การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในเนปาล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 3 หน้า 27
หน้าที่ 27 / 110

สรุปเนื้อหา

ท่านสังฆมหานายก ปรัชญานันทะมหาเถระ ได้ กลับเข้าไปสู่มาตุภูมิของตนในเพศบรรพชิต และ ออกโปรดญาติโยมเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๕๔ นายกรัฐมนตรีเผด็จการ พุทธคัมเศร์ รานา ได้ ประกาศห้ามการออกบวชในพระพุทธศาสนา ห้ามการพิมพ์หนังสือทางพระพุทธศาสนา และ ห้ามมิให้มีการจัดพิธีต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา ถ้าใครฝ่าฝืนมีโทษถึงกับเนรเทศออกนอกประเทศ และในครั้งนี้เองพระภิกษุสามเณรชาวเนปาล รูป ถูกเนรเทศออกจากมาตุภูมิของตนไป เนื่องจากได้รับการเบียดเบียนเช่นที่กล่าวนี้ ชาวเนปาลที่ลี้ภัยการเมืองอยู่ในอินเดียได้รวมตัว กันจัดตั้งพุทธสมาคมขึ้น เพื่อต่อสู้กับอำนาจ เผด็จการทางการเมือง โดยมีชื่อสมาคมว่า ธรรมโมทัยสุภา เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ศ ค.ศ.๑๙๔๔ ต่อมาด้วยความพยายามของท่าน อมฤตานันทะ มหานายก มหาเถระ ได้นำ คณะ

หัวข้อประเด็น

- การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในเนปาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ท่านสังฆมหานายก ปรัชญานันทะมหาเถระ ได้ กลับเข้าไปสู่มาตุภูมิของตนในเพศบรรพชิต และ ออกโปรดญาติโยมเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๕๔ นายกรัฐมนตรีเผด็จการ พุทธคัมเศร์ รานา ได้ ประกาศห้ามการออกบวชในพระพุทธศาสนา ห้ามการพิมพ์หนังสือทางพระพุทธศาสนา และ ห้ามมิให้มีการจัดพิธีต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา ถ้าใครฝ่าฝืนมีโทษถึงกับเนรเทศออกนอกประเทศ และในครั้งนี้เองพระภิกษุสามเณรชาวเนปาล รูป ถูกเนรเทศออกจากมาตุภูมิของตนไป เนื่องจากได้รับการเบียดเบียนเช่นที่กล่าวนี้ ชาวเนปาลที่ลี้ภัยการเมืองอยู่ในอินเดียได้รวมตัว กันจัดตั้งพุทธสมาคมขึ้น เพื่อต่อสู้กับอำนาจ เผด็จการทางการเมือง โดยมีชื่อสมาคมว่า ธรรมโมทัยสุภา เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ศ ค.ศ.๑๙๔๔ ต่อมาด้วยความพยายามของท่าน อมฤตานันทะ มหานายก มหาเถระ ได้นำ คณะสมณทูตจากประเทศศรีลังกาเข้าพบรัฐบาล เนปาลในเดือนเมษายน ค.ศ.๑๙๔๖ เพื่อขอ อนุญาตให้พระภิกษุสามเณรชาวเนปาลที่ถูกเนรเทศ ออกไป ได้กลับเข้าไปสู่มาตุภูมิของตนเองได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็ได้อนุญาตตามที่ขอ ทำให้การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทใน เนปาล เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในปี ค.ศ.๑๙๕๑ ความผันแปรทาง การเมืองในทางที่ดีก็เกิดขึ้น กล่าวคือ านาจ เผด็จการได้ถูกโค่นล้มลง และพระราชาธิบดีตรี ภูวัน ได้กลับมีพระราชอำนาจตามเดิมอีกวาระหนึ่ง นับเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูพุทธศาสนาแบบ เถรวาทในเนปาลอย่างจริงจังในยุคใหม่นี้ พระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน (หลังปี ค.ศ.๑๙๔๑) เมื่อมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือพระศาสนา และมีสิทธิที่จะประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้ อย่างเสรีภายใต้ระบอบประชาธิปไตย โดย การนำของกษัตริย์ตรีภูวัน ทำให้พระพุทธศาสนา มีบทบาทมากขึ้น พระสงฆ์ก็ได้ก่อตั้ง ALL Nepal Bhikkhu Mahasangha หรือมหาสังฆสมาคม แห่งเนปาลในปี ค.ศ. ๑๙๕๑ แม้พระราชาธิบดี เองก็ได้ร่วมฉลองวันวิสาขบูชาในปีดังกล่าว พร้อม กับได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ การที่พระราชาธิบดีทรงร่วมกิจกรรมทางพระพุทธ ศาสนา นับเป็นการปฏิวัติประเพณีความเชื่อเดิม ที่ว่า ห้ามพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ศาห์ทำการ เคารพพระพุทธปฏิมา ยิ่งไปกว่านั้นพระราชา ธิบดีศรีภูวัน ยังได้ทรงเป็นประธานกรรมการรับ และแห่เฉลิมฉลองพระอรหันตธาตุของพระอัคร สาวก (พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ) รอบ เมืองกาฐมาณฑุ พระราชวังก่อน แล้วเชิญไปประดิษฐานใน คืน ต่อมาได้อาราธนา พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ใน พระราชวังในพิธีต่าง ๆ ด้วย นับเป็นการเริ่มต้น ของการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเถรวาทในเนปาล ครั้งสำคัญที่สุดในยุคปัจจุบันที่เดียว นอกจากนี้รัฐบาลและพระมหากษัตริย์ ในยุคใหม่นี้ ให้การอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา อย่างเปิดเผย กล่าวคือเมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๖ ทาง รัฐบาลเนปาลได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับ นานาชาติ ครั้งที่ € ขององค์การพุทธศาสนิก สัมพันธ์แห่งโลก และในปีเดียวกันพระราชาธิบดี มเหนทระ วีร์ วิกรัม คาห์เทวะ ได้เสด็จ พระราชดำเนินไปลุมพินี สถานที่ประสูติของ พระพุทธเจ้า เพื่อทอดพระเนตรบริเวณโดยรอบ และเพื่อทรงบูชาลุมพินีสถาน ในโอกาสนั้น พระองค์ได้ประดิษฐานเสาศิลาหินอ่อนเป็นเครื่อง หมายของการเสด็จในครั้งนั้นไว้ และยังได้ทรง ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันห้ามการฆ่าสัตว์ ทั่วพระราชอาณาจักรอีกด้วย เมื่อมาถึงยุคของพระราชาธิบดีพิเรนทระ พีร์ พิกรัม ศาหเทวะ ในปัจจุบัน พระองค์ก็ ทรงสืบทอดเจตนารมย์ของพระราชบิดา โดย การสนับสนุนอุปถัมภ์พุทธศาสนาตามสมควร Kalyanamitra.org ก ล ย ๆ ณ ม ต ร bal 1
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More