ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระองค์ทรงรับโครงการบูรณะฟื้นฟูลุมพินีไว้ใน
พระบรมราชูปถัมภ์ ทรงรับเสด็จเป็นประธานใน
งานวิสาขบูชา และเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน
ค.ศ. ๑๙๔๕ คราวที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณ
สังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระญาณสังวร
ได้เสด็จไปประเทศเนปาลตามคำอาราธนาของ
คณะสงฆ์เนปาล ซึ่งในการเสด็จเยือนในครั้งนั้น
พระราชาธิบดีพิเรนทระและรัฐบาลของพระองค์
ได้ถวายการต้อนรับคณะสงฆ์จากประเทศไทย
และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในปี ค.ศ.๑๙๔๖ พระราชา
ธิบดีพิเรนทระกับรัฐบาลของพระองค์ก็ได้เป็นเจ้า
ภาพการจัดประชุมสามัญ ครั้งที่ ๑๕ ขององค์
การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ณ กรุงกาฐ
มาณฑุ สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า แม้รัฐ
ธรรมนูญภายใต้พระมหากษัตริย์ได้ประกาศฐานะ
ทางศาสนาของประเทศเนปาลว่าเป็น อธิปไตย
ฮินดู ก็ตาม แต่ให้การเคารพสนับสนุนพระพุทธ
ศาสนาตามสมควรอยู่
และ
การต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ
ระบอบประชาธิปไตยของนักศึกษาและประชาชน
จากพระราชาธิบดี (เดิมใช้ระบอบปัญจายต
คือการปกครองแบบระบบไร้พรรคการเมือง) ได้
เกิดขึ้นในเดือนมกราคม ค.ศ.๑๙๙๐ และใน
ที่สุดประชาชนได้รับชัยชนะในการปฏิวัติทางการ
เมืองของประเทศเนปาลในครั้งนี้ ซึ่งต่อมาในวัน
ที่ ๗ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๙๙๐ พระราชาธิบดี
พระราชาธิบดีเนปาล
ถวายการต้อนรับเจ้าพระ
คุณสมเด็จพระสังฆราช
จากประเทศไทย
พิเรทระ พีร์ พิกรัม ชาห์เทวะ ก็ได้ประกาศ
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยอมพระองค์อยู่ภาย
ใต้รัฐธรรมนูญ และมอบอำนาจทางการเมืองให้
กับประชาชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานภาพของ
ประเทศให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
การ
เลือกตั้งและการมีพรรคการเมือง ซึ่งถูกห้ามมา
เป็นเวลา ๓๐ ปีนั้น ก็เปิดโอกาสให้มีได้โดยเสรี
ในการปฏิวัติทางการเมืองของประชาชน
เนปาล นอกจากการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพทาง
การเมืองแล้ว ก็มีการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพทาง
ศาสนาด้วย รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประกาศว่า
เป็นประชาธิปไตย แม้ว่าจะไม่ได้แก้ไขในเรื่อง
สิทธิเสรีภาพทางศาสนาให้ดีขึ้นไปกว่ารัฐธรรมนูญ
ฉบับเก่ามากนักก็ตาม แต่เนื่องจากเป็นเวลาที่
ประชาธิปไตยกำลังจะเบิกบาน รัฐคงได้ยินเสียง
เรียกร้องของชาวพุทธพื้นเมืองมากขึ้น ซึ่งถูก
จำกัดสิทธิมาโดยตลอด ๓๐ ปี ตลอดระยะ
เวลาดังกล่าวนั้น รัฐได้ลดจำนวนประชากรชาว
พุทธลงอย่างฮวบฮาบจาก ๕๐% ของจํานวน
ประชากรของประเทศในปี ค.ศ.๑๙๕๑ ลดลง
มาเหลือเพียง 4% ในปัจจุบัน ซึ่งขัดแย้งกับ
ข้อเท็จจริงเป็นอย่างมาก แต่จากเหตุการณ์ทาง
การเมืองที่ผ่านมานี้ ทำให้ชาวพุทธเนปาลที่
กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเดิมไม่ประกาศ
ตนเป็นชาวพุทธก็ได้ประกาศความเป็นชาวพุทธ
ของตนออกมาอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าสาธารณชน
และรัฐบาล ข้อนี้หวังกันว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้น
๒๘ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org