ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระเจ้าอโศกมหาราช
โดย วศิน อินทสระ
1
ความเดิมตอนที่แล้ว
แม้ว่าอโศกจะมาหาชโลธราหลายครั้งแล้วก็ตาม เธอไม่ยอมเปิดโอกาสให้พบบิดาเลย
อโศกเคารพในเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนจึงไม่เข้าซื้อะไร บ่ายวันหนึ่งชายหนุ่มทั้งสามคือ
อโศก ศีขริน และศาสวัต มาหาชโลธราและชาลินี พวกเขาได้คุยกันถึงเรื่องอยู่เมืองหรือป่า
อย่างไหนจะดีกว่ากัน ใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดี
ในที่สุดก็สรุปว่าไม่มีอะไรดีหรือเลวอย่างแท้จริง
ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งนั้นเองเป็นตัวตัดสิน ความดีสากลนั้นมี
แต่ผู้ที่จะยอมรับคือ คนที่สามารถเข้าถึงได้ ผู้ที่เข้าไม่ถึงก็คัดค้านหน้าที่ของเราคือ
ศึกษาตนเองและเข้าให้ถึงตัวต
ถึงตัวตนที่แท้จริง
๑๗
พาวรี-พระสหายแห่งบิดา
"พอแล้ว เดี๋ยวใครมาเห็น” อโศก
ทวนคำนี้อยู่ในใจขณะมาถึงสำนักตักศิลาแล้ว
คำนี้ “พอแล้ว เดี๋ยวใครมาเห็น”
พวกผู้ชายมักได้ยินเสมอ ๆ แต่ส่วนมากเขาไม่
ค่อยเอาใจใส่ต่อคำนี้เท่าใดนัก คงตะกรุมตะกราม
หาความสำราญเบิกบานใจให้แก่ตนต่อไป ความ
ละอายในสิ่งที่ควรละอายเป็นสมบัติที่ดีของมนุษย์
ประการหนึ่ง ดังนั้น มนุษย์จึงแสดงความรัก
ระหว่างเพศในที่ลับหลับตาคนไม่เหมือนสัตว์โลก
ประเภทอื่น 1 จำนวนมาก ที่ไม่คำนึงถึงว่า
ใครจะเห็นใครจะดูอย่างไร
ในเรื่องทำนองนี้ ผู้หญิงได้ก้าวหน้าไป
กว่าชายมาก แม้เธอจะมีธรรมชาติที่ปิดความลับ
ไม่ค่อยได้ แต่เธอก็ไม่ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อ
ให้เป็นที่อับอายขายหน้า โลกควรจะขอบคุณ
นิสัยอันดีงามเรื่องนี้ของสตรีไว้ด้วย มิฉะนั้นแล้ว
โลกจะโสมมกว่านี้อีก
อีกอย่างหนึ่ง สตรีรู้สึกอยู่เสมอว่า ใน
การแสดงความรักก่อนถึงเวลาอันสมควรนั้น ถ้า
มีใครมาเห็นเข้าเธอเป็นฝ่ายเสียหาย ส่วนชาย
มองเห็นว่าตนเป็นฝ่ายได้เปรียบจึงไม่ค่อยระวัง
ในเรื่องนี้เท่าที่ควร แต่ในที่สุดทั้งบุรุษและสตรีก็
ก ล ย า ณ ม ต ร ๙๑