ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ท่านไม่ เทศน์เป็นชั่วโมง เข้าไปในหัวคิดซัก
ทำแค่ในครอบครัวของท่านเอง ท่าน
จะเชิญชวนเพื่อนสนิทมิตรสหาย และ
คำก็เป็นกุศลแล้ว ตอนนี้เขาด่าผมก็
จริง ปล่อยเขาไปเถอะ เวลาแก่โดย
ผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่า ผู้ใต้บังคับ เฉพาะเวลาตายแล้ว จะต้องขอบใจ
บัญชาที่ต่ำกว่าอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ
ผมหนักหนาที่ทำที่พึ่งไว้ให้”
ใครจะทำเพราะเต็มใจทำ หรือจำใจ ข้าพเจ้าเห็นการกระทำและได้
ทำด้วยความเกรงใจ ท่านไม่สนใจ ขอ
เพียงให้ทำ ท่านเป็นพอใจ
ยินคำพูดของข้าราชการผู้ใหญ่ท่านนี้
แล้ว รู้สึกนับถือน้ำใจมาก เมื่อครั้ง
ข้าพเจ้ายังรับราชการอยู่ เวลาชวนใคร
ทำบุญกุศลเรื่องใดก็ตาม ถ้ามีใครพูด
ตำหนิให้ฟังเพียงคนเดียว ข้าพเจ้าจะ
พาลเลิกชักชวนไปหมดทั้งกลุ่ม ทำให้
คนเหล่านั้นเสียโอกาส พลอยขาดทุน
ไปจนหมด หลายคนร่วมสร้างวัดมา
ด้วยกัน ถึงเวลาสิ้นเดือนข้าพเจ้าจะไป
รับเงินร่วมทำบุญกับพวกเขา พอมีราย
มาถึงเวลานี้ ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจ
สงสารเพื่อนฝูงเหล่านั้น พวกเขาได้
ช่วยข้าพเจ้าสร้างวัดเพียงแค่ขุดคูน้ำรอบ
วัด นอกจากนั้นแล้ว ไม่ว่าจะสร้างกุฏิ
วิหาร โบสถ์ ศาลา หรืออะไร ๆ พวก
เขาหมดโอกาสไปสิ้นเชิง เพราะเวลานี้
วัดสร้างเสร็จแล้ว
ถ้าข้าพเจ้าจะหัดเป็นคนใจคอ
หนักแน่น แค่เพียงหนึ่งในสิบของ
ข้าราชการผู้ที่เล่าถึงอยู่ เพื่อนๆ ของ
ข้าพเจ้าคงมีโอกาสกอบโกยบุญกุศลไป
อีกมหาศาล นี่ข้าพเจ้าไม่รักเพื่อนจริง
ยังมีอีกที่ข้าราชการผู้ใหญ่ท่าน
หนึ่งพูดได้ประทับใจข้าพเจ้า ครั้งหนึ่ง
ท่านพูดกับข้าราชการสูงอายุวัยเดียว
กันว่า “ผมว่า เวลาที่เรากำลังเป็นใหญ่
เป็นโตอยู่นี่ ทางที่ดีแล้ว ควรถือโอกาส
ชักชวนผู้คนทำบุญให้เต็มที่ แม้พวก
เขาบางคนจะไม่ศรัทธา จำใจทำ ก็ต้อง
ยอมทำตามคนอื่นๆ เกรงจะเสียความ
ดีความชอบ สำหรับคนชักชวนไม่มีทาง
เสียหายเลย มีแต่จะได้บุญเพิ่มยิ่งๆ
ขึ้น ในฐานะบำเพ็ญเวยยาวัจจมัยกุศล
ขวนขวายช่วยเหลือในกิจการงานที่ควร
ได้ช่วยงานส่วนรวมด้วย ช่วยงานส่วน
ตัวคือให้พวกพ้องได้มีโอกาสทำบุญด้วย
เรื่องใครจะติเตียนไม่ควรสนใจ ต้อง
นึกถึงประโยชน์ที่จะได้เป็นหลักสำคัญ
เมื่อใครท้วงติงว่า “ท่านครับ
ไอ้พวกไม่รู้จักบุญ มันว่าท่านบังคับให้
มันทำบุญ เงินก็ให้บริจาค ยังให้มัน
มาประชุมถือศีลแปด นั่งภาวนาอีก
มันต้องอดเหล้า อดบุหรี่ เที่ยวเตร่เสา
เพลไม่ได้ มันโกรธท่าน มันว่าท่าน
ทารุณครับ ให้นั่งฟังเทศน์ ภาวนาวัน
ละตั้งหลายชั่วโมง อกจะแตกตาย”
ท่านผู้นั้นก็จะยิ้ม ตอบว่า “ช่าง หนึ่งติเตียนข้าพเจ้าว่า ไม่ได้สร้างวัด แค่นี้เราก็จะได้บุญเพิ่มอยู่เรื่อยๆ ไป
เถอะ เขาจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา คน สักหน่อย ขอที่ดินเอาไปจัดสรรขาย เพราะงั้นต้องรีบกอบโกยบุญ
เหล่านี้ถ้าจะรอให้เขาทำความดีกันเอง ต่างหาก แล้วก็พูดให้คนอื่นฟังต่อ ๆ คุณก็คิดดู พอเราเกษียณอายุ
จนตายก็ไม่มีใครทำ ถูกบังคับบัญชา กัน ข้าพเจ้าเสียใจ น้อยใจมาก นับ ออกจากราชการไปแล้ว
เอายังงี้ คงไม่โกรธอยู่ตลอดเวลาหรอก แต่นั้นไม่ไปชวนทุกคนในกลุ่มทำบุญกับ ตำแหน่งอะไรให้ใครต้องเกรงใจ เราก็
เวลาได้คิดคงจะมีบ้าง หลวงพ่อหลวงพี่ ข้าพเจ้าอีกเลย
คือตาแก่ ยายแก่ธรรมดาๆ เหมือน
เราก็ไม่มี
๔๔ กันยายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร