ข้อความต้นฉบับในหน้า
ส่วนช่วงบนสุดที่อยู่ติดเพดาน วาดเป็นเกาะและทะเลพอ
เป็นเครื่องประดับมิให้ผนังว่าง
นี่คือภาพที่ทางวัดอธิบายว่า เป็นตอน ร.๕ เสด็จ
ประพาสสิงคโปร์ อาจารย์จุลทัศน์อธิบายว่า เป็นตอนเสด็จ
ต่างประเทศครั้งแรก ไปถึงสิงคโปร์เมืองเบตาเวียหรือปัต
ตาเวีย และเมืองสมารังเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๓ โดยเรือพระที่นั่ง
พิทย์มรณยุทธ ออกจากท่าราชวรดิษฐ์ แวะนมัสการพระ
สมุทรเจดีย์ หรือพระเจดีย์กลางน้ำ แล้วใช้จักรแล่นไปสิงค-
โปร์ รัฐบาลอังกฤษรับเสด็จอย่างใหญ่โต ได้ทอดพระเนตร
ความก้าวหน้าต่าง ๆ ของสิงคโปร์หลายอย่าง เช่น การ
ไปรษณีย์โทรเลข การดับไฟ การพยาบาล การทหาร ฯลฯ
กลับถึงกรุงเทพฯ วัน ๗ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะแม
จ.ศ.๑๒๓๓ เท่ากับวันเสาร์ที่ ๑๕ เมษายน ค.ศ.๑๙๙๑
พ.ศ.๒๔๑๔
รวมเวลาไป-มา ๓๘ วัน
รายละเอียดของการเสด็จประพาสครั้งนั้น ผู้เขียน
ขอข้ามไปเพราะเห็นว่าเคยเขียนกันมาพอสมควรแล้ว ท่าน
ใดที่อยากรู้เพิ่มเติม กรุณาหาหนังสือจดหมายเหตุเสด็จ
ประพาสต่างประเทศในรัชกาลที่ ๕ กับหนังสือความทรงจำ
มาอ่าน
ร.๕ เสด็จต่างประเทศครั้งแรกขณะมีพระชนมายุ ๑๘
พรรษา เดิมใคร่ไปให้ถึงยุโรป แต่สมเด็จเจ้าพระยาบรม
แล้วเสด็จเบตาเวียซึ่งอยู่บนเกาะชวาที่ฮอลันดาหรือเนเธอร์- มหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
แลนด์ปกครองอยู่ ทอดพระเนตรโรงทำปืนกับพิพิธภัณฑ์
สถาน กับเสด็จเมืองสมารังทอดพระเนตรรถไฟ แล้วเสด็จ
นิวัติกรุงเทพฯ
พิจารณารูปแล้ว ผู้เขียนไม่มีข้อขัดแย้งนัก ถ้าจะให้
กล่าวก็เห็นจะกล่าวอย่างอาจารย์จุลทัศน์ คือถือเป็นตอน
เสด็จต่างประเทศครั้งแรก แต่กองทหารที่รับเสด็จ จะเป็น
อังกฤษ หรือฮอลันดา หรือวาดแบบไม่เจาะจง เป็นเรื่อง
ของฝ่ายทหารที่ควรช่วยพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไปอีก ถ้าพิสูจน์
ได้ว่าเป็นเครื่องแบบทหารอังกฤษ ก็จะได้ระบุไปอย่างทาง
วัดว่า เสด็จสิงคโปร์
ส่วนปีที่เสด็จที่อาจารย์จุลทัศน์ และหนังสือหลายๆ
เล่มบอกว่าเป็น พ.ศ.๒๕๑๓ นั้น ถ้าจะยึดตามแนวปฏิทิน
ฝรั่งเพื่อมิให้คนรุ่นปัจจุบันสับสน ก็เห็นจะต้องพูดว่า เป็น
การเสด็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ เพราะบังเอิญเสด็จในช่วงเดือน ๔
เดือน ๕ ซึ่งไทยยังไม่เปลี่ยนศักราช ในขณะที่ฝรั่งเปลี่ยนปี
กันไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม ใครที่นับแบบไทยก็จะยัง
บวกเลข พ.ศ. ได้เป็น ๒๔๑๓
เพื่อให้ท่านเข้าใจง่าย ผู้เขียนจะสรุปว่า หลังจากนั่ง
คำนวณหรือเทียบวันเดือนปีจากหนังสือจดหมายเหตุเสด็จ
ประพาสต่างประเทศในรัชกาลที่ ๕ หนังสือความทรงจำ
และหนังสือฝรั่งไทยต่าง ๆ แล้ว การเสด็จไป-กลับ มีวัน
เดือนปีดังนี้
ออกจากกรุงเทพฯ วัน ๕ แรม ๔ ค่ำ เดือน 4 ปีมะ
เมีย จ.ศ.๑๒๓๒ เท่ากับวันพฤหัสบดีที่ ๙ มีนาคม ค.ศ.๑๙๙๑
หรือ พ.ศ.๒๔๑๔
กราบทูลให้เสด็จแค่สิงคโปร์ ชวาก่อน เพราะเห็นว่าไปไกล
นักจะลำบาก เรือแพยังหายาก (จน พ.ศ. ๒๕๔๐ กับ ๒๕๕๐
จึงได้เสด็จยุโรป รวม ๒ ครั้ง)
ผลจากการเสด็จต่างประเทศครั้งแรก ทำให้ทรงกลับ
มาคิดเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมที่ล้าสมัยหลายอย่าง เช่น
เรื่องทรงผม การแต่งกาย การยืนเข้าเฝ้า ตลอดจนการเลิก
ทาส เป็นต้น
น่าเสียดายที่รูปถ่ายเสด็จสิงคโปร์พบเพียงแต่รูปเดียว
เท่านั้น ทั้งยังไม่ค่อยคมชัดเสียอีกด้วย
ในรูปถ่าย จะเห็น ร.๕ ทรงนุ่งผ้าโจงกระเบนแต่สวม
ฉลองพระองค์ หรือเสื้อนอกแบบฝรั่ง สวมถุงเท้า รองเท้า
ถือหมวกฝรั่ง ยืนกับผู้ตามเสด็จ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิงคโปร์
หมายเหตุ
หลังจากเขียนเรื่องแต่งซุ้มไฟไม่กี่วัน ผู้เขียนป่วย
พักอ่านหนังสืออยู่กับบ้าน บังเอิญหยิบหนังสือ ๓๓๑ ปี
สกุลอมาตย์ (ของตระกูล อมาตยกุล) มาอ่านซ้ำ ปรากฏ
ว่าได้พบหลักฐานในหน้า ๕๙-๖๐ ว่าพระปรีชากลการ (สำอาง
อมาตยกุล) เคยแต่งซุ้มไฟในงานเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.
๒๕๑๕ ได้ที่ ๑ โดยซุ้มด้านหนึ่งทำเป็นตราพระเกี้ยว อีก
ด้านหนึ่งเป็นอักษร ส.พ.ป.ม.จ. ไขว้ ข้อที่บอกว่ามีรูปตรา
พระเกี้ยว ดูตรงกับภาพที่ ๑๓ จึงคิดว่าภาพช่องนั้นควรวาด
เมื่อแต่งซุ้มไฟงานเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.๒๕๑๔ เป็น
แน่
กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๕๙ ๙๙