ข้อความต้นฉบับในหน้า
เต็มที่เมื่อขึ้นไปถึง ยืนพักและสูดอากาศให้เต็มปอด
เขาพนมเพลิง เป็นโบราณสำคัญ สร้างขึ้น
บนยอดเขาพนมเพลิง ซึ่งเป็นลักษณะเนินสูง ๆ
เท่านั้น ข้างบนมีเจดีย์ทรงระฆังคร่ำคร่า และ
ร่องรอยของวิหารใหญ่ที่เหลือแต่เสา กับพระ
ประธานที่ทำด้วยศิลาแลง แล้วสอ หรือเคลือบ
ด้วยปูนภายนอก ดูเก่าคร่ำปรักหักพัง แต่ทว่า
ทรงพลังและแผ่ความอบอุ่นออกมาอย่างน่าประ
หลาด
- หลังเจดีย์ใหญ่บนเขาพนมเพลิงคือ
ศาลเจ้าแม่ละอองสำลี ที่ดูทึบทีม แต่ไม่ถึงกับน่ากลัว
ในบริเวณด้านหน้าของพระวิหาร คือหน้าองค์
พระใหญ่ จะมีทางเดินลงไปยังระเบียงชั้นล่าง
เป็นด้านข้างทางขวามือของบันไดใหญ่ ตรงนั้น
มีลักษณะคล้ายเป็นที่พัก หรือศาลาเพื่อกิจกรรม
อะไรสักอย่าง สำคัญคือ มีซากพระพุทธรูป
ศิลาแลงหัก ๆ วางอยู่ แต่ไม่เต็มองค์ พอมอง
ออกเท่านั้นว่าเป็นส่วนของหน้าตักบ้าง ส่วนของ
พระเศียรบ้าง สันนิษฐานกันเองว่าน่าจะเป็นที่
สำหรับถวายอาหารพระ หรือจัดอาหารที่ตระเตรียม
มา เพราะที่นั่น ใต้ฐานพระโบราณเก่าคร่ำนั้น
พบว่ามีเศษจานชามโบราณสวยงามตกทิ้งอยู่ไม่
น้อย บ้างก็จมอยู่ บ้างพอยกฐานพระออกก็มองเห็น
แน่นอน มีหลายคนอยากได้ แต่พอได้ยินเรื่องราว
จากหัวหน้าทัวร์ของเรา ว่าเคยมาที่นี่และขอ
อนุญาตองค์พระประธานเก็บกลับไปหวังจะให้
เด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ได้ดูกัน ไม่ได้คิดสักนิดว่า
จะเอาไปเป็นสมบัติ เพียงแต่ตั้งใจเอาไปให้เด็ก ๆ
ดูแล้วจะเอากลับมาคืน พอดีกับเวลายังไม่อำนวย
ยังเอามาคืนให้ไม่ได้ทันใจเท่านั้น ปรากฏว่าเจ้า
ของไปปรากฏตัวให้ใครต่อใครได้เห็น และขอคืน
กันอย่างจะ ๆ ลูกทัวร์ทั้งหลายเลยขยาดแม้แต่
จะหยิบชม หรือย้ายที่
และพอจะเป็นคำตอบได้ว่า ทำไมเศษชาม
เหล่านี้จึงอยู่ยงคงกระพันมากระทั่งทุกวันนี้
ดังที่บรรยายแล้วว่า บรรยากาศที่ศรีสัชฯ
แห่งนี้มีเสน่ห์ ทว่าบนเขาพนมเพลิงนี้มีเสน่ห์ที่สุด
โดยเฉพาะกับหมู่เหล่าชาวพุทธที่รักการทำภาวนา
โดยเฉพาะในเวลาที่ตะวันไม่แรงจัด คือตอนบ่าย
ค่อนเย็น ทั้งผู้เฒ่า ผู้ใหญ่ และเด็ก จะสดชื่น
ได้เท่า ๆ กัน เริ่มตั้งแต่เชียร์กันจูงกันขึ้นบันได
มายืนอย่างผู้มีชัยหัวเราะให้กัน ชี้ชวนกันดู
แวดวงของเจดีย์งามที่รายล้อมอยู่ในท่ามกลางสี
เขียวของต้นไม้ใหญ่น้อย พากันเดินเล่นบนที่กว้าง
กั ล ย า ณ ม ต ร ๖๙