เรื่องราวของพ่อและการศึกษา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 3 หน้า 96
หน้าที่ 96 / 110

สรุปเนื้อหา

ที่นี้พ่อได้พบมิตรสหายที่ถูกใจมากหน้าหลายตา ในจำนวนนั้นมีราชกุมารองค์หนึ่งสนิทสนมเป็น สหายรักของพ่อ คือราชกุมารพินทุสาร มกุฎราช กุมารแห่งนครปาฏลีบุตรแคว้นมคธ เมื่อวันจะ จากสำนักศึกษาเราได้แลกเปลี่ยนกำไลมือกันไว้ พ่อได้มอบกำไลอันมีเครื่องหมายราชวงศ์แห่ง นครมิถิลา ส่วนพินทุสารได้มอบกำไลเครื่องหมาย โมริยวงศ์ให้พ่อไว้” come rem "นี่คือกำไลเครื่องหมายโมริยวงศ์” พาวรีพูดพร้อมด้วยส่งกำไลมือให้ธิดา "ถ้าเจ้า เห็นใครใส่กำไลแบบนี้เจ้าก็รู้ได้ทันทีว่าท่านผู้นั้น ถือกำเนิดในราชตระกูลโมริยะแห่งนครปาฏลีบุตร 1 "กำไลนี้มีสีและลักษณะคล้ายกำไลที่ อโศกสวมมาวันนี้” ชโลธราพูดมองหน้าบิดา เหมือนจะถาม แต่ชายชรามิได้ตอบ คงพูดต่อ ไปว่า "เมื่อพ่อสำเร็จการศึกษาจากตักสิลาแล้ว กลับสู่แคว้นวิเทหะ ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่

หัวข้อประเด็น

- เรื่องราวของพ่อและการศึกษา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระนามแห่งกษัตริย์ผู้ทรงสร้าง คือพระเจ้ามิถิลา ต่อมาเรียกกันว่าพระมหาชนก ซึ่งน่าจะมีความ หมายว่าผู้เป็นต้นวงศ์นั่นเอง “เมื่อพ่อมีอายุพอสมควรแล้ว พระบิดา ก็ส่งมาศึกษาศิลปศาสตร์ ณ สำนักตักศิลา ณ ที่นี้พ่อได้พบมิตรสหายที่ถูกใจมากหน้าหลายตา ในจำนวนนั้นมีราชกุมารองค์หนึ่งสนิทสนมเป็น สหายรักของพ่อ คือราชกุมารพินทุสาร มกุฎราช กุมารแห่งนครปาฏลีบุตรแคว้นมคธ เมื่อวันจะ จากสำนักศึกษาเราได้แลกเปลี่ยนกำไลมือกันไว้ พ่อได้มอบกำไลอันมีเครื่องหมายราชวงศ์แห่ง นครมิถิลา ส่วนพินทุสารได้มอบกำไลเครื่องหมาย โมริยวงศ์ให้พ่อไว้” come rem "นี่คือกำไลเครื่องหมายโมริยวงศ์” พาวรีพูดพร้อมด้วยส่งกำไลมือให้ธิดา "ถ้าเจ้า เห็นใครใส่กำไลแบบนี้เจ้าก็รู้ได้ทันทีว่าท่านผู้นั้น ถือกำเนิดในราชตระกูลโมริยะแห่งนครปาฏลีบุตร 1 "กำไลนี้มีสีและลักษณะคล้ายกำไลที่ อโศกสวมมาวันนี้” ชโลธราพูดมองหน้าบิดา เหมือนจะถาม แต่ชายชรามิได้ตอบ คงพูดต่อ ไปว่า "เมื่อพ่อสำเร็จการศึกษาจากตักสิลาแล้ว กลับสู่แคว้นวิเทหะ ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง จากพระบิดาและพระมารดา รวมทั้งพระประยูร ญาติ และประชาชนทั้งหลาย เวลานั้นพ่อรู้สึกมี ความสุข เพราะได้รับการยกย่องจากคนทั้งหลาย มีเกียรติในฐานะที่นับเนื่องในราชตระกูลนั้นประการ หนึ่ง อีกประการหนึ่งคือสำเร็จการศึกษาจาก สำนักตักศิลาเขตแห่ง "ตักสิลาเป็นศูนย์กลางการศึกษามาช้า นาน สำนักตักศิลาเป็นวิทยาลัยสูงสุดในดินแดน ภารตะ เมื่อเอ่ยชื่อว่าสำเร็จมาจากตักศิลาแล้ว ใคร ๆ ก็พากันนิยมชมชื่น บางทีถึงกับบุคคลผู้ สำเร็จการศึกษามาพลอยหลงใหลมัวเมาไปด้วย หลงวิชา หลงตัวเอง ว่าตนนั้นวิเศษเลิศมนุษย์ ไม่มีใครเทียมเท่าและรู้ทัน "ลูกเอ๋ย! ธนสมบัติ ๑ วัยสมบัติ ๑ วิชาสมบัติ ๑ สามอย่างนี้มีอยู่พร้อมในบุคคลใด ถ้าบุคคลนั้นไม่ระวัง ไม่มีความสำนึกที่ดีแล้ว ไปหลง ไปมัวเมามันเข้าจะกลายเป็นบันไดทอดลงไปสู่ “คนมีทรัพย์ก็มักจะทรนงตนเพราะทรัพย์ แล้วดูถูกเหยียดหยามผู้อื่นซึ่งต่ำต้อยยากจนกว่า คนมีวัยสมบูรณ์กำลังเป็นหนุ่มสาวก็มักหลงในวัย สมบัติแห่งตน คนมีวิชาความรู้ถ้าไม่ควบคุมโดย ศีลธรรมและมโนธรรม ก็มักยกตนข่มผู้อื่น ภาคภูมิในสถาบันการศึกษาแห่งตนว่าเลิศกว่า สถาบันการศึกษาใด ๆ คนบางคน เมาสถาบัน เมาวิชา ลืมตัวทั้ง ๆ ที่เขามิได้ทำอะไรให้เป็นชิ้น เป็นอันเป็นแก่นสารแก่ใครเลย เขาก็ยังภาคภูมิ อยู่นั่นเองว่า เขาสำเร็จมาจากสถาบันอันมีเกียรติ แล้วเหยียดหยามผู้อื่น สถาบันอื่น "ลูกรัก! ความเป็นจริงแล้วคนเราจะ สำเร็จวิชาอะไรในสถาบันไหนนั้นไม่สำคัญ ข้อ สำคัญอยู่ที่ว่าเขาได้ใช้วิชาความรู้ซึ่งเขาเรียนมา ให้เป็นประโยชน์เพียงใด การวัดคุณค่าของคนที่ ถูกต้องนั้น ควรจะวัดที่ผลงานของเขา คนจะ เคยเป็นอะไรมาบ้างไม่สำคัญ ที่สำคัญอยู่ที่เคย ทำอะไรเคยทิ้งอะไรไว้ให้เป็นมรดกของสังคมที่ ตนอาศัยอยู่” อ่านต่อฉบับหน้า ๙๖ 7 กั ล ย า ณ ม ต ร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More