ว่าเป็นพวกตะโกร่า (Takora or กัลยาณมิตร ๖๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More