การให้กำลังใจและการฝึกตน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 3 หน้า 32
หน้าที่ 32 / 128

สรุปเนื้อหา

เย็นที่เงียบสงัด ฝนตกพรำๆ พี่เณรได้ ยินเสียงสะอื้นของเพื่อนที่จำวัดอยู่ข้างๆ พี่เณรลุกขึ้น คิดอยู่ในใจว่า “เพื่อนคง ไม่สบาย” จึงเข้าไปถามว่า “ไม่สบาย หรือเปล่า” เพื่อนก็บอกเขาไม่ได้เป็น อะไร แล้วร้องไห้ทำไม” พี่เณรถามไป เพื่อนก็ตอบสั้นๆว่า “ผมคิดถึงบ้าน ผมอยากกลับบ้าน พี่เณรฟังเสียงที่สั่นพร่า เคล้ากับ น้ำตาของเพื่อนแล้ว พี่เณรถึงกับนิ่งอึ้ง ค่าพูดที่จะพูดต่อมันจุกที่คอ ได้แต่คิด ในใจว่า “ให้ร้องไห้สักครู่ เดี๋ยวจะไป ปลอบ” พอรุ่งขึ้นก็ไปให้กำลังใจ มี เพื่อนหลายรูปที่แอบร้องไห้ โดยที่ หลวงพี่ไม่รู้ ก็ได้แต่ผลัดกันให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน ช่วงนี้เป็นช่วงวัดกำลังใจ ใครทนได้ต้องถือว่าเป็นนักสู้จริงๆ พี่ เณรก็บอกตัวเองว่า “ทนตั้งแต่วันนี้ วัน ต่อไปจะได้ไม่ต้องทน แล้วก็กัดฟันทน ไป จนทำให้ผ่านช่วงน

