ข้อความต้นฉบับในหน้า
จ ด ห ม า ย
จากแม่ถึงลูก
โดย : เพียงนิล ศิริเกษม
ดหมายฉบับที่ ๔ นี้ ข้าพเจ้าเขียนเล่าประสบการณ์การนั่งสมาธิฝึก
ทบทวนดูอดีตในปัจจุบัน หมายถึงอดีตในปัจจุบันชาติ ซึ่งเป็นการฝึกที่เริ่มดูจาก
อายุ ๓๐ ปีลงมา ในส่วนตัวของข้าพเจ้า (ความจริงนับจากเมื่อวานนี้ก็ถือเป็นอดีต
ได้) แล้วจึงดูถอยหลังไปทีละ ๕ ปี จนถึงในครรภ์มารดา ซึ่งจะดูห่างกันเป็นระยะ ๑
เดือน จาก ๙ เดือนเป็น ๘-๒-๖-๕-๔-๓-๒-๑ เดือน จนถึงการปฏิสนธิใหม่ ๆ
แล้วถอยหลังออกจากมารดา ไปสู่บิดา ตามฐานต่าง ๆ ของทางเดินใจ ถอยออก
จากกายบิดา จึงย้อนไปดูว่ามาจากไหน แล้วจึงจะถอยไปดูอดีตชาติต่อไปตามลำดับ
ซึ่งต้องอาศัยการหยุดนิ่งในการทำความละเอียดของการนั่งสมาธิมากขึ้น ๆ
เมื่อใจหยุดใจนิ่งดีแล้ว ภาพในอดีตที่ดูในแต่ละช่วงอายุจะปรากฏขึ้นมา
ในกลางให้เห็นเป็นฉาก ๆ ส่วนมากเป็นภาพชีวิตในเหตุการณ์สำคัญที่ฝังอยู่ในเห็น
จำ คิด รู้ ของเรา แล้วกรอกลับมาดูใหม่ เสมือนหนึ่งว่าเราบันทึกภาพเหตุการณ์ที่
สำคัญไว้ในฟิล์มที่เป็นใจของเรา บางช่วงอายุจะปรากฏภาพในอดีตขึ้นมาหลายภาพ
หลายเรื่อง ซึ่งข้าพเจ้าได้ตัดตอนมาเฉพาะบางเรื่อง สำหรับเนื้อที่ที่จำกัดในหน้า
กระดาษจดหมายนี้ ที่ได้เขียนเล่าเรื่องนี้เพื่อให้ลูกมีกำลังใจในการฝึกนั่งสมาธิ
และให้ได้เห็นความสำคัญของวิชชาธรรมกาย ซึ่งมิได้มีเฉพาะเพียงแค่ได้รู้
เห็นเรื่องราวในอดีต (หรือที่เรียกว่า บุพเพนิวาสานุสสติญาณ) เท่านั้น แต่เป็น
ทางไปสู่ความหลุดพ้น เป็นบันไดไปสู่เป้าหมายชีวิตคือพระนิพพาน อาศัยการ
หยุดนิ่งของใจ ซึ่งต้องใช้ความสม่ำเสมอในการนั่งทำความละเอียดของใจ
ข้าพเจ้าต้องขอออกตัวว่าไม่ใช่ผู้สอน เป็นเพียงแต่แนะนำให้ลูกมีความเพียร
มีความอดทนต่อการฝึกนั่งสมาธิ โดยอาศัยจากประสบการณ์ในการนั่งของตนเอง
มาเล่าให้ลูกฟังเป็นกำลังใจ ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ยังต้องฝึกฝนทำความละเอียดตลอด
เวลา ผู้สอนคือ พระเดชพระคุณพระสุธรรมยานเถร อบรมพวกเราเสมอว่า “วิธีการ
ที่ถูกต้องจะนำไปสู่ประสบการณ์ภายในที่สมบูรณ์" โดยการทำใจให้หยุดนิ่ง นุ่ม-
นวลที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างสบาย ๆ ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้เข้า
สรณะที่แท้จริงของเราภายใน คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ หลวงพ่อ
ท่านปรารถนาจะให้พวกเราทุก ๆ คนได้เข้าถึงสรณะที่แท้จริงนี้ ขอบารมีพระธรรม
กายทุก ๆ พระองค์จงดลบันดาลให้ทุก ๆ ท่านได้เข้าถึงสรณะนี้ด้วยกันทุกท่านเทอญ
กราบอนุโมทนาบุญค่ะ
มนาคม ๒๕๓๘
กัลยาณมิตร
๘๓ ...........