ข้อความต้นฉบับในหน้า
รายการแรกเป็นการปฐมนิเทศนักศึกษา
โดยอาจารย์ได้เน้นถึงความหลากหลายของ
ความคิดและความเชื่อของศาสนาต่าง ๆ เป็นจุด
เด่นของดิวินิตี้สกูล แทบจะกล่าวได้ว่าศาสนา
ทุกศาสนา ทุกนิกายมีตัวแทนอยู่ท่ามกลางนักศึกษา
ที่นี่ทั้งนั้น และดูเหมือนจะเป็นความจงใจของผู้
บริหารสถาบัน ที่ต้องการให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
สถิติจำนวนนักศึกษาที่จบปริญญาตรีจากฮาร์วาร์ด
เฉพาะในดิวินิตี้สกูลนั้นดูเหมือนจะมีไม่ถึง ๑๐
เปอร์เซ็นต์ นักศึกษาที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่เป็น
พวกที่เรียกตัวเองว่า ยูนิแทเรียน (Unitarian)
เป็นพวกที่มีความคิดเสรีนิยมทางศาสนาอยู่มาก
ทีเดียว บางคนเชื่อว่ามีพระเจ้าจริง บางคนเชื่อ
ว่าอาจมีหรือไม่มีไม่แน่นอน แต่เชื่อในเรื่องการ
ทำความดี ซึ่งเป็นความเชื่อสากลของทุกศาสนา
และความเชื่อนี้กำลังเป็นที่นิยมของคนอเมริกัน
ในยุคนี้ กลุ่มของนักศึกษาที่มีจำนวนรองลงมา
เป็นโรมันคาทอลิก โปรเตสแตนท์นิกายต่าง ๆ
อิสลาม บางคนก็ประกาศตัวเองว่าไม่มีศาสนา
เลยก็มี
สิ่งที่น่าประทับใจที่เกิดจากเพื่อนนักศึกษา
ในที่นี้ก็คือ การรู้จักพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่
แตกต่างจากที่อาตมาเคยประสบมาในยุโรปอย่าง
มากคือ ชาวอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือเยอรมัน มัก
จะรู้จักพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาตะวันออก
ศาสนาหนึ่ง มีศาสดาชื่อว่า พุทธะ (Buddha)
โดยเห็นว่าเนื้อหาสาระและคำสอนในพุทธศาสนา
เป็นเพียงแค่ปรัชญาตะวันออกแบบหนึ่ง เหตุ
เพราะว่าพุทธศาสนาไม่นับถือในพระเจ้า และ
พระพุทธเจ้าทรงเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ที่ฮาร์วาร์ด
หลายคนเข้ามาสนทนากับอาตมาในลักษณะที่
เข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่าง
ดีทีเดียว ถึงแม้จะบอกว่าตัวเขาเองไม่ใช่ชาวพุทธ
ก็ตาม หลายคนเคยมาเมืองไทยแล้ว และเคยอยู่
เมืองไทยมาหลายปีก็มี และในจำนวนนั้นก็มี
บางคนที่เคยมาวัดพระธรรมกายแล้ว ในบรรดา
บุคคลที่เข้ามาแนะนำตัวกับอาตมา มีชายร่างเล็ก
JOHN HARYA
รูปปั้นของจอห์น ฮาร์วาร์ด (John Harvard)
คนหนึ่ง สวมหมวกแก๊ป ผมสีดอกเลาเข้ามา
แนะนำตัวว่า เขาก็เป็นพระภิกษุเช่นเดียวกัน
แต่เป็นพระลามะจากทิเบตชื่อว่า จอร์แดน เป็น
นักศึกษาปริญญาโทของที่นี่ มีชาวญี่ปุ่นอีกคน
หนึ่งแนะนำตัวว่า เขาก็เป็นพระเหมือนกัน ใน
นิกายที่นับถือพระสูตรสุขาวดีวิยุหสูตร ที่มีชื่อใน
ภาษาอังกฤษว่า Pure Land Buddhism มีวัด
แม่อยู่ที่กรุงโตเกียว ตรงกันข้ามกับหอคอยโตเกียว
พอดี ตอนแวะที่โตเกียวอาตมาได้เดินผ่านไปที่
วัดนั้นด้วย อาตมาจึงหยิบยกเหตุการณ์นั้นขึ้น
มาเป็นข้อสนทนา ทำให้พระญี่ปุ่นรูปนี้ให้ความ
สนิทสนมคุ้นเคยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ท่านเองพูด
ภาษาไทยได้หลายคำเหมือนกัน เพราะเคยอยู่
เมืองไทยมานาน และรู้จักพระไทยหลายรูป ท่าน
บอกว่า ท่านมีภรรยาและลูกชายคนหนึ่ง ท่าน
เช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ไม่ไกลจากเมืองเคมบริดจ์เท่า
ใดนัก ท่านได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
ของพุทธศาสนาแห่งหนึ่งให้มาเรียนที่ฮาร์วาร์ดนี้
เป็นระยะเวลา ๒ ปี และกำลังจะจบการศึกษา
ก ล ย า ณ ม ต ร
๕๙