ข้อความต้นฉบับในหน้า
จำเพาะในพระนิพพานนั้น นี้มุ่งถึง
พระนิพพานเดียว ไม่เกี่ยวข้องด้วย
กาม ละกามเที่ยว ละกามทั้งหลาย
เสีย ไม่มีความกังวลอะไร ปรารถ
นาความยินดีจำเพาะในพระนิพพาน
นั้น
ปริโยทเปยย อตฺตานํ จิตฺต
เกลเสหิ ปณฺฑิโต บัณฑิตผู้ดำเนิน
ด้วยคติของปัญญา ละกิเลสทั้งหลาย
เสียแล้ว บัณฑิตคือดำเนินด้วยคติ
ของปัญญา ชำระตนให้ผ่องแผ้วแล้ว
จากกิเลสเครื่องเศร้าหมองของจิตทั้ง
หลาย ผู้ดำเนินด้วยคติของปัญญา
ละกิเลส ชำระตนให้ผ่องแผ้วแล้ว
จากกิเลสเครื่องเศร้าหมองของจิต
ทั้งหลาย
เยส์ สมโพธิยงเคสุ สมมา
จิตต์ สุภาวิต จิตอันบัณฑิตทั้งหลาย
เหล่าใดอบรมดีแล้ว ในองค์เป็นเหตุ
เครื่องตรัสรู้ทั้งหลาย
อาทานปฏินิสสัคเค อนุปา
ทาย เย รตา บัณฑิตทั้งหลายเหล่า
ใด ไม่ถือมั่น ยินดีแล้วในการสละ
การถือมั่น
ขีณาสวา ชุติมนฺโต เต โลเก
ปรินิพพุตา บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้น
เป็นผู้ไม่มีอาสวะ มีความโพลง ดับ
สนิทในโลกด้วยประการดังนี้ นี่เนื้อ
ความของพระบาลี คลี่ความเป็น
สยามภาษาพอได้ความเท่านี้
ต่อจากนี้จะได้อรรถาธิบาย
ขยายเนื้อความเป็นลำดับไป นี้เป็น
ธรรมลึกซึ้งนักนะ ยากที่เราจะสดับ
ยิ่งเทศน์ก็ยากที่จะเทศน์จริง สดับก็
ยากที่จะสดับจริงเพราะเป็นธรรมลึก
ซึ่งพูดถึงนิพพานไม่ใช่พูดถึงสิ่งอื่นๆ
กลิ่นที่ชอบใจก็ดึงดูดจมูก หรือจมูก
ก็ดึงดูดกลิ่นเอามา รสที่ชอบใจมัน
ก็ดึงดูดลิ้น หรือลิ้นก็ดึงดูดมันมา
ต้องรู้จักอายตนะเสียก่อน จึงจะฟัง
สัมผัสที่ชอบใจ มันก็ดึงดูดกายหรือ
ธรรมเรื่องนี้ออก ที่เขาเรียกว่า โลกา
ยตนะ มันดึงดูด นิพพานายตนะ
ดึงดูดเหมือนกัน โลกายตนะ หรือ
โลกมันดึงดูดรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
รูปที่ชอบใจมันก็ดึงดูดมา ให้ไปติด
กับมัน หรือเอาไปติดกับตา หรือ
เอาไปติดกับรูป เสียงที่ชอบใจมันก็
ดึงดูดหู หรือหูดึงดูดเสียงเอามา
ก็
กายไปดึงดูดเอามันมา มันดึงดูด
อย่างนี้ มนายตนะ ส่วนใจ ธรรมา
รมณ์ที่ชอบใจ มันก็ดึงดูดใจหรือใจ
ก็ไปดึงดูดเอามันมา นี้มันดึงดูดกัน
อย่างนี้ ดึงดูดแน่นทีเดียว หลุดไม่
ได้ทีเดียว ไม่ว่าแก่เฒ่าชรา หญิง ชาย
ภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ชนิด
ใดละถูกอายตนะของโลกดึงดูดเข้า
มีนาคม ๒๕๓๘
กัลยาณมิตร
๑๓