ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐
หลักการที่กล่าวมาข้างต้นรวมได้
ประการนี้ ที่แท้ก็คือหมวดธรรมที่
ชื่อว่า “กุศลกรรมบถ ๑๐” นั่นเอง การ
อบรมทางกาย วาจา ใจ เพื่อให้มี
กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่ถูกต้อง
งดงามก็คือการอบรมเพื่อให้เกิดความ
ในทางวาจาหรือวจีกรรมจะต้อง
มีการอบรมให้
-ละการพูดเท็จ ไม่กล่าวคำเท็จ
หรือกล่าวเท็จทั้งเพื่อตนเอง ผู้อื่น หรือ
เพื่อผลประโยชน์ใดๆ
มีจิตใจที
ส่วนในทางจิตใจ หรือมโนกรรม
ดีงาม เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้า
จะต้องมีการอบรมให้
ในตัวมนุษย์ทุกคน แม้ในอนาคตหลัก
ตใจที่ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของ ธรรมนี้ก็ยังคงทำให้เกิดความเจริญก้าว
หน้าในตัวบุคคลได้ เป็นสิ่งไม่ล้าสมัย
กับใคร คิดปรารถนาแต่ว่าอยากจะให้
ของผู้อื่น
-ไม่มีจิตคิดร้ายจองเวรจองกรรม แต่กลับเป็นสิ่งที่ทันสมัยและล้ำสมัยอีก
-ละการพูดคำส่อเสียด ไม่กล่าว
คำที่จะทำให้เกิดความร้าวฉาน แต่ สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่าได้มีเวรมีกรรม
กลับช่วยสมานสิ่งที่แตกร้าวกันให้กลับ อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ขอให้
มาสมานสามัคคีกัน กล่าวแต่คำที่ เขาทั้งหลายพ้นทุกข์ มีความสุขยิ่งๆ
สร้างสรรค์ให้เกิดความสามัคคีกัน ขึ้นไป
-ละการพูดคำหยาบ ให้พูดแต่
คำสุภาพอ่อนหวาน
-มีความเห็นชอบ คือรู้ว่าอะไร
คือสิ่งที่ถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้อง เช่น
-ละการพูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง ต้องเชื่อว่าการทำทานมีผล การบูชา
ย่อมมีผล ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น
ดังนั้น บุคคลแม้จะมีรอยยิ้มที่
สวยงาม มีแววตาที่ดึงดูดใจ แต่ถ้า
หากมโนกรรมบกพร่องใน ๓ ประการ
ดังกล่าวแล้ว ก็เป็นเพียงผู้มีความสวย
ฉาบอยู่เพียงภายนอกเท่านั้น
มีเหตุผล มีประโยชน์และถูกกาลเทศะ
บุคคลใด แม้จะมีเสียงไพเราะ
มีวิธีการพูดที่เร้าให้เกิดความสนใจ แต่
ถ้าหากบกพร่องในวจีกรรมทั้ง ๔ ประ
การดังกล่าวแล้ว ก็จะเป็นบุคคลที่ไม่
ควรเชื่อถือแน่นอน
กัลยาณมิตร ๔๐
มีนาคม ๒๕๓๘
ด้วย ดังนั้นบุคคลทั้งหลายที่ปรารถนา
ความเจริญก้าวหน้า จะต้องเป็นผู้ใฝ่
ในการอบรมพัฒนาตนเองไม่ว่าจะเป็น
ทางโลกหรือทางธรรม ความรู้ความ
ชำนาญหรือประสบการณ์ที่ดีก็คือ ขุม
ทรัพย์อันมีค่ามหาศาลนั่นเอง ดังที่
บัณฑิตท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า
“คนโง่เขลาจะแสวงหาทรัพย์
จากภายนอก คนฉลาดจะเห็นว่าทรัพย์
มีอยู่ภายในตนนั่นเอง"