ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตามลักขณ์เทียว
เมืองเหนือ
โดย : ลักขณา ศกุนะสิงห์
เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๕๔
ปีที่ 4 พฤศจิกายน ๒๕๕๓
กีฬาตีลูกข่าง เป็นการแข่งขันระหว่างชาวเขา 6 เผ่าคือ เย้า มูเซอ อาข่า(หรืออีก้อ) กะเหรี่ยง ลีซอ และแม้ว(หรือม้ง)
ในงานวัฒนธรรมชาวดอย ซึ่งจัดขึ้นทุกเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเห็นการแต่งกาย บางคนแทบดูไม่ออกว่า
เป็นชาวเขา
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
แหม!.. เนื้อเพลงกินใจจังนะพี่นิภา”
“นึกแล้วเขียวว่าลักขณ์ต้องพูดอย่างนี้
ซึ่งจนอยากเป็นสาวบ้างขึ้นมาแล้วซิเรา” พร้อม
กับส่งสายตาปรามหน่อย ๆ แล้วกล่าวกับนัก
ศึกษา
“ครูบอกแล้วนะคะว่าเนื้อความของเพลง
เป็นดังนั้น ขอให้นายยงร้องให้ฟัง แต่ครูก็ฟัง
ไม่ออกว่าเขาร้องด้วยภาษาใด เรียกว่าฟังไม่รู้
เรื่องดีกว่า แต่ทำนองก็สนุกสนานและอ่อนหวาน
น่าฟังดี”
“ม้งมีภาษาเขียนมั้ยคะ น้า” พี่นิภา
สนใจขึ้นมาทันที
กลางมาใช้”
“อ๋อ ภาษาแมนดารินใช่มั้ยคะ” ไกด์ถาม
ป้าน้อยพยักหน้ารับ
“ถ้างั้นเมื่อพวกมังเข้ามาอยู่ในเขตลาว
เขตไทย ก็ใช้ภาษาลาว ภาษาไทยซิคะ” ฉัน
ถามบ้าง
“ใช่จะลักขณ์ ยังยืมภาษาลาว และ
ภาษาไทยทางเหนือมาใช้ปะปนกับภาษาพูดของ
ตน ภาษาที่เป็นของม้งเองมีไม่มากนักหรอกจ้ะ
แล้วม้งทั้ง ๓ เผ่า ไม่ว่าม้งขาว ทั้งดำ หรือม้ง
ลาย มีภาษาพูดคล้าย ๆ กัน แตกต่างกันบ้าง
เป็นบางคำเท่านั้น”
๓
“แหม! ไม่มีภาษาพูดที่แน่นอน แล้วยัง
“ไม่มีหรอกจ้ะ อย่าว่าแต่ภาษาเขียนเลย..... ไม่มีตัวหนังสืออีกน่าสงสารนะคะ” เสียงลูกแก้ว
แม้ภาษาพูดก็ยังยืมของชาติอื่นมาใช้พูดจากันเช่น พึมพำ
สมัยรุ่นปู่ย่าตาทวด ตั้งอยู่ใกล้ชิดจีน และสู้รบ
กับจีนเพื่อรักษาอิสรภาพบ่อยๆ ก็รับภาษาจีน
“เออ....เขามีเรื่องเล่ากันนะ เดิมชาวม้ง
ก็มีตัวหนังสือเหมือนกัน แต่โดยเหตุที่บรรพ
๑๖ กันยายน ๒๕๕๗ กัลยาณมิตร