ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๖ กัลยา ณ มิตร
ภาพ ๓
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังทรงผนวช
ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการและทอดพระเนตรพระ
ปฐมเจดีย์หลายครั้งแล้ว ทรงสังเกตจนแน่พระราชหฤทัยว่า
พระมหาเจดีย์องค์นี้มิใช่เป็นปูชนียสถาน ซึ่งสร้างและบูรณะ
ซ่อมแซมโดยกษัตริย์หรือเจ้านายแห่งราชวงศ์ในยุคก่อน ๆ เพียง
ลำพังพระองค์เดียวจะทำได้แน่นอน เพราะว่าพนมจอมกองอิฐ
ใหญ่ ซึ่งปรากฏว่าเป็นฐานรองชั้นทักษิณ มิใช่พระปรางค์ แต่
เป็นองค์มหาสถูปเจดีย์ของโบราณ ยุคเดียวกับการแรกตั้งประ
ดิษฐานพระพุทธศาสนา เหมือนกับพระสถูปรามเจดีย์สมัย
พระเจ้าอนุราชในประเทศลังกาทวีป เมื่อมีพระราชดำริเป็นดังนี้แล้ว
จึงปรารถนาอยู่ในพระทัยว่า ไฉนหนอพระสถูปเจดีย์เดิมจะได้
คืนประดิษฐานดังเดิม และคงจะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
เป็นแน่แท้ จึงได้ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
เจ้าอยู่หัวให้ทรงทราบ รัชกาลที่ ๓ ทรงทราบแล้วมีพระราชดำรัส
ว่า เป็นโบราณสถานที่อยู่ในป่ารก จะทำขึ้นก็เห็นจะไม่มีประ
โยชน์ฉันใด ครั้นได้สดับว่าไม่ทรงโปรด พระบาทสมเด็จพระ
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็มีพระเจตนาไว้ในพระราชหฤทัยว่า
ทรงสถาปนาปฏิสังขรณ์ให้จงได้
จะ
เมื่อเสด็จขึ้นเถลิงราชสมบัติแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์เป็นแม่กองปฏิสังขรณ์
และให้ช่างต่อตัวอย่างถวายเป็นรูปพระเจดีย์กลม ไม่มีฐาน
ทักษิณ ก่อเป็นหน้ากระดานและช่องกระจกขึ้นไปจนถึงบัวถลา
แล้วชักลูกแก้วเข้าไปทั้งสามชั้น แล้วจึงตั้งบัวกลมปากระฆัง
ตามแบบพระสถูปเดิม และโปรดให้เริ่มลงมือสร้างตามแบบ
ในระหว่างบูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อวันอังคาร เดือนยี่ขึ้น ๕ ค่ำ
จุลศักราชพันสองร้อยสิบห้าปี เวลายามเศษได้มีผู้เห็นดวงกลม
มีรัศมีสว่างขนาดผลส้มเกลี้ยง ปรากฏที่องค์พระปรางค์ และ
ลอยออกจากซุ้มคูหาทางทิศอุดร มีรัศมีสว่างไปถึงยอดนพศูล
เบื้องต่ำถึงชั้นทักษิณเดิม แล้วก็หายไป ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓
มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะและสมโภชพระปฐมเจดีย์
และโปรดให้กระทำเครื่องสักการบูชาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
ครั้นเวลาประมาณบ่าย ๕ โมงเศษ ได้เสด็จขึ้นประทับพลับพลา
บนเนินฐานพระปฐมเจดีย์ ทรงฟังธรรมแล้วเสด็จพระราชดำเนิน
ประทักษิณรอบหนึ่ง ขณะจุดดอกไม้เพลิง จุดฝักแค เพื่อทำ
Kalyanamitra.org