หัวข้อประเด็น

- การให้กำลังใจและการฝึกตน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เย็นที่เงียบสงัด ฝนตกพรำๆ พี่เณรได้ ยินเสียงสะอื้นของเพื่อนที่จำวัดอยู่ข้างๆ พี่เณรลุกขึ้น คิดอยู่ในใจว่า “เพื่อนคง ไม่สบาย” จึงเข้าไปถามว่า “ไม่สบาย หรือเปล่า” เพื่อนก็บอกเขาไม่ได้เป็น อะไร แล้วร้องไห้ทำไม” พี่เณรถามไป เพื่อนก็ตอบสั้นๆว่า “ผมคิดถึงบ้าน ผมอยากกลับบ้าน พี่เณรฟังเสียงที่สั่นพร่า เคล้ากับ น้ำตาของเพื่อนแล้ว พี่เณรถึงกับนิ่งอึ้ง ค่าพูดที่จะพูดต่อมันจุกที่คอ ได้แต่คิด ในใจว่า “ให้ร้องไห้สักครู่ เดี๋ยวจะไป ปลอบ” พอรุ่งขึ้นก็ไปให้กำลังใจ มี เพื่อนหลายรูปที่แอบร้องไห้ โดยที่ หลวงพี่ไม่รู้ ก็ได้แต่ผลัดกันให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน ช่วงนี้เป็นช่วงวัดกำลังใจ ใครทนได้ต้องถือว่าเป็นนักสู้จริงๆ พี่ เณรก็บอกตัวเองว่า “ทนตั้งแต่วันนี้ วัน ต่อไปจะได้ไม่ต้องทน แล้วก็กัดฟันทน ไป จนทำให้ผ่านช่วงนั้นมาได้ แต่ทว่า เพื่อนๆ คนแล้วคนเล่า ตัดสินใจขอ เลิกการอบรม พากันทยอยเก็บกลดซัก ส่งแล้วกลับบ้านไป พี่เณรเห็นครั้งแรก ก็ใจฝ่อเหมือนกัน บอกกับตัวเองว่า ขออย่าได้เป็นเราเลย พี่เถ พี่เณรพยายาม ให้กำลังใจเพื่อนๆ แต่ทัดทานเท่าใด เพื่อนเขาก็ไม่ยอมอยู่ และนึกเสียดายแทน ก็ได้แต่ทําใจ ตอนเป็นน้องใหม่ ยังต้องเจอ บทฝึกอีกหลายๆ อย่าง ควบคู่ไปกับ กิจวัตรประจำวันดังนี้ คือ ตื่นนอน ๔.๓๐ น. ๕.๐๐ น. 5.00 น. ๙.๐๐ น. ๘.๓๐ น. ทำวัตรเช้า-นั่งสมาธิ รับบุญทำความสะอาด ฉันเช้า (พร้อมกับฟัง หลวงพี่เล่าธรรมะ) นั่งสมาธิ ๑๑.๐๐ น. ๑๓.๐๐ น. ๑๖.๓๐ น. ๑๘.๐๐ น. ๑๙.๐๐ น. ๒๐.๐๐ น. ฉันเพล นั่งสมาธิ รับบุญรดน้ำต้นไม้ พัฒนาสถานที่ สรงน้ำ ซักผ้า ทำวัตรเย็น-นั่งสมาธิ พักผ่อน อ่านหนังสือ ๒๒.๐๐ น. จําวัด ก็ เจอกิจวัตรแบบนี้ ตอนแรกๆ อึดอัดบ้าง แต่นานๆ เข้าก็คุ้นไม่มีอะไร กลับรู้สึกภูมิใจว่าเราได้ทำตัวให้มีคุณค่า ขึ้น อาศัยที่พี่เณรมีเป้าหมาย รักใน การที่จะฝึกตนเอง จึงสามารถประคับ พี่เณรเคยถามตนเองว่า นึกถึงค่าสอนของคุณยายที่หลวงพี่ท่าน เล่าถ่ายทอดให้ฟังว่า “เราตวิมาน ก็ เหมือนขัดกิเลสออกไปจากใจ มือของ เราถึงจะสกปรก เพราะล้วงลงไป แต่ เราสามารถล้างให้สะอาดได้ในภายหลัง เมื่อเราทำได้สะอาดหมดจด วิมานเรา ก็สะอาด สว่างไสวด้วยเช่นกัน พี่เณรเองก็รู้สึกเช่นนั้นว่า มือ เราจะสกปรกก็จริง แต่เมื่อเราล้างเสร็จ โถส้วมสะอาดหมดจด เราเห็นเราก็ รู้สึกใจสะอาด เกลี้ยงเกลา บริสุทธิ์ไป ด้วย คนอื่นมาเห็น เขาก็รู้สึกเช่นนั้น เหมือนกัน เท่ากับเราหยิบยื่นความสุข “อะไร ทำให้เราอยู่ถึงทุกวันนี้” ก็พบว่า การปฏิบัติธรรม...ท่าให้เรามีกำลังใจที่เข้มแข็ง และอดทนมาได้ถึงทุกวันนี้ ประคองฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ ความสบายใจ ความสะอาดให้คนอื่น เวลาที่สนุกของพี่เณร คือ เวลา ไปด้วย เวลากวาดวัด ทําความสะอาด รับบุญ หลวงพี่ท่านจะมีบทฝึกแปลกๆ สำหรับน้องใหม่ เป็นการลดทิฏฐิมานะ อนุรักษ์ความสะอาด บุญอันดับแรก ได้แก่ "ขัดวิมาน" เป็นศัพท์ที่ฟังแล้ว อยากทำ พี่เณรฟังครั้งแรกก็สงสัย เหมือนกันว่า “เอ! มันยังไงกันนะขัด วิมาน” หลวงพี่ท่านก็พาเข้าไปในห้อง น้ำแล้วก็สอนการขัดล้างห้องน้ำ นี่เอง เรียกว่าขัดวิมาน หลวงพี่ท่านก็จะคอย แนะนำว่า ให้ล้วงลึก ๆ ยิ่งล้วงลึกยิ่งใส สะอาด (ล้วงคอห่าน) ครั้งแรกก็รู้สึกรังเกียจ แต่เมื่อ รอบๆ บริเวณกุฏิก็ดี หลวงพี่ท่านก็ สอนว่า ให้นึกเหมือนเรากำลังกวาด กิเลสออกไปจากใจ จะทำให้เราเบิกบาน ในงานบุญที่เรากำลังทำอยู่ ในเวลาฉัน ทั้งฉันเช้าและฉัน เพล พระพี่เลี้ยงท่านจะบอกให้นั่งตัว ตรงๆ แรกๆ ก็มีเผลอบ้าง เพราะตอน อยู่บ้านชอบนั่งหลังงอซะเคย น้องเณร เองก็ต้องพยายามนั่งให้ตรง เพราะ เป็นบุคลิกที่ดี เท่ากับมีสมบัติอันล้ำค่า อยู่กับตัวเอง หลวงพี่ก็สอนว่า “เวลา ฉันข้าว ต้องไม่ให้มีเสียงดัง ให้มีสติ กัลยาณมิตร mo มีนาคม ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More