การบูรณะวัดพระเชตุพนในสมัยรัชกาลที่ 3 วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 3 หน้า 75
หน้าที่ 75 / 110

สรุปเนื้อหา

“ใช่จ้ะ พระองค์ทั้งซ่อมแซมบูรณะ วัดพระเชตุพนฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับประชาชน และสร้างเพิ่มเติมคือ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๔ พระองค์ เสด็จพระราชทานพระกฐิน ได้ทอดพระเนตร เห็นถาวรวัตถุของวัดซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลก สมเด็จพระไอยกาธิราชทรง สถาปนาไว้นั้นอยู่ในสภาพปรักหักพังทรุดโทรมมาก เพราะกาลเวลาที่ล่วงไป ปี นับจากเริ่มสร้าง ซึ่งมิได้ล่วงไปเปล่า ๆ นะ แต่ยังฝากริ้วรอยของ ความชำรุดทรุดโทรมไว้แก่ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยจะ ดังนั้นพระองค์จึงโปรดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ใช้เวลาถึง ๑๖ ปี คือเริ่มตั้งแต่ปี ๒๓๗๕-๒๓๙๑ นานมากใช่มั้ย นิภา” "ค่ะ นานกว่าครั้งที่รัชกาลที่ สร้างเสียอีก” ๑ ทรง "อ๋อ... ที่นานก็เพราะทรงบูรณะปฏิสัง ขรณ์แล้ว ยังโปรดให้สร้างปูชนียวัตถุ-สถานเพิ่ม เต

หัวข้อประเด็น

- การบูรณะวัดพระเชตุพนในสมัยรัชกาลที่ 3

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ใช่จ้ะ พระองค์ทั้งซ่อมแซมบูรณะ วัดพระเชตุพนฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับประชาชน และสร้างเพิ่มเติมคือ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๔ พระองค์ เสด็จพระราชทานพระกฐิน ได้ทอดพระเนตร เห็นถาวรวัตถุของวัดซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลก สมเด็จพระไอยกาธิราชทรง สถาปนาไว้นั้นอยู่ในสภาพปรักหักพังทรุดโทรมมาก เพราะกาลเวลาที่ล่วงไป ปี นับจากเริ่มสร้าง ซึ่งมิได้ล่วงไปเปล่า ๆ นะ แต่ยังฝากริ้วรอยของ ๔๐ ความชำรุดทรุดโทรมไว้แก่ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยจะ ดังนั้นพระองค์จึงโปรดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ใช้เวลาถึง ๑๖ ปี คือเริ่มตั้งแต่ปี ๒๓๗๕-๒๓๙๑ นานมากใช่มั้ย นิภา” "ค่ะ นานกว่าครั้งที่รัชกาลที่ สร้างเสียอีก” ๑ ทรง "อ๋อ... ที่นานก็เพราะทรงบูรณะปฏิสัง ขรณ์แล้ว ยังโปรดให้สร้างปูชนียวัตถุ-สถานเพิ่ม เติมอีกมากมาย เช่น ทรงขยายพระอุโบสถให้ กว้างใหญ่กว่าเดิมแล้วให้ช่างเขียนภาพที่ผนังสร้าง พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ซ่อมพระมหาเจดีย์ ศรีสรรเพชญ์ และสร้างใหม่ให้มีขนาดเดียวกันอีก ๒ องค์และอื่น ๆ อีก ทั้งนี้เพราะทรงมีพระราช ประสงค์ที่จะทำนุบำรุงพระอารามแห่งนี้ให้งดงาม เสมือนสมัยกรุงศรีอยุธยาที่เคยรุ่งเรืองมาแล้ว โดยมีวัดวาอารามที่สวยงามจำนวนมากประดับ พระนคร” "ถ้าเช่นนั้นช่างทุกประเภทก็ถูกระดมให้ ทำงานที่พระอารามนี้ซิคะ” “ใช่จ้ะ แล้วก็ล้วนเป็นช่างฝีมือเอกทั้งสิ้น ช่างเหล่านั้นทำงานอย่างสุดฝีมือเชียวนะ ทำด้วย ใจรักในศิลปะ ด้วยใจภักดิ์ในองค์เจ้าเหนือหัว แห่งตน และด้วยใจสักการบูชาในองค์สัมมาสัม พุทธเจ้า” โอ๊ะโอ้ ด้วยเหตุนี้เอง พี่นิภาและฉันจึง หายสงสัยแล้วว่าทำไมใครจึงพูดว่า "วัดพระเชตุ พนฯ เป็นแหล่งรวมศิลปะชิ้นเอกของไทย” เบญจ์ รู้มั้ย รัชกาลที่ ๓ ยังทรงมี พระราชประสงค์พิเศษอีกประการหนึ่งคือจะให้ อย่างแท้จริงโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ นับว่าพระองค์ ท่านทรงมีความคิดล้ำยุคสมัยมากทีเดียว เพราะ มหาวิทยาลัยตลาดวิชาที่พวกเรารู้จักกัน คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้าเรียนได้โดยไม่ต้องมีการสอบคัดเลือกเข้าก็เพิ่ง มีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ นี้เอง น่าที่พวกเราจะยกย่อง พระองค์ท่านเป็น พระราชบิดาแห่งการศึกษา ของไทยโดยแท้ ส่วนวิธีเผยแพร่ความรู้ไปสู่ประชาชนนั้น ก็คือโปรดฯ ให้นำความรู้ทั้งของเก่าและใหม่ที่โปรดฯ ให้นักปราชญ์ผู้รู้แต่งขึ้น จารึกลงบนแผ่นศิลา ประดับไว้ตามระเบียง ตามเสา ความรู้ในวัดนี้ ช่างมากมายมีทั้งด้านวรรณคดี ประเพณี สุภา ษิต พุทธศาสนา ตำรายา อนามัย ความรู้บาง เรื่องมีภาพเขียนหรือรูปปั้นรูปหล่อประกอบด้วย ประชาชนคนใดสนใจเรื่องใดก็เรียนได้จากจารึก เหล่านั้น น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้ศิลาจารึกลบเลือน เพราะความเก่าบ้าง ถูกทำลายบ้างและสูญหาย ไปบ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนจะต้อง ช่วยกันอนุรักษ์ มิฉะนั้นในอนาคตอาจจะต้องไป ชมของเก่าของไทยที่พิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ แผ่นศิลาจารึกตามพระระเบียงที่รัชกาลที่ เขียนเกี่ยวกับตำรายา อ่านต่อฉบับหน้า ๓ โปรดฯให้ กั ล ย า ณ ม ต ร ๗๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More