ข้อความต้นฉบับในหน้า
.
ก
ลับมาสู่เรื่องราวของเจดีย์กันอีกที
ฉบับที่แล้วเล่าไว้ถึงความหมาย
ของเจดีย์ที่มีฐานกลม และฐาน
เหลี่ยมที่สามารถบรรจุลงในวงกลมได้ อย่างมี
ความสัมพันธุ์ต่อกันระหว่างความกว้างหรือรัศมี
ของฐานกับส่วนสูง มาถึงฉบับนี้จะสรุปให้ทราบ
กันเสียก่อนว่า เจดีย์นั้นมีจุดยืนอย่างไร
จัดสรรค์ออกไปเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง เพื่อ
เมื่อใดที่เราพบเจดีย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน จะได้
และ
สามารถเข้าใจถึงต้นความคิดในการสร้างเจดีย์แต่
ละองค์นั้นได้
สำคัญคือ จะทำให้เรามองเห็นเจดีย์ได้
มากกว่า ชัดเจน เข้าใจและเป็นจริงเป็นจังมากกว่า
การเห็น เป็นแค่เพียงสิ่งก่อสร้างสวย ๆ ของ
พระศาสนาเท่านั้น เพราะความจริงเจดีย์ คือสิ่ง
ที่บรรพบุรุษ พระภิกษุสงฆ์ และนักปราชญ์
โบราณท่านพยายามจะจารึกเรื่องราว ข้อธรรมและ
ปรัชญาของพระพุทธศาสนาเอาไว้ เพื่อเราท่าน
ผู้คนรุ่นหลังจะได้เข้าใจความเป็นมา ควบคู่ไป
กับการศึกษาโดยตรงนั่นเอง
น.
ก่อนอื่นจะพูดถึงคำว่าเจดีย์ ท่านอาจารย์
ณ ปากน้ำ หรืออาจารย์ประยูรอุสุชาฏะ
ปรมาจารย์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ไทย ได้
อธิบายว่า เจดีย์นั้นมาจากคำว่า Chitta ซึ่งก็คือ
จิตตะ หรือ จิต อันไปสอดคล้องกับตำราโบราณ
ทั้งทางอินเดียและภาคตะวันตก ว่าสิ่งสำคัญที่สุด
ของเจดีย์ก็คือส่วนสูง หรือ Axis ซึ่งระดับความ
สูงของเจดีย์นั้นสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความตั้งใจ
เพื่อบูชาพระศาสนา และเพื่อปรารถนาจิตอัน
ประภัสสร คือจิตที่หลุดพ้นจากกองกิเลส
จึงพอจะสรุปได้ในเบื้องต้นก่อนว่า เจดีย์
นั้นหมายถึงการบูชาพระศาสนาด้วยดวงจิตอัน
บริสุทธิ์เป็นบรรทัดฐาน เป็นเบื้องต้นของการมี
วิวัฒนาการไปสู่รูปแบบต่าง ๆ มากมาย อย่างที่
เห็น ๆ กันอยู่ทั่วไปในทุกพื้นที่ที่พระพุทธศาสนา
รุ่งเรือง หรือเคยรุ่งเรือง
และส่วนเจดีย์จะพัฒนาเป็นรูปแบบใด ๆ
นั้น ทุกแบบจะมีจุดยืนอย่างมั่นคงเต็มที่อยู่หนึ่ง
สิ่งนั่นคือการให้ความสำคัญในจุดศูนย์กลาง ไม่
ว่าเจดีย์จะแตกแบบออกไปอย่างไร ทั้งแนวตั้ง
หรือแนวนอน ความสำคัญหรือเรื่องราวต่าง ๆ
จะออกมาจุดกลางทั้งสิ้น โดยทุกแบบต่างถือว่า
"จุดกลาง” (Center) คือจุดรวมพลัง (Unitity)
จุดหยุดนิ่ง และจุดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง (Im
mortar) โดยถือจุดตัดของทิศ ทั้ง ๔ เป็นหลักก่อน
ที่จะเข้าสู่การพิจารณาอย่างอื่นต่อไป ซึ่งในที่นี้
หมายถึงคำอธิบายถึงจุดศูนย์กลางนั้นให้ละเอียด
บยลยิ่งขึ้น ซึ่งท่านผู้อ่านจะได้ทราบใน
ที่สุด ถ้าหากติดตามเรื่องราวต่อไปเรื่อย 1
และแยบยลยิ่งขึ้น
ถึงแม้ความสำคัญของเจดีย์จะเน้นตรง
ความสูง (Axis) ที่มีผ
ที่มีผลจากการลากเส้นตั้งฉาก
กับจุดกึ่งกลางของทิศทั้ง ๔ แต่รูปทรงของเจดีย์
กลับมีหลากหลาย มีทั้งอ้วนกลม อ้วนเรียว สูง
มาก สูงน้อย หรือเป็นชั้นเสียบยอดต่อกันขึ้นไป
โดยแต่ละทรงต่างก็มีความหมาย หรือแบบแผน
ของตัวเอง และจากการศึกษาจากตำราทั้งหมด
สามารถจะสรุปออกมาให้เข้าใจง่ายได้ ดังนี้คือ
๑.เน้นความสำคัญหนักไปทางแนวระนาบ
(The Plan) โดยถึงแม้ทรงเจดีย์จะสูงมากเพียง
ใด ในทุกระดับความสูงจะสามารถกำหนดจุด
บนแกนตั้งฉาก ลากเส้นทิศตัดกันและอธิบาย
เฉพาะส่วนที่เป็นแนวระนาบได้เสมอ ตัวอย่างที่
พอจะสังเกตได้ ก็คงจะต้องอาศัยรูป
คือทุกจุดบนแกน เมื่อลากเส้นทิศ และ
ทำลักษณะของรูปทรงได้แล้ว จะแบ่งออกเป็น
เขตแยกเป็นภพภูมิ หรือระดับชั้นของธรรมะได้เสมอ
ดังภาพของเจดีย์ในจีน หรือญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้
ชัดว่าแม้จะสูงแต่ก็ให้ความสำคัญในแนวราบ
ลักษณะของเจดีย์จึงเป็นชั้น ๆ ต่อกันขึ้นไป
๒. เน้นความสำคัญไปในด้านของแกน คือ
๕๐ ก ล ย า ณ ม ต ร