ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภาพ ๑๔
(ภาพ ๑๔) ที่ข้างก้อนอิฐอันมหึมาทางขวามือนี้เอง ที่
พบกรุพระอุรังคธาตุ ก้อนอิฐก้อนนี้น่าจะคว่ำทับกรุ
พระอุรังคธาตุ เพราะเอียงประมาณ ๗๐ องศาแล้ว แต่ก็
ไม่คว่ำ เสมือนจะเตือนให้รู้ว่า วัตถุซึ่งฝังอยู่ข้าง ๆ นี้คือ
พระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นบรมครูของเทวดา
และมนุษย์ทั้งหลาย
ผอบใบนี้ สร้างในสมัยเวียงจันทน์ ล้านช้าง มี
จารึกที่แผ่นทองว่า “ศักราช ๖๐ ตัว (๒๒๔๑) เดือน ๓
ขึ้น ๒ ค่ำ วันศุกร์ พ่อออกพระขนานโคต พร้อมทั้งบุตร
ภริยา มีศรัทธาปสาทะในบวรพุทธศาสนายิ่ง จึงได้นำเอา
อบพระชินธาตุเจ้าที่จันทบุระ (เวียงจันทน์) มาสถาปนา
ไว้ที่ธาตุปะนม ทานวิเศษเป็นเหตุให้เถิงสุข ๓ ประการ
มีนิพพานสุขเป็นที่แล้ว อย่าแคล้วอย่าคลาด
(ภาพ ๑๕) ฝ่ายอุบสำริด พบในที่เดียวกับผอบ
ภาพ ๑๕
แผนผังแสดงที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ
A
-
ผอูบสำริด
เจดีย์ศิลา
บุษบกทองคำ
ตลับเงินและผอบ ๔ ชั้น
ผอบสำริดกว้าง ๑,๑๗ เมตร สูง 9.50 เมตร
ที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุสมัยที่ ๒ (พ.ศ. ๕๐๐)
- ที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุสมัยแรก (พ.ศ. ๔)
ของประชาชนทุกระดับชั้น ต่างพากันเรียกร้องให้ดำเนินการก่อ
สร้างใหม่ให้เหมือนเดิม โดยรีบด่วน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงมี
มติให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่อย่างเร่งด่วน โดยมีพิธีลงราก
ทั้ง ๕ และพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ซึ่งมีพระมหากัสสปเถระ
เป็นประมุข ได้ล้มพังทลายลงมาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๘
เหลือเป็นเพียงกองอิฐปูนอันมหึมา ไม่สามารถจะซ่อมแซมปฏิ
สังขรณ์ให้คืนสภาพเดิมได้ เนื่องจากพระบรมธาตุพนมเป็น
"พระพุทธเจดีย์” ซึ่งชาวไทยทั่วประเทศตลอดจนประชาชน ฝังเข็มพระธาตุเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๔-๒๙ พฤษภาคม ๒๕๑๙
ชาวลาวได้ให้ความนับถือบูชาอย่างลึกซึ้ง ปรากฏการณ์ที่อุบัติ ตอนที่พระบรมธาตุพนมล้มนั้น ได้มีการค้นพบบุษบกทองคำ
ขึ้นแก่พระบรมธาตุพนม จึงเป็นสิ่งสะเทือนขวัญและจิตใจ ซึ่งเป็นที่บรรจุผอบพระอุรังคธาตุ ซึ่งพบในห้องสี่เหลี่ยมของเจดีย์ศิลา
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๒๑