การศึกษาประวัติศาสตร์ของตะโกร่า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 12 หน้า 72
หน้าที่ 72 / 124

สรุปเนื้อหา

Takour) พิจารณาจากเอกสารเหล่านี้ จึงทำให้สรุปรากศัพท์เดิมของพวกที่ ขนานนามตะโกร่า หรือตะกั่ว ตะกั่วป่าในอันดามัน ตะโกหรือตะกั่วนั้น คือผู้อยู่ใน อาณาจักรโชตานในพุทธกาล รากเดิม "แหลมทอง” ซึ่งอยู่ในคาบสมุทรอินเดีย ของโชตานนี้เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาต่อไป ทางตะวันออก ติดฝั่งอันดามันไทย บริ ผู้เขียนจึงใคร่เสนอข้อมูลจากเอกสารวิชา เวณที่เชื่อว่าเป็นเกาะเขาคอ กระบี่-ตรัง นี่คือที่มาของศัพท์โบราณซึ่งมีใน การสองส่วน ณ ที่นี้ คือส่วนแรกว่าด้วย บันทึกเกี่ยวกับอาณาจักรโชตาน ซึ่งเป็น แผนที่ ซึ่งมีรากศัพท์จากพวก เฮเลน บันทึกเกี่ยวกับอาณาจักรที่ประชาชน นับถือ (กรีกเรียกตนเอง) ศาสนาพุทธ และมีเอกสารของสมณะ Tarn อธิบายว่า ทั้งสองชื่อคือ ภิกษุจีนได้ทำการบันทึกการเดินทางไว้ ตะโกรา ซึ่งอยู่ทางเหนืออินเดียทางตะวันต

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาประวัติศาสตร์ของตะโกร่า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

Takour) พิจารณาจากเอกสารเหล่านี้ จึงทำให้สรุปรากศัพท์เดิมของพวกที่ ขนานนามตะโกร่า หรือตะกั่ว ตะกั่วป่าในอันดามัน ตะโกหรือตะกั่วนั้น คือผู้อยู่ใน อาณาจักรโชตานในพุทธกาล รากเดิม "แหลมทอง” ซึ่งอยู่ในคาบสมุทรอินเดีย ของโชตานนี้เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาต่อไป ทางตะวันออก ติดฝั่งอันดามันไทย บริ ผู้เขียนจึงใคร่เสนอข้อมูลจากเอกสารวิชา เวณที่เชื่อว่าเป็นเกาะเขาคอ กระบี่-ตรัง นี่คือที่มาของศัพท์โบราณซึ่งมีใน การสองส่วน ณ ที่นี้ คือส่วนแรกว่าด้วย บันทึกเกี่ยวกับอาณาจักรโชตาน ซึ่งเป็น แผนที่ ซึ่งมีรากศัพท์จากพวก เฮเลน บันทึกเกี่ยวกับอาณาจักรที่ประชาชน นับถือ (กรีกเรียกตนเอง) ศาสนาพุทธ และมีเอกสารของสมณะ Tarn อธิบายว่า ทั้งสองชื่อคือ ภิกษุจีนได้ทำการบันทึกการเดินทางไว้ ตะโกรา ซึ่งอยู่ทางเหนืออินเดียทางตะวันตก เหตุที่ต้องนำเอกสารเหล่านี้มาศึกษา ก็ คนเหล่านี้อยู่ทางเหนือของบริเวณที่เรียกว่า กับตะโกราทางมหาสมุทรอินเดีย ตาม เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่า เส้นทางสาย เอเชียกลาง อย่างไรก็ตาม มีนักเดินเรือที่ชื่อ มารินุส ได้ให้ข้อมูลว่า ชนเหล่านี้ไปมี ถิ่นฐานอีกหลายแห่ง อาทิ บริเวณที่เรียกว่า กัง บริเวณ อิมาออส บริเวณทะเลสาบ อิสิค กุล (Issyk Kul) บริเวณซอกเดียน่า (Sogdiana) และใน บาคเตรีย (Bac- tria) หรือ ภัคตริยา (ะ) เขาได้บันทึกว่าคนเหล่านี้เร่ร่อน แผนที่โตเลมีนั้น โดยเขาไม่ได้ศึกษาทาง ฝั่งทะเลนี้ แต่มีเหตุผลของเขาว่า ชื่อนี้ แม้จะอยู่กันคนละที่ แต่ต้องเกี่ยวสัมพันธ์กัน นอกจากนี้ยังมีภาษาโตการี (ปัจ จุบันเป็นภาษาตายไปแล้ว) ปรากฏอยู่ ในอาณาจักรฉานฉาน ซึ่งอยู่ติดกับอา- ณาจักรโชตาน (Khotan) ในคริสตกาล แพรไหมนั้นเป็นเส้นทางที่ศาสนาพุทธได้ แผ่ขยายอิทธิพล ร่วมกับพ่อค้าและ พวกวาณิชทางทะเลรวมอยู่ด้วย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติ ชนชาตินี้เอง ที่สามารถดำเนินการค้า ขายสินค้าของตนเอง รวมทั้งอพยพข้าม ถิ่นเข้ามาตั้งรกรากบริเวณภาคใต้ของไทย หากจะปรากฏว่า ที่ ๓ และทำการผลิต หรือวางรากลักษณะ Tarn ยังได้ระบุด้วยว่า และเดินทางไกล มารินุส ผู้นี้เองที่นำเอา "พวกชนชาติเหล่านี้เกี่ยวพันกับ การผลิตให้เมืองของตนเป็นศูนย์กลาง การคมนาคมทางทะเลระหว่างอาณาจักร นามตะกั่วป่าให้กับโตเลมี ซึ่งโตเลมี เส้นทางสายแพรไหมในทางทิศเหนือ กำหนดชื่อไว้ในบริเวณที่เรียกว่า Kryse (ระหว่างจีน-เมดิเตอร์เรเนียน) กรีก-โรมัน โดยอาศัยสำเภาจากพวก เปอร์เซียหรือไม่ก็จีน ซึ่งมีความช่ำชอง Kersoneses หรือที่เรารู้จักกันดีว่า เขาเห็นว่า เรื่องอักขระโบราณ ชำนาญภูมิประเทศแถบนี้มานานแล้ว (ภาพขวา) เสาหินระหว่างทางที่จะเดินไปยังแท่นบูชา อยู่ในถ้ำที่ ๑๗ ของ Aganta ประเทศอินเดีย เป็นศิลปะในยุคคุปตะ ๗๐ กัลยา ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More