ข้อความต้นฉบับในหน้า
นอบน้อม "ข้าพเจ้าเองก็ปรารถนาจะพบท่าน
อยู่นานแล้ว แต่พลาดกับท่านเสียทุกครั้ง
“พระเจ้าพินทุสาร ราชาปาฏลีบุตร
ทรงพระสำราญดีอยู่หรือ?” พาวถาม
สําราญดี”
“เมื่อข้าพเจ้าจากมาพระองค์ทรงพระ
พาวยิ้มนิดหนึ่ง แสดงอาการรับทราบ
แก้ผ้าขาวออกส่งกำไลมือของตนให้อโศกพร้อม
ด้วยพูดว่า
“ท่านลองดูกำไลนี้สิ มีรูปลักษณะและ
ฝีมือการทำคล้ายคลึงกับที่ท่านใช้หรือไม่?”
อโศกรับกำไลมาพิจารณาดู เป็นกำไล
ทองคำสุกปลั่งมีรูปมยุรารำแพนมีอักษร พ. เขียน
เป็นภาษาสันสกฤตปรากฏเด่นชัด
"อักษร พ. ที่ปรากฏบนกำไลนั้น มิใช่
ชื่อของข้าพเจ้า" พาวอธิบาย “แต่เป็นพระนาม
ของพระเจ้าพินทุสารพระราชาของท่าน
เมื่ออโศกแสดงอาการสงสัยอย่างมาก
พาว จึงอธิบายว่า
"กำไลพระเจ้าพินทุสาร พระราชทาน
ข้าพเจ้าสมัยที่ศึกษาอยู่ ณ สำนักตักสิลาด้วยกัน
อย่าสงสัยเลย พระเจ้าพินทุสารเป็นสหายรักของ
ข้าพเจ้าเอง”
“ข้าพเจ้าต้องขออภัยท่านด้วย” อโศก
กล่าวอย่างนอบน้อม "ที่กล่าวข้อความคลาด
เคลื่อนไป ซึ่งข้าพเจ้าบอกท่านว่าข้าพเจ้าเป็น
วรรณะไวศยะนั้น ความจริงข้าพเจ้าเป็นกุมาร
องค์หนึ่งแห่งโมริยะวงศ์”
"อย่าวิตกเลย” ชายชรากล่าว "ข้าพเจ้า
เข้าใจดี ท่านมาศึกษาโดยมิต้องการให้ใคร
ทราบว่าท่านเป็นราชกุมาร แม้ชโลธราเอง ซึ่ง
รู้จักท่านมานานแล้วก็หาทราบความจริงข้อนี้ไม่
ท่านเป็นโอรสของพระเจ้าพินทุสารหรือ?”
เมื่ออโศกรับว่าเป็นความจริงแล้ว ชายชรา
จึงเล่าเรื่องหนหลังแต่โดยย่อให้อโศกทราบ เล่า
จบจึงลุกขึ้นมาโอบไหล่อโศกพลางกล่าวว่า
"อโศก! เจ้าเป็นโอรสแห่งพระเจ้าพินทุ
สาร พระสหายแห่งเรา ก็เหมือนเป็นโอรสแห่ง
เราเหมือนกัน เรายินดีอนุญาตให้เจ้าสมาคม
ด้วยชโลธราอย่างเสรี ต่อไปนี้ขอให้เจ้าถือที่นี่
เป็นเสมือนบ้านของเจ้าเอง"
อโศกได้ฟังดังนั้น ปลื้มปีติอย่างล้นพ้น
ก้มลงกราบพาวด้วยความรู้สึกคารวะอย่างสูง
เหมือนบิดาตน ขณะที่อโศกราบพาวอยู่นั่นเอง
ชโลธราโผล่หน้าออกมา
เธอเห็นภาพนั้นแล้ว
พิศวงใจยิ่งนัก ไม่ทราบจะทำประการใด จึง
หลบเข้าไปภายในเรือนดังเดิม ความคิดก็ว้าวุ่น
ไปต่าง ๆ ตามประสาหญิงผู้เยาว์ต่อชีวิตและโลก
คืนนั้นเอง ขณะสนทนาด้วยบุตรี พาวรี
ชวนชโลธราสนทนาเรื่องต่าง ๆ พอสมควรแล้ว
จึงกล่าว
"ลูกรัก! พ่อไม่ใจร้ายก็เสมือนใจร้ายต่อลูก
พ่อทราบดีว่าเจ้าต้องการทราบเรื่องแต่เบื้องหลังของ
ตัวบ้าง
ลูกเคยเว้าวอนถามพ่อนับครั้งไม่ถ้วน
แล้วถึงแม่ของลูก แต่พ่อไม่เคยเล่าให้เจ้าฟังเลย
ทั้งนี้เพราะพ่อเกรงว่า เมื่อทราบแล้วลูกจะเศร้า
เกินไป บัดนี้พ่อเห็นเป็นกาลอันสมควรแล้ว
ที่พ่อจะเล่าให้ลูกฟัง ลูกเป็นผู้ใหญ่พอแล้ว ลูกรัก!
ความจริงเมื่อว่าโดยชาติกำเนิดแล้ว เจ้ามีชาติ
ตระกูลที่ควรจะภูมิใจ”
“อย่างนั้นหรือคะพ่อ" ชโลธราถาม
มองหน้าพ่อด้วยความรู้สึกอยากรู้สุดประมาณ
“อย่างนั้น ลูก”
พาวรีตอบแล้วนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตา
ทอดเหม่อไปเบื้องหน้าเหมือนจะสะท้อนเอาภาพ
ชีวิตเก่า ๆ ขึ้นมาให้หมดสิ้นแลแล้วเขาก็เริ่มเล่า
"ลูกรัก! พ่อเป็นเจ้าชายองค์หนึ่งแห่ง
แคว้นวิเทหะซึ่งมีนครมิถิลาเป็นราชธานี อย่าตื่น
เต้นลูก พยายามตั้งใจฟังเรื่องให้จบก่อน
นคร
“ดังนั้น เมื่อว่าโดยตระกูลแล้วเจ้าก็นับ
เนื่องในราชตระกูลแห่งพระเจ้ากรุงมิถิลา
แห่งนิยายโบราณมากหลายอยู่ห่างจากอโยธยา
เพียงเดินทาง ๔ วันถึง มิถิลานคร มีง้อตาม
กั ล ย า ณ ม ต ร ๘๕