ข้อความต้นฉบับในหน้า
ใ จ ใ ส า จ ส บ า ย
วัน...เวลา
โดย วิรงรอง จันวินิจ
ดวงตะวัน
ฉายแสงอ่อนงาม แสง
ตะวันทอทอดระบายได้
สีชมพูสลับส้มอ่อน ละ
เลียดท้องฟ้าให้เรื่องรอง
ขับความมืดมิดขจัดขจาย
ละลายหายไป พร้อม
แปรเปลี่ยนแสงสีเป็น
แสงเงินแสงทอง เออ
อำนวยให้นกน้อยบินจาก
รวงรัง โผผินบินสู่ทิศทางเสาะหาอาหารอันอุดม
สมบูรณ์ด้วยความร่าเริงใจ ด้วยสกุณาจะบินไป
สู่ทิศทางใด แสงอุษาย่อมส่องนำทางเป็นเพื่อน
เตือนใจว่า เวลายังอีกยาวนาน พอที่จะระเริง
ลองไปในโลกกว้าง... จวบจน... แสงระวีถดถอย
ลดแรงแสงร้อน... สู่แสงอ่อนโยนปลอบประโลม
ให้นกน้อยบินกลับรัง... กล่าวอำลาแสงตะวัน
เพราะรู้ว่าเป็นอันสิ้นสุดของ "วัน" ...และรอคอย
ค่ำคืนที่มาเยือนพร้อมกับดวงเดือน ทอรัศมีหลอกล้อ
สะทกสะท้อนกับดาวดารา ให้ส่องประกาย
พร่างพราว ตกแต่งแต้มประดับท้องนภาให้งดงาม
สุกใสสกาว ด้วยแสงของดาวจันทร์ และดารากร...
จนคืนล่วงลับไป
วันและคืน...ที่ผัดเปลี่ยน...หมุนเวียน
มาเยือนโลกคือ...เวลา... เวลาที่มนุษย์ได้รับ เมื่อ
เริ่มลืมตารับรู้ถึงความร้อนและหนาว ไม่ว่าจะกำเนิด
เกิดมาในกระท่อมมุงด้วยใบจาก ปราศจากซึ่ง
เพลงไพเราะจากมโหรี
ขับกล่อม หรือกำเนิด
เกิดมาในเวียงวังตระการ
ตา ต่างได้รับความยุติ
ธรรมจากเวลา โดยได้
"เวลา" เป็นรางวัลชีวิต
มาแต่กำเนิด ด้วยจำนวน
ที่เท่าเทียมกัน ไม่มาก
ไม่น้อยกว่ากัน คือ...
วันและคืน... ยี่สิบสี่
ชั่วโมง...ต่อวัน... สามร้อยหกสิบห้าวัน...ต่อปี
ไม่มีใครได้มากหรือน้อยกว่ากัน...
เมื่อเวลาเป็นรางวัลที่มีค่าของชีวิต เวลา
จึงมิได้มากับความว่างเปล่า แต่เวลามาพร้อม
กับโอกาสหลาย ๆ ชนิดที่พร้อมจะเกิดขึ้น....
โอกาสที่ชีวิตน้อยนิดจะเติบโต เติบใหญ่แข็งแรง
แข็งขันมีพลังสร้างสรรค์ สติปัญญาที่จะดำรงตน
ให้งดงาม...
- โอกาส... ที่จะทำแต่ความดี ด้วย
ความเต็มใจ เต็มกำลัง ไม่เคร่งครัดต่อตนเอง
และสังคมรอบตัว ด้วยมีใจที่เต็มตื้นที่ได้ตระหนักว่า
ความดีที่ทำแล้ว จะส่งผลให้ดวงใจผ่อนคลาย
จากความเครียด ละความตระหนี่ ปราศจาก
กิเลสทั้งปวง ใจนั้นจะนุ่มนวล เย็นสบาย เป็น
แหล่งกำเนิดของความสุขสบายที่แท้จริง
โอกาส...ที่จะละวางการกระทำชั่ว...
ด้วยความผิดพลาดมิใช่การกระทำเดียวกับ
๗๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org