ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระวิหารน้อยซ้าย-ขวา พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญ
ดาญาณ พระมหาธาตุ ๔ ทิศ และพระเจดีย์
บนพื้นไพที่ ๕ องค์ ๔ ทิศรวม ๒๐ องค์ เบญจ์
รู้จักพื้นไพทีมั้ย พื้นไพทีหมายถึง การยกระดับ
พื้นขึ้นมาให้สูงกว่าพื้นธรรมดา แล้วมีสิ่งก่อสร้าง
มากกว่าหนึ่งนะจ๊ะ
ฉันเคยสงสัยว่าพระองค์ทรงสร้างสิ่ง
ต่าง ๆ มากมายในวัดโพธิ์จะต้องใช้เวลานาน
เท่าใด ใช้เงินทองมากน้อยเพียงใด น้าน้อยก็
ตอบโดยอ้างพงศาวดารกันผิดว่า “โปรดให้ก่อสร้าง
ค่ำ
ตั้งแต่วันพฤหัสบดี เดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ ปีฉลู
เบญจศก จุลศักราช ๑๑๕๕ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๓๒)
๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึงสำเร็จ แต่ก็ยังไม่ได้
ทำพิธีมอบถวายสงฆ์หรอกนะ”
"โปรดให้ประดิษฐ์ตกแต่งลวดลายโน่นนี่
เพิ่มเติม งานตกแต่งลวดลายต้องใช้เวลามากนะ
กว่าจะเสร็จและงดงามสมดังพระทัยปรารถนา
การทำพิธีมอบถวายสงฆ์และการฉลองวัดจึงต้อง
ล่าช้ามาถึงปี ๒๓๔๔ นั่นแหละ”
- "โอ้โฮ... นานจัง” พี่นิภาร้องเสียงดัง
"นานจนลืมเลยนะลักขณ์” “ก็นานหน่อยก็สร้าง
มากมายหลายอย่างหลายสิ่ง สิ้นพระราช
ทรัพย์ไป ๕๕๑๑ ชั่ง ใช้คนถึง ๒๐,๐๐๐ คน
น้าน้อยอธิบายต่อ has
m
"โอ้โฮ ใช้คนมากจัง” ฉันอดโวยไม่ได้
"ก็แหม ตอนแรกท่านก็ต้องถมที่ยุบตั้ง
ปีจึงอยู่ตัวเริ่มก่อสร้างได้ แค่ถมที่หลานก็คิด
ดูแล้วกันว่าจะต้องใช้แรงงานคนสักเท่าใด สมัย
โน้นยังไม่มีเครื่องจักรนะจ๊ะ แล้วยังช่างฝีมือแขนง
อื่น ๆ อีก อีกประการหนึ่งสิ่งก่อสร้างล้วนแต่
ขนาดใหญ่ ลักขณ์ลองคิดดูว่าจะต้องใช้ช่างเท่า
ใด เฉพาะสร้างพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญ์อย่าง
เดียวก็ได้จ้ะ เจดีย์ขนาดใหญ่ใช้คนเท่าใดใน
การก่อพระเจดีย์ ช่างกี่คนที่จะต้องเตรียมตัด
กระเบื้องถ้วย การตัดก็ตัดทีละชิ้นนะจ๊ะ แล้วอีก
กี่คนที่ต้องขึ้นไปประดับกระเบื้องบนองค์พระเจดีย์
ทุกอย่างต้องใช้มือทำทั้งนั้น ไม่มีเครื่องจักรนอก
จากเครื่องมือเล็ก ๆ น้อย ๆ ขนาดมือจับฉวย
ลวดลายองค์พระมหาเจดีย์ ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยสีต่าง ๆ
ได้เท่านั้น ข้อสำคัญทุกอย่างต้องใช้ฝีมือทั้งสิ้น
ตัดกระเบื้องก็ต้องให้ได้รูปสวยงามเพื่อคนประดับ
จะได้ประดับได้เป็นรูปเป็นร่างงานต้องประณีตจะ
ดังนั้น งานวัดนี้จึงต้องใช้แรงงานเปลือง ใช้เวลานาน
และใช้ทรัพย์ไม่น้อย จึงงดงามอย่างที่เราเห็น”
เมื่อได้ฟังน้าน้อยยกตัวอย่างนี้ ฉันก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
จริงซิเราคิดง่าย ๆ อย่างคนสมัยใหม่ที่พร้อมด้วย
เครื่องจักรกล จนลืมอดีต ลืมความยากลำบาก
ในการทำงานเมื่อ ๒๐๐ ปีที่แล้ว
AK
“เมื่อครั้งฉลองวัด รัชกาลที่ ๑ ได้พระ
ราชทานนามพระอารามใหญ่ว่า วัดพระเชตุพน
วิมลมังคลาวาส มาถึงรัชกาลที่ ๔ ทรงเปลี่ยน
สร้อยนามใหม่เป็น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ดังที่เรารู้จัก แต่นั่นแหละชาวบ้านก็ยังชอบเรียก
วัดโพธิ์เช่นเดิม ดังที่เราคุ้นปากคุ้นหูจนทุกวันนี้
แหละ” น้าน้อยอธิบายต่อ
"น้าคะ สมัยรัชกาลที่ ๓ ก็ยังสร้างอะไร
อีกหลายอย่างใช่ไหมคะ” ฉันยังสงสัย
๗๔
กั ล ย า ณ ม ต ร