ข้อความต้นฉบับในหน้า
2
เมื่อวิทยานิพนธ์ฉบับนี้สำเร็จขึ้น
หลวงพี่ฐานวุฑโฒ ได้รวมเนื้อหาใน มรรคทั้ง ๔ องค์นี้ มีสัมมาสมาธิเป็น
แนววิเคราะห์หลักธรรมที่สำคัญๆ ใน แก่นเป็นหัวใจหลัก และมรรคองค์ มาเป็นรูปร่างที่เพียบพร้อมไปด้วยเนื้อ
พระพุทธศาสนาที่นำไปสู่การหลุดพ้น อื่น ๆ อีก ๗ เป็นบริวารสนับสนุน
โดยจะค้นคว้าหลักฐานอ้างอิงจากพระ กล่าวให้ง่ายขึ้นในเชิงปฏิบัติ เมื่อใจ
ไตรปิฎกทั้งหมด
“หลักธรรมสำคัญๆ ที่นำมา
วิเคราะห์ในงานวิจัยชิ้นนี้ ได้แก่มรรค
มีองค์ ๘ อเลขธรรม ๑๐ ไตรสิกขา ๓
สติปัฏฐาน ๔ โพชฌงค์ ๗ และอื่น ๆ
.
หยุดสงบนิ่ง มรรคทั้ง 6 องค์จะค่อยๆ
บริสุทธิ์ไปตามส่วน การรู้การเห็นที่
เป็นสัมมาทิฏฐิ คือมีปัญญาสว่างโพลง
เข้าใจความเป็นไปของโลกและชีวิตได้
อย่างถูกต้อง ซึ่งปฏิบัติธรรมจนใจสงบ
หลักธรรมเหล่านี้ล้วนแต่เป็นพุทธพจน์ มากขึ้นเท่าไร ดวงปัญญาก็ยิ่งสว่างไสว
ที่นำไปสู่การหลุดพ้นทั้งสิ้น แต่พระ
หาสาระที่เต็มเปี่ยม ตามหลักแห่งการ
วิเคราะห์วิจัยที่มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป
ครบครัน จนกระทั่งไปอยู่ในสายตา
ของคณะกรรมการซึ่งเป็นนักวิชาการ
ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 6 ท่าน และจะ
ต้องใช้เวลาในการพิจารณาเข้าที่ประชุม
สรุปมติให้เป็นเอกฉันท์ว่า “ผ่านหรือ
ไม่” เป็นเวลา 5 อาทิตย์ นับว่าเป็น
2
มองทุกอย่างได้ถูกต้องตามความเป็น ช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่มีความหมาย
พุทธองค์ทรงจำแนกกล่าวสอนด้วยอา จริงมากเพียงนั้น สุดท้ายก็จะหมด ไม่เฉพาะแต่หลวงพี่ฐานวุฑโฒเท่านั้น
การต่าง ๆ ตามภูมิปัญญาตามภูมิธรรม กิเลสเป็นพระอรหันต์
ของพุทธสาวก ในแต่ละหมวดธรรม
แต่หมายถึงอนาคตของการเผยแผ่พระ
อาตมาจะวิเคราะห์หลักธรรมใน พุทธศาสนาในต่างประเทศอีกด้วย
“เมื่อครบเวลาพิจารณาวิทยา
จะมีจุดเชื่อมโยงไปสู่เส้นทางสายเดียว เชิงปฏิบัติโดยไม่ใช้ความคิดเห็นเข้าไป
ที่มุ่งไปสู่ความหลุดพ้น ก่อนหน้านี้มี เกี่ยวข้อง ทุกบททุกตอนที่วิเคราะห์ นิพนธ์แล้ว คณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน
นักวิชาการวิเคราะห์ว่า มรรคมีองค์ ๘
ไม่สมบรูณ์ อเลขธรรม ๑๐ สมบูรณ์
มากกว่า แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ มรรค
มีองค์ ๘ เป็นหนทาง พระพุทธองค์
ทรงเรียกว่า มรรค เป็นมรรคาหรือ
