ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระนามแห่งกษัตริย์ผู้ทรงสร้าง คือพระเจ้ามิถิลา
ต่อมาเรียกกันว่าพระมหาชนก ซึ่งน่าจะมีความ
หมายว่าผู้เป็นต้นวงศ์นั่นเอง
“เมื่อพ่อมีอายุพอสมควรแล้ว พระบิดา
ก็ส่งมาศึกษาศิลปศาสตร์ ณ สำนักตักศิลา ณ
ที่นี้พ่อได้พบมิตรสหายที่ถูกใจมากหน้าหลายตา
ในจำนวนนั้นมีราชกุมารองค์หนึ่งสนิทสนมเป็น
สหายรักของพ่อ คือราชกุมารพินทุสาร มกุฎราช
กุมารแห่งนครปาฏลีบุตรแคว้นมคธ เมื่อวันจะ
จากสำนักศึกษาเราได้แลกเปลี่ยนกำไลมือกันไว้
พ่อได้มอบกำไลอันมีเครื่องหมายราชวงศ์แห่ง
นครมิถิลา ส่วนพินทุสารได้มอบกำไลเครื่องหมาย
โมริยวงศ์ให้พ่อไว้” come rem
"นี่คือกำไลเครื่องหมายโมริยวงศ์”
พาวรีพูดพร้อมด้วยส่งกำไลมือให้ธิดา "ถ้าเจ้า
เห็นใครใส่กำไลแบบนี้เจ้าก็รู้ได้ทันทีว่าท่านผู้นั้น
ถือกำเนิดในราชตระกูลโมริยะแห่งนครปาฏลีบุตร
1 "กำไลนี้มีสีและลักษณะคล้ายกำไลที่
อโศกสวมมาวันนี้” ชโลธราพูดมองหน้าบิดา
เหมือนจะถาม แต่ชายชรามิได้ตอบ คงพูดต่อ
ไปว่า
"เมื่อพ่อสำเร็จการศึกษาจากตักสิลาแล้ว
กลับสู่แคว้นวิเทหะ ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง
จากพระบิดาและพระมารดา รวมทั้งพระประยูร
ญาติ และประชาชนทั้งหลาย เวลานั้นพ่อรู้สึกมี
ความสุข เพราะได้รับการยกย่องจากคนทั้งหลาย
มีเกียรติในฐานะที่นับเนื่องในราชตระกูลนั้นประการ
หนึ่ง อีกประการหนึ่งคือสำเร็จการศึกษาจาก
สำนักตักศิลาเขตแห่ง
"ตักสิลาเป็นศูนย์กลางการศึกษามาช้า
นาน สำนักตักศิลาเป็นวิทยาลัยสูงสุดในดินแดน
ภารตะ เมื่อเอ่ยชื่อว่าสำเร็จมาจากตักศิลาแล้ว
ใคร ๆ ก็พากันนิยมชมชื่น บางทีถึงกับบุคคลผู้
สำเร็จการศึกษามาพลอยหลงใหลมัวเมาไปด้วย
หลงวิชา หลงตัวเอง ว่าตนนั้นวิเศษเลิศมนุษย์
ไม่มีใครเทียมเท่าและรู้ทัน
"ลูกเอ๋ย! ธนสมบัติ ๑ วัยสมบัติ ๑
วิชาสมบัติ ๑ สามอย่างนี้มีอยู่พร้อมในบุคคลใด
ถ้าบุคคลนั้นไม่ระวัง ไม่มีความสำนึกที่ดีแล้ว ไปหลง
ไปมัวเมามันเข้าจะกลายเป็นบันไดทอดลงไปสู่
“คนมีทรัพย์ก็มักจะทรนงตนเพราะทรัพย์
แล้วดูถูกเหยียดหยามผู้อื่นซึ่งต่ำต้อยยากจนกว่า
คนมีวัยสมบูรณ์กำลังเป็นหนุ่มสาวก็มักหลงในวัย
สมบัติแห่งตน คนมีวิชาความรู้ถ้าไม่ควบคุมโดย
ศีลธรรมและมโนธรรม ก็มักยกตนข่มผู้อื่น
ภาคภูมิในสถาบันการศึกษาแห่งตนว่าเลิศกว่า
สถาบันการศึกษาใด ๆ คนบางคน เมาสถาบัน
เมาวิชา ลืมตัวทั้ง ๆ ที่เขามิได้ทำอะไรให้เป็นชิ้น
เป็นอันเป็นแก่นสารแก่ใครเลย เขาก็ยังภาคภูมิ
อยู่นั่นเองว่า เขาสำเร็จมาจากสถาบันอันมีเกียรติ
แล้วเหยียดหยามผู้อื่น สถาบันอื่น
"ลูกรัก! ความเป็นจริงแล้วคนเราจะ
สำเร็จวิชาอะไรในสถาบันไหนนั้นไม่สำคัญ ข้อ
สำคัญอยู่ที่ว่าเขาได้ใช้วิชาความรู้ซึ่งเขาเรียนมา
ให้เป็นประโยชน์เพียงใด การวัดคุณค่าของคนที่
ถูกต้องนั้น ควรจะวัดที่ผลงานของเขา คนจะ
เคยเป็นอะไรมาบ้างไม่สำคัญ ที่สำคัญอยู่ที่เคย
ทำอะไรเคยทิ้งอะไรไว้ให้เป็นมรดกของสังคมที่
ตนอาศัยอยู่”
อ่านต่อฉบับหน้า
๙๖
7
กั ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org