ธรรมโภคะและอามิสโภคะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 9 หน้า 109
หน้าที่ 109 / 128

สรุปเนื้อหา

มีพระภาคตรัสไว้ว่า ด ข้าพเจ้า" 66 มหาบพิตร” พระเถระถวาย เจ้า ข้าพเจ้ามีวิปฏิสารอยู่อย่างหนึ่งคือ ทรงวิตกกังวลด้วยเรื่องดังกล่าว พระองค์ พระพรต่อไป “บุคคลผู้ประ ข้าพเจ้าได้เคยสั่งให้จับพระสึกเสียจำนวน ควรมีปีติโสมนัสที่ได้ทรงกำจัดเสี้ยน พฤติธรรมเพื่อธรรม ชื่อว่าเป็นผู้มีธรรม มาก ข้าพเจ้าเกรงว่า ในจำนวนนั้นอาจ หนามแห่งพระศาสนา ทำให้หมู่สงฆ์ เป็นผู้ร่ำรวยธรรม มีธรรมโภคะ พระผู้ จะมีพระผู้มีศีลอยู่ด้วย จะเป็นบาปแก่ บริสุทธิ์ควรแก่การกราบไหว้ของมหาชน และเป็นเนื้อนาบุญของโลกต่อไป” “ภิกษุ ทั้งหลาย! โภคะมี ๒ “ขอถวายพระพร” พระเถระทูล “พระคุณเจ้ากล่าวถ้อยคำเป็นที่ อย่าง คือ อามิสโภคะ ๑ ธรรมโภคะ ๑ “เรื่องนี้ขอพระองค์อย่าทรงมีวิปฏิสารเลย ชื่นชมทำให้ข้าพเจ้าชุ่มชื่นใจยิ่งนักกรุณา ในโภคะ ๒ อย่างนั้น ธรรมโภ