ปฏิปทานำไปสู่การหลุดพ้น ส่วนอเสข
ธรรม ๑๐ เป็นเป้าหมาย เป็นธรรม
ของพระอเสขะหรือพระอรหันต์ผู้หมด
จดจากกิเลสแล้ว
อาตมาจึงได้ข้อสรุปว่า ธรรมะ
ออกมาจะอ้างอิงพุทธพจน์เป็นหลัก ทั้ง จะเรียกเจ้าของวิทยานิพนธ์ฉบับนั้นไป
พระวินัยและพระสูตร อ้างหลักฐาน สอบสัมภาษณ์ปากเปล่า สําหรับ
หลายร้อยแห่งจากพระไตรปิฎก โดย อาตมามีความหนักใจอยู่บ้างเหมือนกัน
ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจากโปร เพราะวิทยานิพนธ์ที่เสนอไปได้ยกผล
แกรมพระไตรปิฎกคอมพิวเตอร์ที่ทาง งานของ Professor ท่านหนึ่ง ชื่องาน
มูลนิธิธรรมกายจัดทำขึ้น อาตมาได้ “แนวการปฏิบัติธรรมในสมัยพุทธกาล
ใช้เป็นคนแรกและครั้งแรกเพื่อวิเคราะห์ ยุคต้น” ซึ่งมีเนื้อหาที่ไม่ตรงประเด็น
สิ่งเหล่านี้ออกมา จึงเป็นการย่นเวลา
ในแต่ละตอนมายกตัวอย่าง พร้อมทั้ง
ในการค้นหลักฐานจากเวลาหลาย ๑๐ อธิบายเชิงวิเคราะห์ว่าไม่ถูกต้องเพราะ
ปีให้น้อยลงยิ่งขึ้น อาตมามีเวลาทุ่มเท
ในพระพุทธศาสนามีการฝึกเป็นรอบๆ ให้กับการเขียนวิทยานิพนธ์จริงๆ เพียง
มรรคมีองค์ ๘ ก็เป็นลักษณะการฝึก
แต่เตือนกว่าๆ เท่านั้น หลังจากได้
อะไร ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร แล้วก็
เสนอข้อมูลที่ถูกต้องใหม่ เป็นการลบ
ล้างข้อมูลที่จัดว่าเป็นผลงานวิจัยใหม่ล่า
เทศญี่ปุ่น
ช่วยมากมาย นักศึกษาจีน เกาหลี
ฝนตนเองเพิ่มขึ้นตั้งแต่โลกียะไปจนถึง รวบรวมข้อมูลและวางแผนงานเรียบ สุดของวงการพระพุทธศาสนาในประ
โลกุตตระ ในระดับโลกุตตระก็ยังมี ร้อยแล้ว ในระหว่างที่เขียนก็มีคนมา
การแบ่งความละเอียดอ่อนไปตามล่า-
แก้ไขคำผิด พิมพ์ วาดภาพประกอบ
ดับ ฝึกเป็นเกลียวเป็นรอบๆ ตั้งแต่ ญี่ปุ่น ไทย ทั้งรวบรวมต้นฉบับ ตรวจ
สัมมาทิฏฐิไปจนถึงสัมมาสมาธิ มรรค
ทั้ง ๔ องค์นี้จะฝึกเป็นรอบๆ ให้ใจ และจัดรูปเล่ม ซึ่งก็ต้องขอบคุณพวก
ค่อยๆ สงบไป กิเลสก็ค่อย ๆ หลุด เขาอย่างมากทีเดียวที่มีน้ำใจช่วยเหลือ”
ร่อนไปจนหลุดพ้นละเอียดขึ้นไปเรื่อย ๆ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่า
ผลแห่งความพากเพียร
ผลที่ปรากฏออกมา หลังจาก
ที่อาตมาไปสอบวิทยานิพนธ์ปากเปล่า
กับคณะกรรมการทั้ง ๘ ท่านแล้ว ทุก
ท่านพอใจผลงานวิจัยฉบับนี้มากเพราะ
ทุกอย่างมีเหตุมีผล มีหลักฐานอ้างอิง
ประกอบ และในข้อเขียนนั้นไม่มีความ
คิดเห็นส่วนตัวไปปะปนอยู่เลย ทุก
-
กัลยาณมิตร
๔๗
มิถุนายน ๒๕๓๘