การปฏิบัติธรรมและการใช้ชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 3 หน้า 33
หน้าที่ 33 / 128

สรุปเนื้อหา

นั่งตัวตรงๆ ไม่ก้มลงไปหาจาน เราไม่ ทำความสะอาด ก็เพราะว่าเวลาเอา ได้ไปขโมยใครเขากิน ต้องฉันอย่าง องอาจ ดูงดงาม น่าเลื่อมใส เป็นที่ตั้ง แห่งศรัทธาแก่ผู้พบเห็น ยาก’ ภาชนะไปล้างน้ำจะได้ไม่สกปรกมาก ทำให้ไม่เปลืองน้ำมาก ไม่ต้องเปลี่ยน น้ำบ่อยๆ แม้การปอกผลไม้ ไม่ว่าจะ พอฉันเสร็จ ต้องมีการสำรวจดู เป็นส้มหรือกล้วย ท่านก็สอนว่า “การ ว่า รูปใดฉันไม่หมด หลวงพี่ท่านก็จะ ปลอกผลไม้ อย่าให้เปลือกเป็นชิ้นเล็ก บอกว่า "เราต้องรู้จักประมาณท้องของ ชิ้นน้อย ดูแล้วไม่สวยงามและเก็บทิ้ง เรา ต้องฉันให้พออิ่มเท่านั้น ข้าวปลา อาหารแต่ละอย่างกว่าจะได้มาโยมต้อง ทํางานหาเงิน ตากแดดตากฝน อาบ เหงื่อต่างน้ำเวลาเขาถวายก็จบเหนือหัว อธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก ดังนั้นเราจึง เหมือนใช้ของอยู่บนหัวชาวบ้าน ต้อง ใช้ให้คุ้มค่า ให้พอดี อย่

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติธรรมและการใช้ชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นั่งตัวตรงๆ ไม่ก้มลงไปหาจาน เราไม่ ทำความสะอาด ก็เพราะว่าเวลาเอา ได้ไปขโมยใครเขากิน ต้องฉันอย่าง องอาจ ดูงดงาม น่าเลื่อมใส เป็นที่ตั้ง แห่งศรัทธาแก่ผู้พบเห็น ยาก’ ภาชนะไปล้างน้ำจะได้ไม่สกปรกมาก ทำให้ไม่เปลืองน้ำมาก ไม่ต้องเปลี่ยน น้ำบ่อยๆ แม้การปอกผลไม้ ไม่ว่าจะ พอฉันเสร็จ ต้องมีการสำรวจดู เป็นส้มหรือกล้วย ท่านก็สอนว่า “การ ว่า รูปใดฉันไม่หมด หลวงพี่ท่านก็จะ ปลอกผลไม้ อย่าให้เปลือกเป็นชิ้นเล็ก บอกว่า "เราต้องรู้จักประมาณท้องของ ชิ้นน้อย ดูแล้วไม่สวยงามและเก็บทิ้ง เรา ต้องฉันให้พออิ่มเท่านั้น ข้าวปลา อาหารแต่ละอย่างกว่าจะได้มาโยมต้อง ทํางานหาเงิน ตากแดดตากฝน อาบ เหงื่อต่างน้ำเวลาเขาถวายก็จบเหนือหัว อธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก ดังนั้นเราจึง เหมือนใช้ของอยู่บนหัวชาวบ้าน ต้อง ใช้ให้คุ้มค่า ให้พอดี อย่ากินทิ้งกินขว้าง ให้ฉันอย่างนาย อย่าฉันอย่างเป็นหนี้ ฉันเสร็จเรียบร้อยก็จะใช้ทิชชูเช็ด ทำความสะอาดภาชนะก่อน ทุกรูปจะ ได้ทิชชูรูปละม้วน โดยม้วนหนึ่งต้อง ใช้ให้ได้ ๑๕ วัน การใช้กระดาษทิชชู การรินน้ำใส่แก้ว ท่านก็สอนให้ กะระดับน้ำต่ำกว่าขอบแก้วประมาณ ๑ ซ.ม. เวลายกฉันจะได้ไม่หก การฉันก็ ต้องค่อยๆ ฉัน โดยเอาขอบแก้วแตะ ริมฝีปาก ไม่ใช่เอาปากคาบขอบแก้ว ขณะฉันก็อย่าให้มีเสียงดังอึกๆ แม้การลุก การนั่ง การห่มดอง ครองผ้า ต้องให้เรียบร้อย สง่างาม เวลาพูดกับพระต้องพนมมือ เรียกผู้มี อายุมากกว่าว่า “พี่เณร” เป็นการฝึก ความเคารพ ความอ่อนน้อมถ่อมตน มีนาคม ๒๕๓๘ ๓๑ กัลยาณมิตร ฉันเสร็จประมาณ 6 โมงเช้าก็ พัก ช่วงที่พักนี้ส่วนมากไม่ค่อยจะไป ไหน ลงไปตกแต่งกลดเสียส่วนใหญ่ รอต้อนรับฝน ซึ่งค่อนข้างจะตกหนัก แทบทุกวัน ระยะหลังมีประสบการณ์ มากขึ้น เกิดปัญญาคิดแก้ไขปัญหา ต่างๆ ทำให้ฝนไม่ค่อยจะท่วมกลด เหมือนเดิม ด้วยการขุดร่องระบายน้ำ ข้างๆ ยกพื้นที่นอนให้สูงขึ้น แค่นี้ก็ รู้สึกว่าปลอดภัยกว่าเดิม พอ ๘ โมงครึ่ง ก็จะรวมตัวนั่ง สมาธิ ช่วงที่อบรมจะเน้นมาก การนั่ง เฉยๆ นี้ โอ้โฮ! เมื่อยจริงๆ โดย เฉพาะผู้ที่ไม่เคยนั่งนานๆ อย่างพี่เณร ต้องบิดแล้วบิดอีก แรกๆ ได้แต่ภาวนา ว่า “เมื่อไหร่จะเลิกสักที แต่พอนั่งสัก ระยะหนึ่งก็จะคุ้น และนั่งได้นานขึ้น มี เพื่อนๆ หลายรูปที่นั่งสมาธิดี เห็น ดวงธรรม เห็นองค์พระภายใน ตอน นั้นพี่เณรก็เข้าไปถามว่า เขาทำอย่างไร เพื่อนก็บอกว่า "ไม่ได้ทำอะไรมาก ก็ นึกดวงแก้วไปเรื่อย ๆ ตามเสียงพระ อาจารย์ ดูไปเฉย ๆ พระอาจารย์ให้ทำ สบาย ๆ ก็ทำแบบสบาย ๆ ก็เลยเห็น ดวง แล้วเห็นองค์พระผุดขึ้นมา" เพื่อน เขาตอบอย่างนี้ ตอนนั้นพี่เณรฟังแล้ว ก็เฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร ถึงเวลานั่งก็นั่ง นั่งไปเครียดไป เพราะยังทำไม่ถูกวิธี มาถึงวันนี้จึงเข้าใจที่หลวงพ่อท่านเน้น มากๆ ก็คืออารมณ์สบาย ทำแบบ สบายๆ จะได้เห็นอย่างง่ายๆ และ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านจะบอก ลูกๆ เสมอๆ ว่า “อารมณ์ดีอารมณ์เดียว อารมณ์สบายจึงจะเข้าถึงพระธรรมกาย ได้อย่างง่าย ๆ น้องเณรเองก็ต้องพยา ยามรักษาอารมณ์ให้สบาย ปลอดโปร่ง ทั้งวันนะ จะได้นั่งสมาธิดีๆ ไม่เสีย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More