ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๐ กันยายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
ร่างกายเราจึงอ่อนแอ
อาหารการกินก็มีสารพิษเจือปน
บรรยากาศหรือสิ่งแวดล้อมก็นับวันจะแย่ลงไปทุกวัน
ดูสิลูก! ทุกอย่างที่กล่าวมาล้วนแต่ทำลายตัวเราให้
ตายเร็วๆ ไม่ให้มีเวลาสำหรับหลับตาสอดส่องดูภายใน
กลางของตัวเราเลยว่ามีสิ่งที่สำคัญที่สุด มีทางสำหรับทำ
ให้ชีวิตเราปลอดภัย พ้นภัยหรือพ้นทุกข์ ซึ่งมีอยู่ในตัวเรา
ทุกๆ คนทุกๆ ชีวิต ชีวิตเราจึงวนๆ เวียนๆ อยู่กับสิ่งที่
ไม่มีสาระ หาแก่นสารไม่ได้ ถ้าลูกนั่งธรรมะได้ละเอียดไป
ค้นคว้าดูอย่างที่หลวงพ่อเคยให้ไปค้นมาว่า ทำไมคนโน้น
คนนี้ถึงได้เป็นหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ เข้ากลางไป
ดู ก็พบว่าในไส้กลางของเขาจะมีสีดำ ใจหรือ “เห็น จำ คิด
รู้” ของเขาถูกเคลือบด้วยอวิชชา (เป็นสีดำ) ต้องใช้วิธี “กลิ่น” ใจของเขาให้ขาว ใส
สะอาด ก็ด้วยพระธรรมกาย ด้วยความเมตตาของหลวงพ่อ ด้วยการรวมจิตรวมใจ
ของพวกเราให้เป็นหนึ่ง เพื่อให้มีพลังของพระธรรมกายที่จะช่วยขจัด “ความดำ”
หรือ “อวิชชา” ให้ “สะอาด, ขาว, ใส” คืนสู่ความเป็นผู้ไม่ถูก “ครอบงำ” เราจะ
ยอมให้เขา “ครอบงำ” เรา จูงเราไปตามใจชอบของเขาหรือลูก แม่เขียนบรร
ยายมาตั้งเยอะแยะ ลูกอย่าบ่นนะว่าขี้เกียจอ่าน แม่อยากให้ลูกเห็นความสําคัญ
ของการนั่งสมาธิ เห็นความสำคัญของ “วิชชาธรรมกาย” ว่ามีประโยชน์ต่อตัวลูก
ต่อมนุษย์ทุกๆ คน เรามี เราได้ศึกษา ได้รู้เห็นแล้ว ก็ควรจะรู้รักษาให้อยู่กับตัว
ลูกตลอดไปนะจ๊ะ
จากฉบับที่แล้ว ลูกถามแม่ว่า ภาพที่ปรากฏในกลางเป็นอย่างไร? ภาพที่
ปรากฏในกลาง ลูกนั่งดูอาจเข้าใจว่าเป็นภาพที่เห็นเหมือนเปิดฝาถ้วยแล้วก้มมองดู
คือเป็นลักษณะที่จะต้องก้มหน้าลงมองจึงเห็นภาพ ถ้าอย่างนั้นภาพที่เห็นก็เห็น
แบบแคบๆ อยู่ภายในท้องเรา แต่ที่แม่เห็นในกลาง คือ พอกระดิกจิตก็เห็นเป็น
ภาพเต็มพรึบทีเดียวเลย ไม่ได้ก้มมองดูในท้อง ภาพในกลางเป็นการมองเห็นด้วย
ตาของพระธรรมกาย เข้าใจด้วยปัญญาของพระธรรมกาย จะละเอียดเท่าใดขึ้น
อยู่กับการเข้ากลางว่า เข้ากลางไปได้
ถึงองค์พระธรรมกายที่ละเอียดมากแค่
ไหน ก็จะเห็นภาพได้ละเอียดแค่นั้น
และที่สำคัญต้องดูด้วยใจหยุด ใจนิ่ง
ภาพที่เห็นในกลางก็จะชัดละเอียดแม่น
ย่ายิ่งขึ้น การมองเห็นด้วยตาของ
พระธรรมกายเป็นการมองเห็นได้รอบตัว
(แม่เคยได้ยินหลวงพ่อท่านเรียกว่า
“สมันตจักษุ” แปลว่า มีดวงตารอบตัว
ไม่ทราบว่าแม่จ๋าถูกหรือผิดเอาไว้มีเวลา
แม่จะไปกราบเรียนถามท่านอีกที เอา