ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่กุศลกรรมจนตลอดชีวิต ท่อง
เที่ยวไปในเทวโลกตลอดพุทธันดร
หนึ่ง ตราบกระทั่งถึงพุทธกาลนี้
ท่านเกิดเป็นบุตรของปุโรหิตแห่ง
พระเจ้าจันฑปัชโชต ในกรุงอุชเชนี
และด้วยเหตุที่ผิวพรรณของท่านงด
คนมีปัญญาถึงจะไม่มีทรัพย์
ก็เป็นอยู่ได้ แต่คนมีทรัพย์
ถ้าไร้ปัญญาก็เป็นอยู่ไม่ได้
แน่ หูมีไว้ฟังเสียงทุกเสียง
ตามีไว้ดูรูปทุกประเภท
ผู้มีปัญญาไม่ควรมองข้าม
สิ่งที่ได้เห็น ได้ยินไปเสีย
๑๐๒ กันยายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
งามประดุจทองคำ บิดามารดาจึง
ตั้งชื่อให้ว่า “กัญจนะ” ซึ่งแปลว่าทอง
เมื่อกัญจนะเติบโตขึ้น ก็ได้
ศึกษาวิชาไตรเพทจนจบ ครั้นบิดา
เสียชีวิตลง กัญจนะจึงได้รับแต่งตั้ง
ให้เป็นปุโรหิตสืบต่อมา และมีนาม
ว่า “กัจจายนะ” อันเป็นนามที่เรียก
ตามชื่อตระกูลของท่าน
ในครั้งนั้น พระเจ้าจัณฑ
ปัชโชต ผู้ทรงนิยมฆ่าสัตว์บูชายัญ
ทรงลงโทษผู้ต้องสงสัยโดยไม่ไต่สวน
และทรงพิจารณาคดีความอย่างไม่
ยุติธรรม พระองค์ทรงทราบข่าวว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังเสด็จไป
แสดงธรรมแก่ชนทั้งหลาย ก็มีพระ
ท่านได้สร้างมหากุศลอีกครั้งหนึ่ง ราชประสงค์จะกราบทูลอาราธนา
ด้วยการสละทองคำถึงแสนตำลึง พระพุทธองค์ให้เสด็จมาทรงประกาศ
เพื่อหล่อเป็นอิฐสำหรับใช้ก่อพระ พระศาสนา ณ แคว้นอวันที่บ้าง
เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของ จึงตรัสสั่งให้ประชุมพวกอำมาตย์
พระพุทธองค์ ด้วยความตั้งใจอย่าง ราชปุโรหิตว่า “ผู้ใดจะเป็นผู้สามารถ
สูงสุดที่จะกระทำสิ่งนี้น้อมถวายเป็น ไปกราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์
พุทธบูชา แล้วตั้งความปรารถนาว่า
มา”
“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกอำมาตย์ราชปุโรหิตต่าง
ไม่ว่าข้าพระองค์จะไปเกิดในที่ใด ก็ เห็นพ้องต้องกันให้กัจจายนปุโรหิต
ขอให้ร่างกายและผิวพรรณงดงาม ซึ่งเป็นผู้มีความรู้เจนจบในไตรเพท
ประดุจทองคำด้วยเถิด”
เป็นผู้ไปอาราธนาพระพุทธองค์
ต่อแต่นั้นมา ท่านได้บำเพ็ญ ปุโรหิตกัจจายนะผู้มีจิตน้อมไปใน