ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระมหามณฑปพุทธบาท ภปร.สก.
สร้างน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นส่วนพระราชกุศลเสริมส่งพระบุญญาธิ
การในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ภายในพระมหามณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทคู่สลักประทับลงบน
หินธรรมชาติขนาดใหญ่ สีสันงดงาม
พระอุโบสถ
สร้างน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นส่วนพระราชกุศลในสมเด็จพระเจ้าตากสิน
กรุงธนบุรีมหาราช พระผู้ทรงเสียสละใหญ่หลวงเพื่อประเทศชาติ ได้อัญเชิญ
พระราชลัญจกรไอยราพตอันเป็นเครื่องหมายประจำพระองค์ขึ้นประดิษฐาน
ประดับหน้าพระอุโบสถ
วัดญาณสังวราราม
โดย สีม่วง
คืออีกวัดหนึ่งซึ่งสำคัญยิ่งนัก และได้กลายเป็น
หลักจารึกสําคัญอีกชิ้นหนึ่งที่จะถูกบรรจุลงในประวัติ
ศาสตร์ไทย
วัดญาณสังวราราม เริ่มต้นสร้างเมื่อเดือน
กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ โดยตระกูลอันตระการเป็นผู้เริ่ม
ต้นด้วยการถวายที่ดินจำนวน ๑๐๐ ไร่เศษ ให้แก่
สมเด็จพระสังฆราช เมื่อครั้งยังทรงเป็นเจ้าคุณสมเด็จ
ญาณสังวร มีจุดมุ่งหมายถวายเพื่อสร้างเป็นปฏิบัติกิจ
สงฆ์ และกิจในการทำภาวนาธุระเป็นประการสำคัญ
ด้วย พื้นที่เป็นที่ค่อนข้างจะวิเวก แต่ทว่าไม่ห่างไกล
จากความเจริญ สะดวกในการก่อสร้าง และสะดวก
ต่อบรรดาพุทธศาสนิกชนที่จะไปแสวงหาความสงบ
ประกอบศาสนกิจได้โดยไม่ลำบาก
ซึ่งการได้เป็นไปสำเร็จตามปรารถนาของผู้ริเริ่ม
และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว ด้วยทรงบันดาลกลับกลายให้วัดที่ตั้งอยู่
ในที่ ๆ ค่อนข้างจะมีปัญหาในเรื่องน้ำใช้ น้ำบริโภค
กลายเป็นจุดที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอ่างเก็บน้ำที่เกิดขึ้น
ใหม่โดยกรมชลประทานคือ อ่างเก็บน้ำเขาชีโอน
อ่างเก็บน้ำเขาชีจรรย์ อ่างเก็บน้ำคลองบ้านอำเภอ
อ่างเก็บน้ำมาบฟักทอง และอ่างเก็บน้ำวัดสังวราราม
พร้อมความสมบูรณ์ในระบบประปาและการจ่ายน้ำ
ออกไปยังจุดต่าง ๆ ทำให้พื้นที่ราษฎรในบริเวณนั้น
พลอยได้รับพระมหากรุณาธิคุณไปด้วย
ทั้งยังทรงเล็งเห็นความสำคัญในแง่ที่ว่า
วัด
นอกจากเป็นแหล่งรวมใจของผู้คนแล้ว ยังเป็นแหล่ง
ที่สามารถให้วิชาความรู้ เป็นที่พึ่งแก่พสกนิกรของ
พระองค์ได้อีกด้วย วัดญาณสังวราราม จึงกลายเป็น
วัดที่มีทุกอย่างพรั่งพร้อมอุดมสมบูรณ์ เพื่อความ
สะดวกแก่พระภิกษุสงฆ์ และประชาชนในละแวกนั้น
โดยพื้นที่ในละแวกใกล้เคียงนั้นเป็นพื้นที่พัฒนาทาง
การเกษตร เป็นที่อนุรักษ์และบำรุงพันธุ์สัตว์หายาก
เช่น ไก่ฟ้าหัวเขียว ไก่ฟ้าพญาลอ เป็นต้น
และนอกจากความเพิ่มพูนทางด้านเกษตรกรรม
แล้ว ยังทรงทำให้วัดญาณสังวรารามแห่งนี้
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๓๕