พระพุทธศาสนาในเนปาล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 3 หน้า 14
หน้าที่ 14 / 110

สรุปเนื้อหา

ส า ร ค ดี พระพุทธศาสนาในเนปาล (ต่อจากฉบับที่แล้ว) โดย พระอนิลมาน ธมฺมสากิโย เนปาล : ศูนย์กลางลัทธิตันตรยานและ วัชรยาน ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๓ พระพุทธ ศาสนาในอินเดียเสื่อมลงอย่างมาก ประกอบกับ การคุกคามของอิสลาม พุทธศาสนิกชนทั้ง วรรณกรรม และพาณิชยกรรม ของเนปาล เจริญถึงขีดสุด บรรดาช่างศิลป์ต่าง ๆ ในยุคนี้ ได้แก่เผ่าเนวาร์ หรือชาวพุทธพื้นเมืองในหุบเขา กาฐมาณฑุ ซึ่งได้สร้างวิหาร เจดีย์ เทวาลัย และอาคารต่าง ๆ ที่งดงามขึ้นไว้ในประเทศเป็น อันมาก และในตอนกลางแห่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ พวกกุรข่าก็ได้ทำลายอาณาจักรของ นี้เอง ราชวงศ์มัลละลงสำเร็จ พระภิกษุสงฆ์และฆราวาสได้ลี้ภัยจากประเทศ อินเดียขึ้นเหนือไปยังประเทศเนปาล ทิเบต ภูตาน และสิกขิม เป็นต้น ซึ่งทำให้เนปาลกลายเป็น ศูนย์กลางแห่งคัมภีร์ทางพระพุทธศา

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธศาสนาในเนปาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ส า ร ค ดี พระพุทธศาสนาในเนปาล (ต่อจากฉบับที่แล้ว) โดย พระอนิลมาน ธมฺมสากิโย เนปาล : ศูนย์กลางลัทธิตันตรยานและ วัชรยาน ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๓ พระพุทธ ศาสนาในอินเดียเสื่อมลงอย่างมาก ประกอบกับ การคุกคามของอิสลาม พุทธศาสนิกชนทั้ง วรรณกรรม และพาณิชยกรรม ของเนปาล เจริญถึงขีดสุด บรรดาช่างศิลป์ต่าง ๆ ในยุคนี้ ได้แก่เผ่าเนวาร์ หรือชาวพุทธพื้นเมืองในหุบเขา กาฐมาณฑุ ซึ่งได้สร้างวิหาร เจดีย์ เทวาลัย และอาคารต่าง ๆ ที่งดงามขึ้นไว้ในประเทศเป็น อันมาก และในตอนกลางแห่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ พวกกุรข่าก็ได้ทำลายอาณาจักรของ นี้เอง ราชวงศ์มัลละลงสำเร็จ พระภิกษุสงฆ์และฆราวาสได้ลี้ภัยจากประเทศ อินเดียขึ้นเหนือไปยังประเทศเนปาล ทิเบต ภูตาน และสิกขิม เป็นต้น ซึ่งทำให้เนปาลกลายเป็น ศูนย์กลางแห่งคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เพราะ พระภิกษุและพุทธศาสนิกชนที่ลี้ภัยมาจากใต้ได้ นำคัมภีร์และศาสนวัตถุที่พอจะนำติดตัวนำไปได้ ด้วย ดังนั้นพระพุทธศาสนาที่เข้าไปในเนปาล ช่วงหลัง นี้ จึงเต็มไปด้วยความเชื่อถือและ วัตรปฏิบัติแบบลัทธิตันตรยานและวัชรยาน ที่ กำลังรุ่งเรืองอยู่ในอินเดีย ผลก็คือ เนปาลได้กลาย เป็นที่รวมของพุทธศาสนานิกายและลัทธิต่าง ๆ นอกจากนี้ก็ได้เป็นศูนย์ของศาสนาพราหมณ์ด้วย (อ่านต่อหน้า ๒๖) โดยเฉพาะลัทธิไวศในวะ หรือลัทธิที่ถือพระวิษณุ เป็นใหญ่ กับลัทธิไศวะหรือลัทธิที่ถือพระศิวะ เป็นใหญ่ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกว่า ศาสนาและ ความเชื่อถือทั้งหลาย แตกต่างกันเหล่านี้ (โดย เฉพาะในระดับประชาชน) ต่างก็มีขันติธรรม ความอดกลั้นต่อกัน และอยู่ร่วมกันด้วยความ สงบสุข ทั้งยังเอื้ออาทรต่อกันและกันอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีให้เห็นไม่มากแห่งนัก ในคริสต์ศตวรรษที่ ซึ่งเป็นสมัย ของพระเจ้ายักษะมัลละถึงสมัยของพวกกูรข่าเป็น ระยะเวลาราว ๓๐๐ ปี ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ศิลปะ ๑๖ (ภาพบนซ้าย) พระมหาสถูปสวยัมภู (ภาพบนขวา) ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ (ภาพบนกลางซ้าย-ภาพล่างขาว) ศิลปะปฏิมา กรรมการแกะสลักหิน (ภาพล่างซ้าย) ศิลปะปฏิมากรรมการแกะสลักไม้ ๑๒ ก ล ย า ณ ม ต ร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More