ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓๙
-
ธ
นาข้าว – นาบุญ
จากบ้านที่สอง อาตมาได้ไปสู่บ้าน
ที่สามบ้านที่สี่ตามลำดับบ้านที่ห้า ทุก
สิ่งที่อาตมาได้เห็นทุกคำที่อาตมาได้ยิน
ได้ฟัง ล้วนแสดงให้เห็นความจริงอันเดียว
กัน คือความยากจนขัดสนในทุกสิ่งทุกอย่าง
ยากจนในทรัพย์ ยากจนในความรู้ ยากจน
ในโอกาสที่จะก้าวหน้าในชีวิต ความจริง
ที่อาตมาได้พบ ทำให้เกิดความรู้สึก
เศร้าใจ และสงสารชาวนาเหล่านั้นเป็น
กำลัง
"นายเพิ่ม” อาตมาเรียกนายเพิ่ม
เมื่อออกมาจากบ้านที่ห้า
"ครับ คุณมีอะไรจะใช้ผมหรือครับ”
นายเพิ่มถาม จ้องดูอาตมาอย่างงง ๆ
เขาคงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงใน
สีหน้าของอาตมา
“มี” อาตมาตอบ “ฉันอยากให้
นายเพิ่มไปที่บ้าน ฉันคงไปด้วยไม่ได้
รู้สึกอ่อนเพลียเต็มที่ ไปบอกให้ผู้ใหญ่บ้าน
เรียกประชุมลูกบ้าน ที่เช่านาฉันทำทั้ง
หมดในบ่ายวันนี้ที่ศาลาวัด เวลาประมาณ
ร ร ม ร า ร า
ความเดิมตอนที่แล้ว
โดย ธรรมโฆษ
พระภิกษุรูปนั้นให้รู้สึกสลดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ไปหาพระอาจารย์
เล่าเรื่องให้ฟัง พระอาจารย์ได้ชี้ให้เห็นโทษของความโลภ ความโกรธ ความหลง
ความอยากที่ไม่รู้จัก "พอ" ของมนุษย์และได้ชักชวนให้ท่านบวชเพื่อกำราบกิเลส
๓ ตัวนี้ให้เบาบางลง จะได้ช่วยชี้แนะผู้อื่นให้ปราบกิเลสเหล่านี้ตามไปด้วย
พระอาจารย์แนะนำให้มอบมรดกส่วนที่เป็นห้องแถวให้กับแม่ ส่วนที่ดินแถวรังสิต
ขอให้ท่านไปสำรวจดูพื้นที่ก่อน แล้วจะตัดสินใจได้ว่าควรมอบให้แก่ใคร เมื่อไป
ดูพื้นที่กับพบว่า ชาวบ้านที่เช่าที่ดินมีความเป็นอยู่แร้นแค้น ขัดสน มีฐานะ
ยากจน ท่านไปเยี่ยมบ้านแค่ ๒ หลัง ก็รู้สึกสลดหดหู่ใจเป็นอย่างมาก
เปอร์เซ็นต์อย่างงาม
อาตมาทรุดกายลงนั่งบนคันนา
๔ โมงเย็น ฉันมีเรื่องสำคัญจะประกาศ "เอาเถอะน่า ขายหรือไม่ขายก็รู้ | ใต้กอไผ่อันร่มเย็น มองทุ่งนาอันกว้างไกล
ให้เขาทราบ”
กันวันนี้ นายเพิ่มรีบไปบอกผู้ใหญ่บ้านก็ สุดสายตาแล้วก็หวนคิดถึงความแตกต่าง
"คุณจะขายที่นาใช่ไหมล่ะครับ?” แล้วกัน”
ระหว่างตนเองกับชาวนาผู้น่าสงสารเหล่า
นายเพิ่มถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาคง "ครับ ๆ” นายเพิ่มรับคำแล้วก็ นั้น ในขณะที่อาตมาเกิดขึ้นมาในกอง
คิดว่าอาตมาจะขายที่นาและหวังจะได้ รีบเดินดื่ม ๆ จากไป
เงินกองทอง แม้ไม่ต้องทำอะไรก็อยู่
กัลยาณมิตร ๑๐๓