ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐ มีนาคม ๒๕๓๔
เบญจ์คู่หูที่น่ารักของฉัน
เบญจเขียนต่อว่า ฉันตกน้ำต่อมแต่ม
หายไปเลย ก็โธ่... ฉันติด test หลายอาจารย์ก็
เลี้ยงกเงินดูตำรามากหน่อย โผล่มาแล้วจ๊ะ ยัง
เปียกปอนอยู่เลย แต่ก็พอเล่าประวัติวัดโพธิ์
ตามที่เบญจเรียกร้องหลังจากหลงกลตามพี่นิภา
และฉันไปเที่ยวพระตำหนักวาสุกรีทางจ.ม. สนุก
ใช่มั้ยล่ะ แต่ก่อนที่เบญจ์จะตามเราไปเที่ยววัดโพธิ์
เบญจ์ก็ควรจะรู้ประวัติความเป็นมาของวัดเสียก่อน
ไม่งั้นหลงทางด้วยนะเอ้อ วัดนี้สำคัญมากนะจ๊ะ
เบญจ์ ดังนั้นประวัติก็ย่อมยาวกว่าวัดอื่นเป็นธรรมดา
วัดนี้ยังเป็นที่รวมของศิลปกรรมหลายสาขาหลาย
สมัย ก็ยิ่งมีสิ่งที่น่าสนใจศึกษาหลายอย่าง จึง
ยากที่จะเขียนจบโดยง่าย ฉันเลยไม่แน่ใจว่าจบ
ในฉบับนี้ได้รึเปล่า มันเยอะน่ะถ้าง่วงมากก็ต้อง
say goodbye แล้วติดตามฉบับต่อไปแล้วกัน
นะจ๊ะ
วัดนี้เดิมชื่อ "วัดโพธาราม” ชาวบ้าน
เรียกกันสั้น ๆ ตามนิสัยคนไทยว่า "วัดโพธิ์" เป็น
วัดราษฎร์เก่าแก่จะ เข้าใจว่าสร้างช่วง พ.ศ.๒๒๓๑
๒๒๔๖ ไม่ปีใดก็ปีหนึ่งในช่วงนี้แหละ ก็ราวปลาย
รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชต่อรัชสมัย
สมเด็จพระเพทราชา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ของเมืองธนบุรี ซึ่งครั้งกระโน้นเรียกว่าตำบล
บางกอก เบญจ์คงจำได้นะจ๊ะว่า ช่วงหน้าร.พ.
ศิริราชมาถึงพระราชวังธนบุรี เดิมเป็นคลองลัด
มาก่อน ครั้นถึงสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ทรงตั้งตำบลบางกอกเป็นเมืองธนบุรีเป็นเมืองท่า
เล็ก ๆ ไม่สำคัญอะไรนักมีแม่น้ำเจ้าพระยาผ่า
กลาง จึงมีลักษณะเมืองอกแตกอย่างพิษณุโลก
นั่นแหละ
เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนา
กรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง ก็ทรงกำหนดเขตสองฝั่ง
แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเขตกลางเมืองหลวง วัดโพ
รารามตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำตรงข้าม
กับพระราชวังธนบุรี จึงอยู่ในเขตราชธานีด้วย
และได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระ
อารามหลวง จึงเริ่มมีพระราชาคณะปกครองวัด
ตั้งแต่นั้นมาจ้ะ
ความสำคัญของวัดโพธิ์มาปรากฏเด่นชัด
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่รัชสมัยพระ
บาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงตัดสิน
พระทัยย้ายพระมหานครมาอยู่ฝั่งตะวันออกเพียง
ฝั่งเดียว เมื่อพระองค์ทรงสร้างพระบรมมหาราชวัง
และกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท สมเด็จ
พระราชอนุชาธิราชทรงสร้างพระราชวังบวรสถาน
มงคล ทรงเห็นว่ามีวัดโบราณเก่าอยู่ใกล้ชิด
พระราชวังทั้งสองถึง ๒ วัด คือวัดโพธาราม
และวัดสลัก (ปัจจุบันคือ วัดมหาธาตุยุวราช
รังสฤษดิ์) วัดสลักนั้นอยู่ทางทิศเหนือใกล้พระ
บวรราชวัง สมเด็จพระราชอนุชาธิราชทรงทูลขอ
พระบรมราชานุญาตปฏิสังขรณ์วัดสลักใหม่ทั้งหมด
ด้วยเคยมีความสำคัญยิ่งต่อพระองค์ในอดีต แล้ว
สถาปนาเป็นวัดวังหน้า รัชกาลที่ จึงทรง
สถาปนาวัดโพธารามซึ่งอยู่ทางทิศใต้ใกล้พระบรม
มหาราชวังเป็นวัดวังหลวง
๑
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯโปรด
ให้รื้อของเก่าในวัดโพธิ์ออก แล้วสร้างใหม่ทั้งหมด
ทั้งพระอาราม โดยจัดทำตามแบบแปลนแผนผัง
ที่เป็นระเบียบที่ทรงวางไว้ ทรงแยกเขตพุทธาวาส
และสังฆาวาสออกจากกันเป็นสัดส่วน โดยต่าง
มีกำแพงล้อมรอบเป็นเอกเทศ และมีถนนคั่น
กลางเป็นการแบ่งเขตทั้งสอง ปัจจุบันถนนดัง
กล่าวถูกขนานนามว่า "ถนนพระเชตุพน ไงล่ะ
เบญจ์ ตรงถนนที่มีรถทัวร์จอดเยอะแยะให้คน
ต่างชาติต่างภาษาได้เข้าชมเขตพุทธาวาสของวัด
โพธิ์ไง เบญจ์คงพอนึกออกนะจ๊ะ เดี๋ยวนี้นะเขา
เปิดประตูด้านถนนพระเชตุพนเพียงประตูเดียว
เท่านั้น เพื่อความสะดวกในการดูแลและเก็บเงิน
จากคนต่างชาติในการเข้าชมวัด ๑๐ บาทเท่านั้น
เอง แต่คนไทยไม่ต้องเสียนะ
ภายในเขตพุทธาวาส รัชกาลที่ 9 โปรด
ให้สร้างพระอุโบสถอยู่กลางเลยนะ
ล้อมด้วย
พระระเบียง พระวิหารทิศ ๔ ทิศ หอไตรมุง
กระเบื้องหุ้มดีบุก ศาลาการเปรียญ หอระฆัง
Kalyanamitra.org
ก ล ย า ณ ม ต ร
Glan