ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภาพ ๑
Bangkok
(ภาพ ๑) โลหปราสาทวัดราชนัดดาราม เป็นโลหปราสาทองค์แรกและองค์เดียวในประเทศไทย และนับเป็นโลหปราสาท
องค์ที่ ๓ ของโลก เป็นแบบศิลปไทยโดยเฉพาะ และที่แตกต่างจากโลหปราสาทองค์อื่น ๆ คือ ไม่ได้สร้างสำหรับพระสงฆ์
อยู่ แต่สร้างขึ้นแทนองค์พระเจดีย์ (ภาพ ๒) พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม
ครั้นมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบวรพุทธศาสนา ก็ด้วยเหตุที่ว่าประเทศไทยได้ยกเอา
รัชกาลที่ ๓ ก็เช่นเดียวกัน โปรดการบูรณะปฏิสังขรณ์สร้าง
วัดวาอารามเป็นอย่างมาก จนถึงกับมีคำกล่าวว่า ใครสร้างวัด
๑
บุคคลผู้นั้นจะเป็นคนโปรดของพระเจ้าแผ่นดิน วัดประจำรัชกาล
๓ คือ วัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งมีการสร้างโลหปราสาท
เป็นแห่งที่ ๓ ในโลก โลหปราสาทองค์แรกสร้างโดยมหา
อุบาสิกาวิสาขา ซึ่งนำ “มหาลดาปสาธน์” เครื่องประดับ
พิเศษมาประมูลขาย มูลค่า ๙ โกฏิ แสน แล้วนำเงิน
มาสร้างที่อยู่ให้พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา มีลักษณะเป็น
ปราสาท ๒ ชั้น ๑,๐๐๐ ห้อง เสาและยอดปราสาททำด้วย
ทองคำมีชื่อว่า "มิคารมาตุปราสาท” โลหะปราสาทหลังที่ ๒
พระเจ้าอภัยทุษฐคามินีแห่งกรุงอนุราช ลังกาทวีป ทรงสร้าง
เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๒ ตามคำทำนายในแผ่นพระสุพรรณบัฏ
ของพระมหินทรเถระที่ทรงค้นพบ โปรดให้สร้างตามแบบทิพย
วิมานที่ได้ทอดพระเนตร เป็นอาคาร ๙ ชั้นมี ๑,๐๐๐ ห้อง
สร้างด้วยไม้ฝังหินมีค่าและงาช้าง หลังคามุงด้วยทองแดง
ปัจจุบันเหลือแต่ซากปราสาท ซึ่งประกอบด้วยเสาหินประมาณ
๑,๖๐๐ ต้น อยู่ในพื้นที่ประมาณ ๒๘ ตารางเมตร ส่วนโลห
ปราสาทในรัชกาลที่ ๓ นั้น เป็นปราสาท ๓ ชั้น มียอดทั้งหมด
๓๗ ยอด หมายถึงพระโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ
พระพุทธศาสนาเป็นประธานแห่งประเทศ
อีกนัยหนึ่งคือเป็น
ศาสนาประจำชาติ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ จึงทรง
เป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก และทรงเป็น "พุทธมามกะ”
ทรงนับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณคมณ์ ที่พึ่งของชีวิต
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น
ก่อนเสด็จขึ้นเถลิงราชสมบัติเป็นรัชกาลที่
a
แห่งพระบรมราช
จักรีวงศ์ พระองค์ทรงผนวชอยู่ในพระบวรพุทธศาสนานานถึง
๒๗ ปี ได้เสด็จจาริกไปทั่วดินแดนประเทศสยาม ทรงพบว่า
พุทธสถานที่ล้ำค่าในภาคต่าง ๆ ได้ถูกทอดทิ้งให้ชำรุดทรุดโทรม
อย่างน่าสังเวชพระทัย จึงมีพระราชดำริจะบูรณะปฏิสังขรณ์
เพื่อเป็นพุทธบูชา และเพื่อรักษาไว้เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่
บ้านคู่เมือง ยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาใน
ดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยของพระองค์
ที่ได้ทรงตระหนักและเห็นความสำคัญ หลักฐานทางพระพุทธ
ศาสนาในฐานะที่ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ดังพระราช
กรณียกิจ ปฐมเหตุของการบูรณะปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์
ในสมัยของพระองค์ ดังความสำคัญบางตอนจากเรื่อง “พระ
ปฐมเจดีย์” บทพระราชนิพนธ์ของพระองค์เธอ และเรื่องพระ
สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ยังมีพระราชประเพณี ปฐมเจดีย์ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ได้บันทึกประวัติการบูรณะ
ซึ่งยึดถือปฏิบัติกันมาแต่สมัยโบราณอีกอย่างหนึ่งคือ การผนวช
ปฏิสังขรณ์ ไว้ค่อนข้างละเอียดว่า
๑๔ กัลยา ณ มิตร