หัวข้อประเด็น

- ธรรมโภคะและอามิสโภคะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มีพระภาคตรัสไว้ว่า ด ข้าพเจ้า" 66 มหาบพิตร” พระเถระถวาย เจ้า ข้าพเจ้ามีวิปฏิสารอยู่อย่างหนึ่งคือ ทรงวิตกกังวลด้วยเรื่องดังกล่าว พระองค์ พระพรต่อไป “บุคคลผู้ประ ข้าพเจ้าได้เคยสั่งให้จับพระสึกเสียจำนวน ควรมีปีติโสมนัสที่ได้ทรงกำจัดเสี้ยน พฤติธรรมเพื่อธรรม ชื่อว่าเป็นผู้มีธรรม มาก ข้าพเจ้าเกรงว่า ในจำนวนนั้นอาจ หนามแห่งพระศาสนา ทำให้หมู่สงฆ์ เป็นผู้ร่ำรวยธรรม มีธรรมโภคะ พระผู้ จะมีพระผู้มีศีลอยู่ด้วย จะเป็นบาปแก่ บริสุทธิ์ควรแก่การกราบไหว้ของมหาชน และเป็นเนื้อนาบุญของโลกต่อไป” “ภิกษุ ทั้งหลาย! โภคะมี ๒ “ขอถวายพระพร” พระเถระทูล “พระคุณเจ้ากล่าวถ้อยคำเป็นที่ อย่าง คือ อามิสโภคะ ๑ ธรรมโภคะ ๑ “เรื่องนี้ขอพระองค์อย่าทรงมีวิปฏิสารเลย ชื่นชมทำให้ข้าพเจ้าชุ่มชื่นใจยิ่งนักกรุณา ในโภคะ ๒ อย่างนั้น ธรรมโภคะเลิศกว่า พระที่ถูกจับสึกประมาณ 6 หมื่นรูป กล่าวต่อไปเถิด พระคุณเจ้า ข้าพเจ้า ก่อนทำสังคายนานั้นได้รับการพิจารณา ไม่ต้องถามอะไรอีกแล้ว พระคุณเจ้า “มหาบพิตร อามิสโภคะนั้น คือ สอบสวนอย่างแน่ชัดแล้วว่า เป็นผู้ทุศีล ประสงค์กล่าวสิ่งใดอันจักเป็นประโยชน์ ความร่ำรวยอามิส การมีอามิสความ ทั้งสิ้น การกำจัดภิกษุเหล่านั้นออกไป แก่ข้าพเจ้าก็กรุณากล่าวเถิด” และเปี่ยมล้นด้วย รูป เป็นเสมือนการถอนหญ้าอันเป็นอันตราย "มหาบพิตร! ขอพระองค์ทรง เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ทั้งหมดนี้ แก่ข้าวกล้าออกจากนา มีแต่คุณโดย มนสิการด้วยดีเถิด กุศลจริยานั้น อัน เป็นไปเพื่อความลุ่มหลงมัวเมา อามิสโภคะ มั่งคั่งปัจจัย I ส่วนเดียว มหาบพิตรได้สั่งสมแล้วเป็นอันมาก ขอ “ส่วนธรรมโภคะนั้น คือความ “อนึ่งเล่า มหาบพิตร เสมือน พระองค์ทรงระลึกถึงกุศลจริยานั้นเพื่อ ร่ำรวยธรรม การมีธรรม การมั่งคั่งพรั่ง เนื้อกับเสือจะอยู่ร่วมกันมิได้ หากต้อง ช่วยให้พระมนัสชุ่มชื่นด้วยธัมโมหะ แล พร้อมไปด้วยธรรม ซึ่งเป็นไปเพื่อความ การรักษาเนื้อไว้ก็ต้องฆ่าเสือเลย หาก พระองค์จึงมนสิการถึงพระพุทธพจน์ ขัดเกลาอย่างยิ่ง เป็นบันไดไต่เต้าไปสู่ ไม่ฆ่าเสือเนื้อก็หมด เมื่อเสือกินเนื้อ อันปฏิสังยุตต์ด้วยชรามรณะ เป็นต้น พระนิพพาน เป็นสะพานทอดไปสู่โลกุต หมดแล้วก็จะหันมากินเจ้าของเนื้อต่อไป ดังนี้ ตระ นี่แหละพระผู้มีพระภาคทรงยก พิจารณาแล้วมองเห็นแต่อันตราย ย่องอย่างยิ่ง พระองค์ตรัสว่าเป็นผู้ไม่จน “มหาบพิตร พระผู้มีพระภาค F ภิกษุ ทั้งหลาย! ธรรม ประการ อันใคร ๆ จะประกันมิได้เลยคือ ๑. ประกันสิ่งที่จะต้องแก่เป็น ค ธรรมดามิให้แก่ ๒. ประกันสิ่งที่มีความเจ็บเป็น ธรรมดามิให้เจ็บ ชีวิตไม่สูญเปล่า ตรัสว่า “เหมือนอย่างว่า ลาซึ่งเดินตาม “แม้คำว่า “บุคคลจะถึงพร้อม ฝูงโคไปทุกย่างก้าว พร้อมด้วยประกาศ ด้วยโภคะก็เพราะศีล (สีเลนโภคสมุปทา)” ว่า เราเป็นโค เราเป็นโค ก็หาชื่อว่าเป็น นั้นก็หมายถึงธรรมโภคะนี่เอง บุคคลผู้ โคไม่ เพราะเสียงก็ดี สีก็ดี รอยเท้าก็ดี มีศีลเหมือนมีพื้นดินดี เป็นที่รองรับพืช มิได้เหมือนโคเลย จึงสักแต่ว่าตามฝูง พันธุ์ต่างๆ คือธรรมได้โดยสะดวก เป็น โคไปฉันได ที่งอกงามขึ้นแห่งพืชคือธรรม ศีลและ ภิกษุบางรูปก็ฉันนั้น ตามหลัง ธรรมจึงต้องควบคู่กันไป จึงจะอำนวย ภิกษุสงฆ์ไปทุกย่างก้าวพลางกล่าวว่า มิให้ให้ผลเป็นความทุกข์ความทุรนทุราย ประโยชน์เต็มที่" เราเป็นภิกษุ เราเป็นภิกษุ แต่ก็หาชื่อว่า พระราชาผู้ทรงใช้ตราธรรมจักร เป็นภิกษุไม่ เพราะมิได้มีอธิศีลสิกขา เป็นตราแผ่นดิน ทรงประชุมพระหัตถ์ อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขาเช่น ขึ้นเหนือพระอุระพลางตรัสว่า “น่าปลื้ม ภิกษุทั้งหลายอื่น จึงสักแต่ว่าติดตาม ใจจริง น่าปลื้มใจจริง คำของพระคุณ ภิกษุทั้งหลายไปข้างหลังเท่านั้น” เจ้าเป็นมธุรกถาชวนชื่นใจ แต่พระคุณ “ด้วยเหตุนี้ มหาบพิตรมิต้อง ธรรมดามิให้ตาย ๓.ประกันสิ่งที่มีความตายเป็น ๔.ประกันกรรมชั่วที่บุคคลทำแล้ว “ภิกษุทั้งหลาย นี่แลธรรม ประการอันใครๆ ในโลกไหน ๆ ไม่อาจ ประกันได้ “มหาบพิตร เกี่ยวกับเรื่องการ กล่าวถ้อยคำนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เมื่อกล่าวสิ่งใดอยู่ อกุศลธรรม กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๓๙ ๗๐๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More