ข้อความต้นฉบับในหน้า
จากชาตินั้นไปแล้ว ก็ไปตกนรกเสียย่ำแย่ พอพ้น
จากนรกมาเกิดเป็นคน ก็โดนหินกลิ้งทับตายเสียนับ
ครั้งไม่ไหว ชาตินี้ชดใช้เพียงแค่เศษเวรคือถูกแค่
สะเก็ดหินกลิ้งมาทับปลายพระบาททำให้ห้อพระโลหิต
เท่านั้น
ผู้หญิงแถวหน้า
เธอ... ทำบุญด้วยอะไร?
ถาม : ทำไมผู้หญิงบางคนจึงเป็นผู้นำสามี
หรือเป็นผู้นำในกิจการใหญ่ ๆ ได้
ตอบ : เมื่อตอนที่คุณมาร์กาเร็ต แธตเชอร์
ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ก็มีผู้ถามมาว่า
มีผู้หญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ ๒ คน ที่แปลก ไม่รู้
ทำบุญทำบาปอะไรไว้ คนหนึ่งคือ นางมาร์กาเร็ต
แธตเชอร์ อีกคนหนึ่งคือ นาง อินทิรา คานธี ชื่อ
เสียงเธอดังไปทั่วโลก แต่ไม่มีใครทราบว่าสามีเธอ
เป็นใคร รัศมีเธอดับสามีหมดเลย ถามว่าไปทำบุญ
ทำบาปอะไรไว้ จึงเป็นอย่างนั้น
เรื่องทำนองนี้ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษี
เจริญ (พระมงคลเทพมุนี) กับลูกศิษย์รุ่นพี่ ๆ
เคยค้นกันมาแล้ว และพวกเราก็ยังช่วยกันค้นอีก
ในภายหลังก็ได้คำตอบตรงกัน คือ ภพในอดีตเธอก็
เหมือนกับพวกเรา ๆ นี่แหละ ตั้งใจทำความดีตาม
ประสาชาวโลกทั่วไป ทำบุญทำทานกันไป แต่มีเรื่อง
ตลกอยู่ว่า เวลาเธอเหล่านี้จะทำบุญทำทาน เธอก็
ชวนสามีไปทำท่าด้วย สามีก็จะบอกว่าน้องไปทำเถอะ
เราเป็นตัวเป็นเมียกัน น้องตักบาตรพี่ก็ได้บุญตามด้วย
ถึงได้ก็จริงอยู่ แต่ได้ในลักษณะผู้ตามไม่ใช่ลักษณะ
ผู้นำ
พอมาชาตินี้คุณผู้หญิงอย่างเช่นคุณแทซ
เซอร์เธอดังเสียลั่นโลก แต่สามีของเธอกลับไม่มีใคร
รู้จัก เป็นคนคอยเปิดประตูรถให้ นี่ก็เป็นข้อที่น่าคิด
เพราะฉะนั้น บรรดาพ่อบ้านที่ชอบตื่น
สาย ๆ แล้วอ้างว่าแม่บ้านตักบาตรก็เหมือนกับเรา
ตักนั่นแหละ ระวังเถอะเดี๋ยวชาติหน้าจะต้องตามไป
เปิดประตูรถให้เมีย โดนเมียโขลกสับ แล้วจะว่าไม่
เตือนกันนะ
บังเหีย
แค่ลืมไปหน่อยเดียว
ถาม : ถ้าเราสร้างเวรกรรมกับบุคคลอื่น
โดยไม่ตั้งใจจะให้เขาได้รับทุกข์ แต่เขาก็เกิดความทุกข์
อย่างนี้เราจะต้องรับกรรมหรือไม่ เพราะเราไม่ตั้งใจ
ตอบ : ในสมัยพุทธกาลมีเรื่องที่เป็นอุทา
หรณ์กันอย่างดีในหมู่ชาวพุทธอยู่เรื่องหนึ่ง คือ มี
พระภิกษุอยู่กลุ่มหนึ่งประมาณ ๔-๕ รูป เดินทาง
มาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระหว่างทางได้ไปพัก
อยู่ในถ้ำ ตกกลางคืนมีหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งกลิ้ง
มาปิดปากถ้ำเอาเฉย ๆ ผลักเท่าไหร่ก็ไม่ออก ชาวบ้าน
รู้ข่าวก็พากันมาเป็นขบวนทั้งตำบล มาช่วยกันเข็นก็
เป็นไม่ออกอีก จนเวลาล่วงไป 5 วัน คิดว่าอย่างไร ๆ
ก็ไม่รอดตายแน่แล้ว แต่พอเข้าวันที่ ๗ หินมันกลิ้ง
ออกมาเอง เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้ว่าทำไม พอความ
ทราบถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงระลึก
ชาติไปดูก็รู้ว่า อ๋อ... มันมีเหตุอย่างนี้คือ
ภาพในอดีต ภิกษุทั้ง ๕ รูปนี้เป็นเด็กเลี้ยง
วัวเลี้ยงควาย ขณะที่กำลังเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย
เพลิน ๆ อยู่นั้น บังเอิญพบตัวเหี้ยเข้าตัวหนึ่ง ก็
กรูกันเข้าไปจับ แต่ตัวเหี้ยมันวิ่งหนีลงได้ ก็เลย
เอาก้อนหินอุดรูไว้ก่อน ตั้งใจว่าตอนเย็นค่อยมาขุด
เอาตัวมันไปแกงกิน แต่พอตกเย็นก็ลืม มัวแต่ไป
๗
ทำอย่างอื่น รุ่งขึ้นก็ไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควายทางอื่น
ไม่ได้มาแถวนี้ พอวันที่ ก็มาเลี้ยงทางนี้ใหม่
อีกครั้ง แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าขังเหี้ยไว้ในรู ไปเปิดดู
พอเปิดรูออก เหี้ยที่จดมา ๗ วัน ก็ค่อย ๆ คลาน
ขึ้นมา ผอมโซเชียว เกิดความสงสารมัน จึงปล่อยไป
ไม่ฆ่า กรรมนั้นตามมาทันในชาตินี้ ก็เลยถูกหิน
กลิ้งมาทับปิดปากถ้ำอยู่ ๗ วัน พอครบ ๗ วัน
หินมันกลิ้งออกมาเองตามแรงกรรม
ฝึกสมาธิมากเข้า 1 แล้วเราจะเข้าใจเรื่อง
กฎแห่งกรรมเหล่านี้ได้ดี
๕๖ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org