ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปที่ไหนหนอ ก็ทราบว่า
พระบรมศาสดาเสด็จไป ณ ที่ใด จึงเหาะจาก
เขาคิชฌกูฏตามเสด็จไปด้วย
ขณะนั้นเป็น
เวลาพระอาทิตย์ใกล้อัสดง แต่ยังทอรังสีโดยรอบ
แลดูงดงาม วันนั้นเป็นวันเพ็ญพระจันทร์เสวย
มาฆฤกษ์ (เดือน ๓) ซึ่งนับจากวันที่พระบรม
ศาสดาตรัสรู้แล้ว ได้ ๙ เดือนพอดี เป็นเหตุ
อันมหัศจรรย์ เสมือนดังหนึ่ง พระบรมศาสดา
ทรงรอเอกอัครสาวกอยู่กระทั่งวินาทีสุดท้าย ก่อน
ทรงประกอบพิธีอันสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนา
มหาสันนิบาตแห่งพระอรหันตสาวก
- เวฬุวันมหาวิหาร พระอารามหลวงของ
พระเจ้าพิมพิสารมหาราชาบดีผู้ทรงธรรมเวลานั้น
งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยเป็นกาลเวลาของ
"ศิวาราตรี” พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะ เมื่อยาม
ใกล้สิ้นแสงพระสุริยฉาย พระจันทร์เพ็ญก็ทอแสง
อำไพกระจ่างฟ้ารอรับช่วงแสงระวีต่อในทันใด
ครานั้นโลกสว่างไสวตลอดทิวาราตรี ราวกับไม่มี
กลางวันและกลางคืน และกาลนั้นยังเป็นวัน
ธรรมสวนะสำหรับการรักษาอุโบสถฟังธรรมของ
เหล่าเทพยดามนุษย์ทั้งหลาย
บรรดาพระอรหันตสาวกทั้ง ๑,๒๕๐ รูป
ซึ่งทำหน้าที่เทศนาสั่งสอนเวไนยสัตว์อยู่ทั่วชนบท
ยอดเขาคิชฌกูฏ ซึ่ง
พระสารีบุตร เอกอัคร
สาวกเบื้องขวา ได้บรรลุ
ธรรมเป็นพระอรหันต์
ในวันมาฆบูชา
คามแห่งมัธยมประเทศ ต่างน้อมรำลึกถึงพระ
บรมศาสดา ปรารถนาจะได้เฝ้าต่อหน้าเบื้อง
พระพักตร์ของพระองค์ เพื่อรับฟังพระพุทธโอวาท
ในวาระพิเศษอย่างนี้ จึงไปประชุมกันอย่างพร้อม
เพรียงโดยมิได้นัดหมาย ณ เวฬุวันมหาวิหาร
นับเป็นเหตุมหัศจรรย์ยิ่ง เรียกว่า "วันจาตุรงค
สันนิบาต” เพราะถึงพร้อมด้วยความมหัศจรรย์
๔ ประการคือ
๑. พระภิกษุที่มาประชุมล้วนแต่เป็นเอหิ
ภิกขุอุปสัมปทา ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจาก
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒. พระภิกษุทั้ง ๑,๒๕๐ รูปต่างมา
ประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
๓. พระภิกษุทั้ง ๑,๒๕๐ รูปล้วนแต่เป็น
พระอรหันต์ทรงอภิญญา 5
กาม ๔. พระจันทร์กำลังเสวยฤกษ์มาฆะเป็น
วันเพ็ญเต็มดวง
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำริว่า
เป็นกาลเวลาอันเหมาะสมที่จะได้กระทำพิธีสันนิ
บาตสาวก เพื่อวางรากฐานสันติภาพให้เกิดขึ้น
แก่โลก ซักซ้อมอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการ
เผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้พระอรหันตสาวกทั้ง
๑,๒๕๐ รูป ได้เข้าใจตรงกัน เพื่อดำเนินการ
Kalyanamitra.org
กั ล ย า ณ ม ต ร
๒๓