การเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 3 หน้า 18
หน้าที่ 18 / 110

สรุปเนื้อหา

พุทธเจ้าโดยเฉพาะ ในวันนี้เป็นวันมีพระรัตนตรัย ครบองค์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้เกิดขึ้นแล้วในโลกซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชา วันเพ็ญ เดือน ๔ ในเวลาเย็น ต่อจากนั้นพระปัญจวัคคีย์อีก ๔ รูป คือ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม พระอัสสชิ ได้บรรลุธรรมตามลำดับ พอถึงวันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๘ พระบรมศาสดาได้ทรงเทศนาสั่งสอน ด้วยธรรมอนัตตลักขณสูตร เมื่อทรงแสดงธรรม พร้อมกันทั้ง จบลงพระปัญจวัคคีย์ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ๕ รูป และ ณ เมืองพาราณสีนี้เอง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโปรดพระยสะกับสหาย ๕๕ คน ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ภายในพรรษา แรกนั้นเอง เมื่อมีพระอรหันตสาวกรวม ๖๐ รูป แล้ว สมเด็จพระบรมศาสดาจึงมีพระดำรัสแก่ พระอรหันตสาวกทั้ง ๖๐ รูป ให้ออกไปประกาศ พระสัทธรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระพุทธ ค่ารัสดังมีในพระบาลีมหาว

หัวข้อประเด็น

- การเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พุทธเจ้าโดยเฉพาะ ในวันนี้เป็นวันมีพระรัตนตรัย ครบองค์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้เกิดขึ้นแล้วในโลกซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชา วันเพ็ญ เดือน ๔ ในเวลาเย็น ต่อจากนั้นพระปัญจวัคคีย์อีก ๔ รูป คือ 0 พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม พระอัสสชิ ได้บรรลุธรรมตามลำดับ พอถึงวันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๘ พระบรมศาสดาได้ทรงเทศนาสั่งสอน ด้วยธรรมอนัตตลักขณสูตร เมื่อทรงแสดงธรรม พร้อมกันทั้ง จบลงพระปัญจวัคคีย์ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ๕ รูป และ ณ เมืองพาราณสีนี้เอง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโปรดพระยสะกับสหาย ๕๕ คน ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ภายในพรรษา แรกนั้นเอง เมื่อมีพระอรหันตสาวกรวม ๖๐ รูป แล้ว สมเด็จพระบรมศาสดาจึงมีพระดำรัสแก่ พระอรหันตสาวกทั้ง ๖๐ รูป ให้ออกไปประกาศ พระสัทธรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระพุทธ ค่ารัสดังมีในพระบาลีมหาวรรคว่า จง "...พวกเธอจงเที่ยวไปเพื่อประโยชน์สุขแก่ คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์สุข แก่เทพยดามนุษย์ทั้งหลาย แต่อย่าไปทางเดียว กันถึง ๒ องค์ จงไปองค์เดียวในหลายทาง จง แสดงธรรมอันดีในเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุด ประกาศพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์ พร้อมทั้ง อรรถพยัญชนะ บุคคลทั้งหลายผู้มีธุลีในจักษุน้อย เป็นปกติมีอยู่ แต่ได้เสื่อมจากธรรมเพราะไม่ได้ ฟังธรรม ผู้รู้จักธรรมมีอยู่ ส่วนเราจักไปที่ตำบล อุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรมเช่นกัน” ระหว่างทางสู่ตำบลอุรุเวลา พระพุทธ องค์ได้เสด็จประทับใต้ต้นไม้กลางป่า ได้แสดง ธรรมโปรดพวกสหายภัททวัคคีย์ ๓๐ คน จนได้มี ดวงตาเห็นธรรมและทูลขออุปสมบทด้วยวิธีเอหิ ภิกขุอุปสมบททุกองค์ และได้เสด็จต่อไปเพื่อโปรด ชฎิลทั้ง ๓ พี่น้อง และบริวารอีก ๑,๐๐๐ คน ให้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ด้วยพระธรรมอาทิตต ครั้นสำเร็จพระภารกิจตามพุทธ ปริยายสูตร ประสงค์แล้ว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อม ด้วยพระอรหันตสาวกได้เสด็จสู่กรุงราชคฤห์ แคว้น มครของพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสาร ผู้ครองแคว้นอังคราษฎร์ และมคธชนบทอันมีขอบขัณฑสีมาถึง ๕๐๐ โยชน์ เคยพบพระมหาบุรุษก่อนเสด็จออกบรรพชา แล้ว เคยทูลขอไว้ว่า ทรงได้ตรัสรู้ธรรมเมื่อใด ขอให้ ทรงพระกรุณาเสด็จมาสู่แว่นแคว้นของพระองค์ ก่อนที่อื่น และพระมหาโพธิสัตว์ได้ให้ปฏิญาณรับคำ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารสดับว่า สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงกรุงราชคฤห์แล้ว ก็มีความปีติโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง ได้เสด็จพร้อม พราหมณ์และข้าราชบริพารจำนวนหนึ่งแสนสอง หมื่นไปเฝ้า ถวายบังคมแล้วประทับนั่งในที่อันควร แก่กษัตริย์ ส่วนพราหมณ์และข้าราชบริพารบาง ส่วนถวายบังคม บางส่วนก็นั่งเฉยมีกิริยาต่าง ๆ กัน ด้วยคิดสงสัยว่า ระหว่างพระมหาสมณโคดม กับอุรุเวลกัสสปะนั้น ใครเป็นศิษย์หรืออาจารย์ พระพุทธองค์ทรงทราบความสงสัยเหล่านั้น จึง ถามพระอุรุเวลกัสสปะว่า เธอได้เห็นสิ่งใดจึงละ จากลัทธิบูชาไฟเสีย พระอุรุเวลกัสสปะ กราบทูล ว่าเพราะพบความสงบอันระงับซึ่งเครื่องกังวลคือ กิเลสทั้งปวง อันสำเร็จด้วยมรรคผลซึ่งปฏิบัติชอบ แล้ว จึงไม่ยินดีในการบูชาไฟแล้ว หมอบกราบ ลงแทบพระบาทพระพุทธองค์กราบทูลว่า ข้าพระ องค์เป็นสาวกของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ เป็นศาสดาแห่งข้าพระองค์ พวกพราหมณ์และ เหล่าข้าราชบริพารจึงได้สิ้นสงสัย ลำดับนั้นพระ พุทธองค์จึงทรงแสดงอนุปุพพิกถาและอริยสัจจ์ ๔ โปรดพระเจ้าพิมพิสารและข้าราชบริพารจำนวน ๑๑ หมื่นได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน ส่วนอีกหนึ่งหมื่น ได้ทูลปวารณาตัวเป็นอุบาสก ยึดถือพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งของชีวิต พระเจ้าพิมพิสารได้กราบทูล สรรเสริญพระธรรมเทศนาว่า ทรงแสดงธรรมได้ ดียิ่ง เหมือนบุคคลที่หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ ปิด บอกทางให้แก่คนหลงทาง ส่องไฟในที่มืด เพื่อให้ผู้มีตาดีเห็นสิ่งต่าง ๆ ฉันใด พระผู้มีพระ 05 ล ย า น ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More