ข้อความต้นฉบับในหน้า
an
ปรุงชีวิตจากสิ่งทั้ง คือ ใจ... ความเป็นไป
ของโลก และพุทธปรัชญา เพื่อได้ชีวิตที่เต็มไป
ด้วยความสุข โดยมี ศิลปะ เป็นตัวประกอบ
สำคัญเหมือนการชงชานั้น ๆ ให้อร่อยชุ่มลิ้นอย่าง
พอดี ๆ ไม่แก่เกินไปจนฝาด... และให้โทษ ไม่
อ่อนเกินไปจนไร้คุณค่า จะต้องอาศัยศิลปะและ
ความชำนาญของผู้ซึ่งเป็นอย่างมาก ฉันใดก็ฉัน
นั้นเหมือนกันไม่มีผิด
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า นักปราชญ์ของ
จีนทุกคนนิยมดื่มชา ฝึกฝนการชงชา... เพราะ
เชื่อว่าเป็นผลต่อเนื่องโดยตรงกับการฝึกสมาธิ
เพราะการทำให้ใจเกิดความพอดี... ไม่ตึง...
ไม่หย่อนเกินไป เพื่อผลแห่งสมาธินั้น ต้องอาศัย
ศิลปะในทำนองเดียวกันกับการชงชา เช่นเดียว
กับความสามารถที่จะใช้ชีวิตให้เป็นสุขจริง ๆ ได้
แน่นอน... ทั้งพระ และนักปราชญ์ ของ
ทั้งจีนและญี่ปุ่น จึงทุ่มเทศึกษา ฝึกฝน โดยฝึก
ชงชา... ดื่มชา... ไปกับการทำสมาธิ ดังนั้นวิธี
การชงชาของจีนและญี่ปุ่น จึงเป็นวิชาที่ละเอียดอ่อน
เป็นต้นกำเนิดของการดื่มชาของโลก ที่ประเทศ
ต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศทางตะวันตกได้รับไป
อย่างเต็มที่ ไปประยุกต์ใหม่... ผสมใหม่ ให้เป็น
ไปตามความชอบและวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนที่
คนไทยส่วนใหญ่รับมาอย่างไม่รู้ข้อเท็จจริง ว่านั่น
คือขบวนการที่ถูกปรับไปกับความเป็นโลกตะวันตก
แล้วอย่างสิ้นเชิง
ชา หรือ ว่า เต้ หรือ ที (Tea) นั่น
มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในประเทศจีนตอนกลางใน
รูปแบบของเครื่องดื่มสมุนไพร ก่อนที่พระพุทธ
ศาสนาจะเข้าไปแพร่หลายในประเทศจีน ความนิยม
ในการดื่มชาแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วยังจีนตอนใต้
เหนือ, ทิเบต, มองโกล และเมื่อผนวกเข้ากับ
พุทธปรัชญาแล้ว ชายิ่งถวายเป็นเครื่องดื่มสำคัญ
ยิ่งขึ้น
ในสมัยแรก ความนิยมดื่มชานั้นมีจำกัด
อยู่ในวงของนักปราชญ์ ผู้ดีมีสกุล และในพระ
ราชฐานถือเป็นเครื่องดื่มแห่งสุภาพบุรุษ จนกระทั่ง
พุทธศาสนาแผ่ออกไปแพร่หลาย นั่นแหละ
การดื่มชาจึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวจีน
และในช่วงนี้นี่เอง ที่เกิดโรงเรียนสอนวิธีชงชา คู่
กับการสอนสมาธิและเขียนภาพ มีผู้ชำนาญการชา
ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Tea Master เกิดขึ้น
หลายคน เช่น ลู่หวู่ (Luwuh) และซาง เตีย
ซุง (Chany Tieh Chung) ทั้งสองท่านนี้ถือว่า
สำคัญมาก ยิ่งใหญ่มาก เป็นต้นแบบการชงชา
ทั้งหมด ทั้งของจีน และญี่ปุ่นในปัจจุบัน
ญี่ปุ่น รับทอดวัฒนธรรมการดื่มชาจาก
จีนไปตอนนี้นี่เอง จาก Tea Master ทั้งสอง
และจากพระเซนที่ข้ามไปสอนพุทธศาสนาในญี่ปุ่น
(เซน เป็นนิกายหนึ่งของพุทธศาสนา ที่รุ่งเรือง
และมีชื่อเสียงมากในจีน-ญี่ปุ่น) และไปพัฒนา
จนกลายเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม ในวิธีการและ
พิธีการดื่มขาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ประเพณี
การดื่มชา ที่รู้จักกันทั่วไปของญี่ปุ่นเรียกว่า Cha-
no-yu หรือ The Tea Ceremony และ
ประเพณีที่ถือเป็นศิลปะชั้นสูงของญี่ปุ่น ที่จะนำ
มาเล่าสู่กันในภายหลัง
ดังได้กล่าวแล้วว่า
ชานั้นเริ่มได้รับ
ความนิยมเพราะเป็นเครื่องดื่มประเภทสมุนไพร
จึงได้มีผู้ศึกษาลึกลงไปอีกว่า คุณสมบัติของชา
นอกจากจะทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วง
เหงาหาวนอนแล้ว ยังมีอะไรอีกบ้าง
และก็ได้มีผู้รวบรวมไว้ว่า ชามีคุณสมบัติ
ดังต่อไปนี้คือ
- ทำให้สดชื่น
บำรุงหัวใจ แต่จะต้องเป็นชาที่ชงได้
ความแก่-อ่อนพอดี ๆ จากผู้ชำนาญ
ล้างสารที่เป็นพิษในร่างกาย
- ลดไขมันที่เกาะอยู่ตามลำไส้
กระเพาะ
๔๖ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org