ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระสติวิปลาส ทรงลงโทษพระภิกษุ เลยมีคนทำถวายพระมหาราชพระองค์
สงฆ์ผู้บริสุทธิ์เป็นที่น่าเวทนา จนพระองค์ทรงถูกตัดสินประหาร อื่นๆ ตามอย่าง เพราะต่างทรงมีบุญ
ชีวิต ป้ารู้สึกสงสารพระองค์มาก และรู้ว่าพระองค์ไปเกิดในภูมิ คุณต่อชาติบ้านเมืองของเราทุกพระองค์
ไม่ดี เพราะเคยทราบเรื่องที่พระองค์ทรงเป็นร่างดำทะมึนมาช่วย น่าอนุโมทนานะคะ
แม่ค้าคนหนึ่งแถววัดที่ฝังพระศพ ย่านธนบุรียามดึกคืนหนึ่ง แม่ค้า
ว่าจ้างรถตุ๊กๆ ให้มาส่งในซอยแถวนั้น แต่คนขับคิดไม่ซื่อจะทำ
ร้ายร่างกายแย่งเอาเงิน แม่ค้าจึงส่งเสียงตะโกน “สมเด็จเตี้ย
ช่วยลูกด้วย สมเด็จเตี้ยช่วยลูกด้วย ฯลฯ” พระองค์ก็เป็นร่างดำ
ทะมึนสูงใหญ่ประทับยืนตรงที่เกิดเหตุ คนขับรถตุ๊กๆ เห็นเข้า
กลัวลนลานวิ่งหนีทิ้งรถไปเลย แม่ค้าก็ปลอดภัย
ร่างที่ปรากฏดำทะมึนอย่างนั้น คงไม่ใช่เทวดาแน่ เพราะ
เทวดาต้องสว่างไสว พระองค์สวรรคตด้วยพระราชหฤทัยที่เศร้า
หมองคงทรงอยู่ในทุคติภูมิ
เมื่อมีผู้มาขอทำบุญถวายส่วนกุศลยังงี้ ป้ารีบควักเงินร่วม
ป้าอยากจะคุยกะพวกเราตรงจุด
นี้แหละค่ะว่า การที่เราจะทำบุญอุทิศ
ส่วนกุศลให้ใครต่อใครนั้น ตัวเราเอง
เป็นคนได้บุญเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อน
คนอื่นเลย ยิ่งเป็นทรัพย์ที่เราขวนขวาย
หามาเองด้วยความยากลำบาก เป็น
น้ำพักน้ำแรงที่บริสุทธิ์ ก็ย่อมเป็นทั้ง
ทานบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี
ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี
เมตตาบารมี รวมอยู่พร้อมไปในตัว
บุญทันที แล้วก็บอกคนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ช่วยกันได้หลายพันบาท สำหรับผู้รับส่วนบุญด้วยการอนุโมทนา
ย
บุญนั้น เมื่อใช้ไป
เรื่อยๆ ก็มีเวลาหมด
ไม่เหมือนบารมีซึ่ง
เป็นสิ่งที่มีพลังสูงกว่า
ติดตามเจ้าของข้าม
ชาติไปได้หลาย ๆ
ชาติ จนกระทั่งถึง
พระนิพพาน
กัลยาณมิตร
๗๒
มีนาคม ๒๕๓๘