ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตอนหนึ่งศีขรินถามขึ้นว่า
"ท่านพูดว่า "สังคม" หรือ?” จะทุกข์อยู่ที่ใจ สิ่งทั้งหลายสำคัญที่ใจ
"ท่านอยู่ในป่าอย่างนี้ไม่เหงาหรือ?” อโศกถามด้วยความตื่นเต้น
"แล้วแต่จะทำใจเอา” ชาลินีตอบ
“เราอยู่มานานจนเคยชินแล้ว”
"ท่านอยู่มานานเท่าไร?”
สิ่งทั้งหลายที่อยู่รอบข้างเป็นเพียงกระจกเงา
"ใช่" ชาลินียืนยัน "ท่านแปลก
เราแสดงอาการอย่างไร ก็จะแสดงอาการ
ใจมากใช่ไหมที่หญิงชาวป่าอย่างข้าพเจ้า
อย่างนั้นตอบ ถ้าสามารถทำใจให้มั่นคง
ทุกอย่าง เราก็จะพบความสงบสุขอย่าง
พูดคำว่า "สังคม" ซึ่งโดยที่จริงคำ ๆ หนักแน่นเหมือนแผ่นดิน รับได้ทุกสิ่ง
"พวกเราเกิดที่นี่ จึงคุ้นกับที่นี่ นี้ไม่น่าที่ข้าพเจ้าจะรู้จัก
อย่างยิ่ง” ชาลินีตอบแทนเพื่อนสาวด้วย "ขาพเจาแปลกใจมากทีเดียว” | แท้จริงแห่งจิตใจ ไม่มีใครมอบความ
"ที่ท่านกล่าวว่า แล้วแต่จะทำใจ | อโศกยอมรับ
เอานั้น มีความหมายอย่างไร?” อโศก
กาม
“หมายความว่า” ชาลินีตอบ
"ไม่ว่าอยู่ที่ไหนและอยู่ในภาวะอย่างไร
ถ้าเราทำใจให้หงอยเหงา ก็เหงา ถ้าเรา
ทำใจให้ร่าเริงแจ่มใสได้ ความร่าเริง
แจ่มใสก็จะเกิดขึ้น ท่านอยู่ในเมืองหลวง
มีคนมากหน้าหลายตา ท่านไม่เคยรู้สึก
ว้าเหว่และเหงาบ้างเลยหรือ?”
สุขสงบให้แก่ใครได้ ถ้าบุคคลผู้นั้นไม่ทำ
"ถ้าท่านรู้จักข้าพเจ้ามากกว่านี้ ตนให้เป็นเครื่องรองรับความสุขที่ดี มนุษย์
ท่านจะหายแปลกใจ” ชาตินี่พูดพร้อม เป็นอันมากกระเสือกกระสนหาความสุข
กับหันมาถามชโลธราซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ แต่มิได้ทำตนให้เป็นที่รองรับความสุข
นั่นเองว่า "ใช่ไหม ชโลธราร เสียเลย เมื่อเป็นดังนี้จะแสวงหาความ
ชโลธรวจึงพยักหน้ารับ ยิ้มนิด สุขมาสักเท่าใด มันก็มิอาจอยู่ด้วยได้
หนึ่งก่อนพูดว่า “ปู่ของชาลินีเคยเป็น ประหนึ่งเทน้ำลงในตุ่มรั่วรังแต่จะเหนื่อย
อาจารย์อยู่สำนักตักศิลาค่ะ เพิ่งเสียชีวิต
เมื่อปีที่แล้วนี่เอง บิดาของชาลินีก็ศึกษา
สําเร็จจากสำนักตักสิลาเหมือนกัน แต่
"เคยเหมือนกัน” อโศกตอบ เป็นคนชอบวิเวกจึงมาอยู่ในป่ากับบิดาตน
"และรู้สึกเป็นบ่อย ๆ เสียด้วย” ซึ่งหลีกเร้นมาอยู่ที่นี่ ชาลินีได้รับการ
“นั่นแปลว่า สถานที่ไม่ค่อยมี อบรมสั่งสอนทั้งจากปู่และบิดา
ความสำคัญเท่าไรนัก ที่สำคัญคือ ฉลาดมาก พูดอะไรแคล่วคล่อง เข้าใจ
ความรู้สึกของเราเอง ท่านเห็นด้วยไหม?”
ง
แรงเปล่า
อ่านต่อฉบับหน้า
"แปลว่า ความสุข ความทุกข์มิได้อยู่ที่ โอกาสได้มาพบและรู้จักกับท่าน
ชีวิตได้ดี”
ชาลินีพูด
"เห็นด้วยมากทีเดียว” อโศกตอบ
สามสหายมองหน้ากันแล้วยิ้ม
ศีขรินพูดขึ้นว่า "พวกเราโชคดีมากที่มี
ถ้า
อย่างไร ใช่ไหม?"
หนึ่งข้างหน้า"
เราอยู่สนทนาอีกพักหนึ่ง จน
บุคคลหรือสถานที่ แต่อยู่ที่ใจเราจะรู้สึก โชคดีเราอาจจะได้พบบิดาของท่านสักวัน
"ใช่" ชาลินีตอบและพูดต่อไปว่า
"เรื่องสถานที่และบุคคลนั้น ยิ่งสถานที่ พระอาทิตย์บ่ายคล้อยไปมากแล้วจึงสา
แออัดยัดเยียดมาก มีคนมาก ปัญหา
สลับซับซ้อนต่าง ก็เกิดมากตามขึ้น
ๆ
มาด้วย
กลับ ทั้งสองสาวแสดงอัธยาศัยไมตรีอัน
ยิง สามสหายบอกว่ามีโอกาสจะมา
เมื่อมีปัญหาสลับซับซ้อนมาก เที่ยวและพักผ่อนที่นี่อีก อาจจะได้รู้จัก
ความยุ่งยากก็มีมากขึ้น ความสงบสุข กับบิดาของชาลินีและชโลธรา
ของคนก็ลดน้อยลง ข้าพเจ้าเชื่อว่ายิ่ง
น
ตลอดระยะทางที่เดินกลับ ศาสวัต
คนเหินห่างจากธรรมชาติมากเท่าใด คน มิได้พูดอะไรเลย ส่วนศีขรินเดินชม
ก็ยิ่งห่างไกลจากความสุขมากเท่านั้น ชาลินีไม่หยุดปาก ชมทั้งความงามและ
เพราะไม่มีโอกาสได้อยู่กับตัวของตัวเอง แต่ ความฉลาดเฉียบแหลมของเธอ
ต้องทอดตัวให้เป็นโอกาสของสิ่งแวดล้อม
และแรงจูงของสังคม”
“จริงของชาลินี" อโศกคิด “แล้ว
แต่จะทําใจเอา มนุษย์เราจะสุขหรือ
กัลยาณมิตร ๑๑๗