นวนิยาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 12 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 124

สรุปเนื้อหา

กลับมายังพระพุทธรูปเบื้องหน้า นวนิยาย โดย เกษมสุข ภมรสถิตย์ "กลับเถอะขอรับคุณหนู ตะวัน อย่างแน่นอนที่สุด สูงแล้วจะร้อนกาย” จึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วหลับ ตาลงเบา ๆ ขณะคล้อยใจลงไปในความ อย่างแน่ใจว่าภาพนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้... "พระองค์เจ้าขา... ผู้คนอีกมาก ฉันพยักหน้ารับคำอย่างงงงวย มายยังต้องเวียนว่ายแม้ไม่อยู่ในเนื้อกาย เพียงแต่รู้สึกกระทบใจที่ดวงหน้ากับแววตา นวลใสกลางใจของตัวเอง พลางนึกในใจ ที่จับต้องได้แล้วก็ตาม นี่ความตายมิได้ ที่ดูมีชีวิตชีวา เหมือนจะฉาบฉายด้วย เป็นกุญแจดอกสุดท้ายสู่สุนทรียภาพ ระบายของรอยยิ้มจาง ๆ อย่างสุขใจ อย่างที่หลายคนเข้าใจกันดอกใช่ไหมเจ้า กับรู้สึกถึงความไพเราะในคำพูดของลุงที่ คะ... กว่าพวกเขาจะรู้ได้ว่าการบำเพ็ญ แสนจะเป็นชาวบ้านคนนี้ ธรรมเท่านั้นที่จะทำให้เป็นสุขได้

หัวข้อประเด็น

- นวนิยาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กลับมายังพระพุทธรูปเบื้องหน้า นวนิยาย โดย เกษมสุข ภมรสถิตย์ "กลับเถอะขอรับคุณหนู ตะวัน อย่างแน่นอนที่สุด สูงแล้วจะร้อนกาย” จึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วหลับ ตาลงเบา ๆ ขณะคล้อยใจลงไปในความ อย่างแน่ใจว่าภาพนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้... "พระองค์เจ้าขา... ผู้คนอีกมาก ฉันพยักหน้ารับคำอย่างงงงวย มายยังต้องเวียนว่ายแม้ไม่อยู่ในเนื้อกาย เพียงแต่รู้สึกกระทบใจที่ดวงหน้ากับแววตา นวลใสกลางใจของตัวเอง พลางนึกในใจ ที่จับต้องได้แล้วก็ตาม นี่ความตายมิได้ ที่ดูมีชีวิตชีวา เหมือนจะฉาบฉายด้วย เป็นกุญแจดอกสุดท้ายสู่สุนทรียภาพ ระบายของรอยยิ้มจาง ๆ อย่างสุขใจ อย่างที่หลายคนเข้าใจกันดอกใช่ไหมเจ้า กับรู้สึกถึงความไพเราะในคำพูดของลุงที่ คะ... กว่าพวกเขาจะรู้ได้ว่าการบำเพ็ญ แสนจะเป็นชาวบ้านคนนี้ ธรรมเท่านั้นที่จะทำให้เป็นสุขได้ ก็สาย นอกจาก "อ้าพระองค์ทั้งสอง... ลุงผู้น่ารัก.... และผู้คนทั้งหลายที่ฉันได้สัมผัส ขอบ เกินไปเสียแล้ว.... ลูกขอพรจากพระองค์ เรือวาดวงออกจากตลิ่งพายมุ่งไป พระคุณในความกรุณาที่ทำให้ฉันรู้ เห็น ขอให้ตัวลูกสามารถทำตัวเองให้พ้นภาวะ | ข้างหน้าแล้วค่อย ๆ ตีวงกลับอีกครั้ง ถึงความงามของอดีต มั่นใจในวงเวียน นี้ให้จงได้ และหากเป็นไปได้ ขอให้ เพราะฉันลืมบอกกับคนแจวว่าจะกลับ ชีวิตว่าความตายมิใช่กุญแจดอกสุดท้าย ลูกมีโอกาสช่วยเพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ โรงแรมเลย ทำให้ได้ย้อนกลับมาผ่าน ที่จะพาดวงจิตให้พ้นห้วงกรรม ขอจงได้ ด้วยเถิด” หน้าวัดไชยวัฒนารามอีกครั้ง ฉันมอง รับความเคารพรักเยี่ยงลูกหลานสัญญา... ฉันยืนขึ้นอย่างรู้สึกหนักแน่นใน อย่างจะจดจำภาพงามนั้นไว้ แต่น่า สัญญาว่าจะบำเพ็ญธรรมเผื่อแผ่อย่างไม่ ความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น หันหลัง แปลกใจที่กลับมีภาพใหม่ซ้อนเหลื่อมขึ้น ลืมเลือน” กลับเตรียมที่จะเดินออกไปขึ้นเรือ... แต่ มาในครองจักษุ ทับทาบภาพวัดทรุด โทรมปรักหักพังนั้นไว้ด้วยภาพวัดที่สดใส เลื่อมลายสะท้อนผิวน้ำด้วย "อ้าวลุงเองหรือจ๊ะ” ฉันร้อง สวยงาม ทักออกไป เมื่อเห็นลุงคนเมื่อวานยืนอยู่ แสงจากช่อฟ้าคันทวย และบนผืนหญ้า ตรงด้านหลังของโบสถ์ที่พังจนมองทะลุ เขียวขจีริมตลิ่งที่รายเรียงด้วยไม้ดอกระดะ ออกไปข้างนอกได้ ฉันทักอย่างสดใสแต่ ลออตานั้น คือหญิงชายสองคนแต่งกาย ยอมรับว่า ใจเต้นผิดปกติอย่างไรก็ไม่รู้ "ลุงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ลุงอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้หรือ” ฉันถามสัมทับต่อไปทั้ง ๆ ได้ว่าเสื้อผ้าของฝ่ายหญิงนั้นวามวาวงดงาม ที่ไม่แน่ใจว่าจะได้รับคำตอบจากดวงหน้า นิ่งสงบนั้น "ขอรับ... คืนนี้ต้องการดอกไม้ งดงามเยี่ยงเครื่องทรงของผู้มีศักดิ์อันสูงส่ง และแม้ภาพจะไม่ชัดเจนนัก ก็พอให้จับ ด้วยสีเหลืองอมส้ม ฝ่ายชายออกไปทาง สีรวงข้าว ฉันมองภาพเบื้องหน้าราวกับถูก อีกรึปล่าว” ลุงทั้งตอบและถามพร้อม ๆ ตรึงสายตาเอาไว้ หูแว่วได้ยินเสียงดีดสี กัน ซึ่งเป็นคำตอบที่ทำให้ฉันแน่ใจว่า เพียงแต่มีเสียงหนึ่งที่โดดเด่นชัดออกมา ลุงคนนี้นี่เองที่เอาดอกไม้ไปให้เมื่อคืนนี้... คล้ายเสียงขับเพลงอะไรสักอย่าง อย่าง "กระผมชื่นใจขอรับ... ขอบพระ วังเวงหวาน คุณขอรับคุณหนู” ลุงแกพูดต่อไป อย่างที่ฉันเองไม่เข้าใจในความหมายที่แก พูดเลยสักนิด แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สักคำในภาพที่ซับซ้อนขึ้นมา นอกจากฟังเท่านั้น อ่านต่อฉบับหน้า ฉันไม่เอ่ยปากถามคนแจวเรือเลย เพราะแน ใจว่าเขาจะต้องไม่เห็น ไม่รู้ ไม่ได้ยิน กัลยาณมิตร ๑๑๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More