ข้อความต้นฉบับในหน้า
อัศจรรย์ยิ่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดรองพุทธวิธี
ประการหนึ่งคือ ในตอนอรุณรุ่งปัจจุสมัยของทุกวัน
พระพุทธองค์จะส่องทิพยญาณเล็งดูสัตวโลก ผู้
ใดมาปรากฏให้ในข่ายพระญาณก็จะเสด็จไปทรง
โปรดบุคคลนั้น ๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นสามัญชน
ธรรมดาหรือเป็นพระมหากษัตริย์ เพราะบุคคล
ผู้นั้นมีญาณบารมีแก่กล้าควรแก่การบรรลุธรรมแล้ว
จึงได้มาปรากฏในข่ายพระญาณ หลังจากนั้นก็
ทรงเลือกธรรมอันเหมาะควรแก่วิสัยของผู้นั้น
พระธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้น ทรง
ใช้เทศน์สั่งสอนโปรดเวไนยสัตว์ให้บรรลุถึงเป้าหมาย
อันประเสริฐเบื้องต้นคือโสดาปัตติผล สูงสุดคือ
ก็เข้าถึงธรรมบรรลุเป็นพระอรหันต์
อรหัตผลนั่นเอง บางคนทรงเทศน์โปรดเพียงครั้ง
เดียว
จึงจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์
แล้วแต่บารมีของ
สาวกแต่ละองค์
บางคนทรงเทศนาธรรมโปรดหลายครั้งหลายหัวข้อ
ทรงรำพึงว่า เพราะปิปผลิมาณ และภัททกาปิ
ลานี ได้สละสมบัติมหาศาลอันประมาณค่ามิได้
ออกบรรพชาด้วยตั้งใจเฉพาะต่อเรา แผ่นดินไหว
ครั้งนี้เกิดด้วยอำนาจความดีในปางก่อนของคน
ทั้งสอง บัดนี้เราควรสงเคราะห์แก่คนทั้งสอง จึง
เสด็จจากพระคันธกุฎี ทรงดำเนินไปพระองค์เดียว
เป็นระยะทาง ๓ คาวุต (4 ก.ม.) ประทับ
รอปิปผลิมาณพอยู่ใต้ต้นพหุปุตตกนิโครธ (ต้นไทร
ใหญ่มีลูกตก) ระหว่างเขตกรุงราชคฤห์และ
เมืองนาลันทา ทรงแสดงพระธรรมเทศนา และ
ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา ตั้งนามให้ใหม่ว่า
พระมหากัสสปะ พระมหากัสสปะกระทำความ
เพียรอยู่ ๗ วัน จึงสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พระ
ศาสดาทรงยกย่องพระมหากัสสปะในเรื่องมีธรรม
เป็นเครื่องอยู่ในปัจจุบันเสมอด้วยพระองค์ ทรง
ยกย่องว่าเป็นเลิศทางธุดงค์คุณ ส่วนนางภัทท
นอกจากพระปรีชาญาณอันกว้างไกล
หาที่สุดไม่ได้แล้ว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ยังทรงมีน้ำพระทัยเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาต่อ
ชาวโลกทุกคนเสมอเหมือนกัน
ในธรรมอย่างสูงสุด
และทรงเคารพ
ดังความในพระไตรปิฎกตอนที่กล่าวถึง
ตอนพระมหากัสสปะ (ปิปผลิมาณพ) ออกบรรพชา
ว่า เมื่อปิปผลิมาณพ และนางภัททกาปิลานี
จะแยกทางกันที่ทางสองแพร่ง เพราะไม่อยากให้
ผู้คนครหาได้ว่าออกบรรพชาแล้วยังไม่อาจแยก
จากกัน นางภัททกาปิลานี้ได้กล่าวว่า ธรรมดา
มาตุคามย่อมเป็นมลทินแก่บรรพชิตทั้งหลาย
เราควรแยกทางกัน กล่าวแล้วนางได้เดินทักษิณา
วรรต ๓ รอบ นั่งคุกเข่าลงกราบแล้วยืนประม
มืออาสาปิปผลิมาณ แล้วเดินจากไปทางซ้าย
ส่วนปิปผลิมาณพเดินจากไปทางขวา คราวนั้น
แผ่นดินไหวประหนึ่งว่ารองรับความดีของบุคคลทั้ง
๒ ไว้ไม่ได้ ภูเขาจักรวาลก็โอนอ่อน ดังยอดหวาย
ถูกไฟลน พระพุทธองค์ทรงสดับเสียงแผ่นดิน
ไหวสะท้านสะเทือน ก็ทรงทราบว่าเพราะเหตุใด
กาปิลานี้ไปพบสำนักภิกษุณีแห่งหนึ่ง ขอบวชเป็น
ภิกษุณี ไม่นานนักได้บรรลุอรหัตผล ต่อมาได้รับ
การยกย่องจากพระศาสดาว่า เป็นผู้เลิศทาง
ระลึกชาติได้
ต้องขอ าท่านผู้อ่านกลับมาที่พระสารีบุตร
อีกครั้ง เมื่อพระสารีบุตรบรรพชาได้ ๑๕ วัน
ทีฆมาณพปริพาชก หลานชายของพระสารีบุตร
ทราบข่าวของท่านและอยากรู้ถึงรสพระธรรมของ
พระบรมศาสดาบ้าง จึงได้มาเฝ้าพระพุทธองค์
ณ ถ้ำสุกรขาตา บนภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้กรุงราช
คฤห์ พระบรมศาสดาแสดงธรรมโปรดแก่ทีม
มาณพจนสำเร็จพระโสดาบัน ส่วนพระสารีบุตร
ซึ่งเจริญสมณธรรมทำความเพียรอยู่ในถ้ำสุกรขาตา
เช่นกัน ได้ส่งญาณสดับฟังพระธรรมที่พระพุทธ
องค์ทรงเทศน์สั่งสอนโปรดทีฆมาณพ โดยลำดับ
แล้วสำเร็จอรหัตผล ถึงที่สุดแห่งบารมีญาณ
มหาสาวก เป็นเอกอัครสาวกผู้เลิศทางปัญญา
สมเด็จพระบรมศาสดาทรงทราบว่าพระ
เพื่อทรง
สารีบุตรสำเร็จอรหัตผลแล้ว ก็ทรงลอยขึ้นสู่เวหา
เสด็จไปพระเวฬุวันมหาวิหารในทันที
กระทําสาวกสันนิบาต พระสารีบุตรรำพึงว่า
๒๒ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org