พระพุทธศาสนาในเนปาล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 3 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 110

สรุปเนื้อหา

พระพุทธศาสนาในเนปาล (ต่อจากหน้า ๑๒) พระพุทธศาสนาในยุคราชวงศ์ศาห์ (ค.ศ.๑๗๖๘-๑๘๔๖) สภาพสังคมหลังคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ ได้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กษัตริย์ราชวงศ์ศาห์ แห่งเผ่ากุรข่า สามารถยึดอำนาจจากราชวงศ์มัลละ ได้สำเร็จและตั้งราชวงศ์ศาห์ของตนขึ้นในปี ค.ศ.๑๗๖๙ นับตั้งแต่ราชวงศ์ศาห์ได้ปกครอง ประเทศเป็นต้นมา รัฐได้เป็นความสนใจจาก เรื่องศาสนาไปสู่เรื่องการเมืองและเศรษฐกิจมากขึ้น และได้แสดงบทบาททางศาสนาบ้างก็เป็นเรื่อง ทางศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวพุทธพื้นเมืองก็ยังคงปฏิบัติศาสนกิจของตน ตามที่เคยปฏิบัติกันมา โดยเฉพาะพวกศากยะ และวัชราจารย์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ตามตระกูลมาแต่เดิมได้มีบทบาทสำคัญ โดย ทำหน้าที่เป็นผู้นำชาวพุทธพื้นเมืองในการรักษา ประเพณีวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาเอาไว้ใ

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธศาสนาในเนปาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระพุทธศาสนาในเนปาล (ต่อจากหน้า ๑๒) พระพุทธศาสนาในยุคราชวงศ์ศาห์ (ค.ศ.๑๗๖๘-๑๘๔๖) สภาพสังคมหลังคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ ได้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กษัตริย์ราชวงศ์ศาห์ แห่งเผ่ากุรข่า สามารถยึดอำนาจจากราชวงศ์มัลละ ได้สำเร็จและตั้งราชวงศ์ศาห์ของตนขึ้นในปี ค.ศ.๑๗๖๙ นับตั้งแต่ราชวงศ์ศาห์ได้ปกครอง ประเทศเป็นต้นมา รัฐได้เป็นความสนใจจาก เรื่องศาสนาไปสู่เรื่องการเมืองและเศรษฐกิจมากขึ้น และได้แสดงบทบาททางศาสนาบ้างก็เป็นเรื่อง ทางศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวพุทธพื้นเมืองก็ยังคงปฏิบัติศาสนกิจของตน ตามที่เคยปฏิบัติกันมา โดยเฉพาะพวกศากยะ และวัชราจารย์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ตามตระกูลมาแต่เดิมได้มีบทบาทสำคัญ โดย ทำหน้าที่เป็นผู้นำชาวพุทธพื้นเมืองในการรักษา ประเพณีวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาเอาไว้ใน พระสังฆมหานายก ปรัชญานันทะมหาเถระ ขณะที่ไม่มีพระสงฆ์ เพราะถูกบังคับให้สึกเสีย หมดและถูกแบ่งแยกให้เป็นวรรณะต่าง ๆ โดย กษัตริย์ชัยสถิติมัลละผู้คลังในศาสนาฮินดู (ค.ศ. ศาสนาจากฮินดูไปเป็นพุทธ ๑๓๘๐-๑๓๙๕) การที่รัฐใช้อำนาจบีบบังคับไม่ให้ชาวพุทธ ต่อมานายกรัฐมนตรีภีม ซัมเศร รานา ได้สืบทอดเจตนารมย์แห่งการกีดกันพุทธศาสนา ๑ อย่างเปิดเผยในยุคของเผด็จการรานาตลอดเวลา ศตวรรษที่พวกรานาปกครองประเทศเนปาลอยู่ แสดงบทบาททางพระพุทธศาสนา และให้การ ส่งเสริมศาสนาฮินดูนั้น ได้กระทำขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พระพุทธศาสนาในยุคเผด็จการรานา (ค.ศ.๑๘๔๖-๑๙๕๑) ความเสื่อมโทรมอย่างจริงจังของพระ พุทธศาสนาในเนปาลได้เกิดขึ้นในยุคของเผด็จการ รานาคนแรก คือนายกรัฐมนตรี จึงพาหาดูร์ รานา ได้ทำลายวัดวาอารามทางพระพุทธศาสนาและ ทำลายคัมภีร์ต่าง ๆ ทางพุทธศาสนาเสียเป็น อันมากในปี ค.ศ.๑๙๒๕ นายกรัฐมนตรีผู้กุม อำนาจในบ้านเมืองได้ยึดอำนาจจากพระราชาธิบดี และได้เนรเทศพระลามะ ๔ รูป ในข้อหาเปลี่ยน จากชาติภูมิของพระพุทธเจ้า ตามแนวนโยบาย ของนายกรัฐมนตรีเผด็จการคนเก่า โดยห้ามไม่ ให้มีการสวดมนต์ การเทศน์ และการบูชาทาง พุทธศาสนาอย่างเด็ดขาด จนถึงกับมีการจับผู้ ฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวเข้าคุกหลายคนในปี ค.ศ. ๑๙๔๒ แต่ดูเหมือนยิ่งห้ามก็ยิ่งยุ ปรากฏว่าได้ มีพุทธศาสนิกชนรุ่นใหม่ของเนปาลได้ออกบรรพชา อุปสมบท และได้ศึกษาพุทธศาสนาแบบเถรวาท จากประเทศอินเดีย พม่า ลังกา และไทยกัน มากขึ้น ในเดือนพฤศจิกายนของปี ค.ศ.๑๙๓๑ ชาวพุทธจำนวนหนึ่งที่เข้าไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในเนปาลถูกจับ บางคนก็ถูกจองจำ และบางคน ก็ถูกเนรเทศ และถูกปรับในข้อหาแจกจ่ายในปลิว และข้อหาออกบิณฑบาต และในระยะนี้เองที่ ๒๖ กั ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More